ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กระสือ"

เพิ่มขึ้น 26,336 ไบต์ ,  2 ปีที่แล้ว
ย้อนการแก้ไขที่อาจเป็นการทดลอง หรือก่อกวนด้วยบอต ไม่ควรย้อน? แจ้งที่นี่
(ลักษณะ ของหนังโป้)
(ย้อนการแก้ไขที่อาจเป็นการทดลอง หรือก่อกวนด้วยบอต ไม่ควรย้อน? แจ้งที่นี่)
{{DISPLAYTITLE:หนังX}}
{{ความหมายอื่น|ความเชื่อ||กระสือ (แก้ความกำกวม)||กระสือ (ละครโทรทัศน์)}}
{{Infobox mythical creature
== เป็นหนังที่ใช้เเรง เเละความส้ม ที่จะมาเอากันเพื่อหาเงิน จากเว็ป porn HUB ที่ถ่ายทำหนัง มีอยุ่หลายที่ เช่น ที่อังกฤษ ที่จีน ที่ญี่ปุ่น เเละไทย เป็นต้น ==
|name = กระสือ / <big>អាប</big>
{{DEFAULTSORT:หนังโป้ 18+ porn HUB}}
|AKA = ''อ๊าป'', ''[[ปินังกาลัน]]'', ''[[เลอยัก]]'', "[[กูยัง]]", "[[ปาลาซิก]]"
|image = XRF-krasue.jpg
|image_size =
|caption = ''กระสือ'' (ไทย) หรือ ''อ๊าบ'' (เขมร) และ "ปาลาซิก", "กูยัง", "เลอัก", "ป็อปโป", "ปารากัง", "เซอลักเมอเติม" (อินโดนีเซีย), "สกัล" (กาโร) [[ผี]]
|Mythology = ตำนานพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
|Grouping = [[ปีศาจ]]
|Sub_Grouping = [[ออกหากินเวลากลางคืน]], [[เรืองแสง]]
|Parents =
|Country = [[ประเทศไทย]], [[ประเทศลาว]], [[ประเทศกัมพูชา]], [[ประเทศเวียดนาม]], [[ประเทศมาเลเซีย]], [[ประเทศอินโดนีเซีย]], [[ประเทศอินเดีย]]
|Region = [[เอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]
|Habitat =
}}
'''กระสือ''' เป็นชื่อผีชนิดหนึ่งที่ถือว่าเข้าสิงในตัวผู้หญิงและชอบกินของโสโครก คู่กับ "[[กระหัง]]" ซึ่งเข้าสิงในตัวผู้ชาย
 
== ความเชื่อเกี่ยวกับกระสือ ==
กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ ชอบรับประทานของสดคาว มักออกหากินเวลา[[กลางคืน]]และไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วน[[ร่างกายมนุษย์|ร่างกาย]]คงทิ้งไว้ที่[[บ้าน]] เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมี[[แสง]][[สีแดง]] แต่ส่วนมากจะเป็น[[แสง]][[สีเขียว]]เรืองวามๆ โดยจะเริ่มออกหากินตั้งแต่เวลาหัวค่ำไปจนถึงทั้งคืน และจะกลับเข้าร่างเวลาใกล้[[ย่ำรุ่ง|รุ่งสาง]]
 
เวลากลางวันจะมีลักษณะร่างกายเหมือนคนทั่วไป แต่มีพฤติกรรมหรืออาการแบบแปลกๆ ผิดปกติ เช่น ไม่ชอบสบตาคน เงียบๆ ไม่พูดไม่จากับใคร ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว บ้างก็ไม่ชอบแสงสว่างก็มี
 
กระสือเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใดก็ยังไม่เป็นที่ทราบ ซึ่งคนในสมัยโบราณมักจะเรียกว่า "[[ผีลากไส้]]" และต่อมาก็จึงเรียกว่า "กระสือ"หรือ "ผีกระสือ" ในสมัย[[ปัจจุบัน]]นี้
 
ผู้ที่เป็นกระสือนั้นมักจะเป็นผู้ที่บูชา[[ไสยศาสตร์]]มนต์ดำ(เดรัจฉานวิชา) แต่ทำผิดข้อห้าม จนกลายเป็นกระสือไปในที่สุด
 
ปกติแล้วกระสือจะไม่ทำร้ายคน ว่ากันว่าเมื่อกระสือออกหากินเวลากลางคืนแล้วเมื่อพบกับคนก็จะลอยหนีหายไป ถ้าหากคนทำให้กระสือเกิดความไม่พอใจ โกรธ กระสือจะมีความแค้น อาฆาตพยาบาท เมื่อกระสือได้ชำระแค้นกับคนๆ นั้นแล้ว ก็อยู่ที่ว่าจะแค่บาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตเลย
 
ใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนำให้ผีกระสือมาและกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุนเรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้
 
