ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระมหาธรรมราชาที่ 1"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(ย้อนการแก้ไขที่ 8453663 สร้างโดย 124.122.84.16 (พูดคุย))
ป้ายระบุ: ทำกลับ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขแบบเห็นภาพ
===การศาสนา===
 
พระยาลิไทยทรงเลื่อมใสใน[[พระพุทธศาสนา]]เป็นอย่างมากนโยบายการปกครองที่ใช้[[ศาสนา]] เป็นหลักรวมความเป็นปึกแผ่นจึงเป็นนโยบายหลักในรัชสมัยนี้ ด้วยทรงดำริว่าการจะขยายอาณาเขตต่อไปเช่นเดียวกับในรัชการรัชกาลพ่อขุนรามคำแหง พระอัยกา ก็จักต้องนำไพร่พลไปล้มตายอีกเป็นอันมาก พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปกครองบ้านเมืองเช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราชที่ทรงปกครองอินเดียให้เจริญได้ด้วยการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสั่งสอนชาวเมืองให้ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันจะเป็นวิธีรักษาเมืองให้ยั่งยืนอยู่ได้
 
ทรงสร้างเจดีย์ที่เมืองนครชุม ([[กำแพงเพชร]]) ผนวชในพระพุทธศาสนาเมื่อ [[พ.ศ. 1905]] ที่[[วัดป่ามะม่วง]]การที่ทรงออกผนวช นับว่าทำความมั่นคงให้พุทธศาสนามากขึ้น ดังกล่าวแล้วว่า หลังรัชสมัย[[พ่อขุนรามคำแหงมหาราช]]แล้ว บ้านเมืองแตกแยก วงการสงฆ์เองก็แตกแยก แต่ละสำนักแต่ละเมืองก็ปฏิบัติแตกต่างกันออกไป เมื่อผู้นำทรงมีศรัทธาแรงกล้าถึงขั้นออกบวช พสกนิกรทั้งหลายก็คล้อยตามหันมาเลื่อมใสตามแบบอย่างพระองค์ กิตติศัพท์ของพระพุทธศาสนาในสุโขทัยจึงเลื่องลือไปไกล พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปได้ออกไปเผยแพร่ธรรมในแคว้นต่าง ๆ เช่น อโยธยา [[หลวงพระบาง]] [[เมืองน่าน]] แม้แต่[[พระเจ้ากือนาธรรมิกราช]]แห่ง[[อาณาจักรล้านนา]]ก็นิมนต์พระสุมณเถระจากสุโขทัยไปเพื่อเผยแพร่ธรรมที่[[อาณาจักรล้านนา|ล้านนา]]
 
นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก ทรงอาราธนาพระสามิสังฆราชจากลังกาเข้ามาเป็น[[สังฆราช]]ในกรุงสุโขทัย เผยแพร่เพิ่มความเจริญให้แก่พระศาสนามากยิ่งขึ้น ทรงสร้างและบูรณะวัดมากมายหลายแห่ง รวมทั้งการสร้างพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก เช่น [[พระพุทธชินสีห์]] [[พระศรีศาสดา]] และพระพุทธรูปองค์สำคัญองค์หนึ่งของประเทศคือ [[พระพุทธชินราช]] ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่[[วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร]]
พระยาลิไทย ทรงปราดเปรื่องในความรู้ในพระพุทธศาสนา ทรงมีความรู้แตกฉานใน[[พระไตรปิฎกภาษาบาลี]] พระองค์ได้ทรงแบ่งพระสงฆ์ออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่าย "[[คามวาสี]]" และฝ่าย "[[อรัญวาสี]]" โดยให้ฝ่ายคามวาสีเน้นหนักการสั่งสอนราษฎรในเมืองและเน้นการศึกษา[[พระไตรปิฎก]] ส่วนฝ่ายอรัญวาสีเน้นให้หนักด้านการ[[วิปัสสนา]]และประจำอยู่ตามป่าหรือชนบท ด้วยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนาตลอดพระชนม์ชีพ ราษฎรจึงถวายพระนามว่า "'''พระมหาธรรมราชา'''"
 
พระยาลิไท ได้สร้างและบรรจุ[[พระบรมสารีริกธาตุ]]ในพระธาตุช่อแฮ ([[วัดพระธาตุช่อแฮพระอารามหลวง]] อำเภอเมือง [[จังหวัดแพร่]] ปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๒
 
นอกจากศาสนาพุทธแล้ว พญาลิไทยยังทรงอุปถัมภ์[[ศาสนาฮินดู]]ด้วยโดยทรงสร้าง[[เทวรูป]]ขนาดใหญ่หลายองค์ซึ่งยังเหลือปรากฏให้ศึกษาใน[[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ]]ใน[[กรุงเทพมหานคร]]และที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ[[จังหวัดพิษณุโลก]]
ผู้ใช้นิรนาม