นอกจากของสดของคาวแล้ว กระสือยังชอบรับประทานของโสโครกเช่นอุจจาระเป็นต้น เมื่อรับประทานแล้วเห็นผ้าของใครตากทิ้งค้างคืนไว้ก็เข้าไปเช็ดปาก ผ้านั้นจะปรากฏเป็นรอยเปื้อนดวง ๆ ถ้าเอาผ้านั้นไปต้มกระสือจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปากทนไม่ไหวจนต้องมาขอร้องไม่ให้ต้มต่อไป
 
กระสือนั้นเมื่อเจ็บจวนจะ[[ความตาย|ตาย]]ก็ไม่ตายเด็ดขาด และจะต้องคายน้ำลายของตนถ่ายเข้าปากลูกหลานคนใดคนหนึ่งไว้ให้สืบทายาทเป็นกระสือต่อก่อน ตนจึงจะตายได้โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป
 
การปราบกระสือนั้น ไม่สามารถไล่ผีที่มาสิงสู่ออกจากร่างเหยื่อได้ ว่ากันว่าวิญญาณนั้นได้หยั่งลึกลงในใจของคน ๆ นั้น ซึ่งสังเกตได้ว่าเป็นการหยั่งลึกในขั้นที่[[วิญญาณ]] ([[กายทิพย์]]) สามารถบังคับให้ร่างกาย ([[กายหยาบ]]) ของผู้ถูกสิงนั้นอยู่ในสภาพที่วิปลาสผิด[[ธรรมชาติ]]ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นการถอดหัวและอวัยวะภายในให้หลุดออกมาจากร่างกาย รวมถึงการลอยตัวอยู่ในอากาศ ฉะนั้น ร่างกายของคนๆนั้นเมื่อถูกวิญญาณร้ายบังคับให้ทำในสิ่งที่หากมนุษย์ธรรมดาทำแล้วเสียชีวิต ก็เท่ากับว่ากายนั้นเป็นร่างกายที่ไร้สิ้นซึ่งความเป็นมนุษย์ เป็นร่างกายที่เสียหายและยังคงมีชีวิตอยู่ได้โดยอำนาจของวิญญาณภูติกระสือที่อยู่ในร่างเท่านั้น ถึงแม้กระสือจะถูกไล่ออกจากร่างไป แต่ร่างการนั้นก็ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ ดังนั้นการปราบกระสือก็เท่ากับต้องฆ่าคน ๆ นั้นไปด้วยเลย บางท้องที่เล่าว่ากระสือชราเมื่อมีการถ่ายทอดความเป็นกระสือสู่ลูกหลานรุ่นต่อไปแล้ว ตนเองจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานก่อนจะเสียชีวิตในสภาพที่หัวกับอวัยวะภายในหลุดออกมาจากตัว ซึ่งเป็นผลพวงจากการถูกวิญญาณร้ายบังคับให้แยกออกไปหากินเมื่อครั้งยังมีกระสืออยู่ในร่าง เมื่อถ่ายทอดกระสือออกจากร่างไปแล้ว หัวกับตัวก็จะไม่สามารถต่อติดเชื่อมกันอีกต่อไป
 
== ลักษณะของกระสือ ==
กระสือในรูปแบบที่รับรู้กันในยุคปัจจุบัน คือ เป็นผีผู้หญิงแก่ที่ล่องลอยไปพร้อมกับหัวและ[[ไส้]]และ[[อวัยวะ]]ส่วนอื่น เช่น [[หัวใจ]], [[ปอด]] และเรืองแสงได้เรือง ๆ แต่ทว่าตามนิยามของ [[เสฐียรโกเศศ]] แล้ว กระสือเป็นเพียงผีผู้หญิงแก่ที่มีเพียงหัวกับไส้ที่ส่องแสงเรือง ๆ โดยที่ไม่มีอวัยวะส่วนอื่นใด ซึ่งที่มาของกระสือที่มีหัวกับไส้และอวัยวะส่วนอื่น ๆ แบบที่คุ้นเคยกันนั้น มาจาก[[ภาพวาด]]ของ ทวี วิษณุกร ที่แต่งเติมเอาจาก[[จินตนาการ]]ใน[[แฮนด์บิล|ใบปิดภาพยนตร์]]เรื่อง ''"[[กระสือสาว]]"'' ที่ฉายเมื่อปี [[พ.ศ. 2516]] นำแสดงโดย [[สมบัติ เมทะนี]] และ [[พิศมัย วิไลศักดิ์]] <ref name="ยูทูป">{{cite web|title=บางอ้อ : ท้าพิสูจน์ตำนานกระสือ|work=บางอ้อ|url=http://video.sanook.com/player/398603/|date=June 17, 2009}}</ref>
 
== กระสือในทางวิทยาศาสตร์ ==
กระสือมักได้รับการอธิบายในทาง[[วิทยาศาสตร์]]ว่า คือ ดวงไฟที่ลุกโชนจาก[[โมเลกุล]]ของ[[ก๊าซ]][[มีเทน]]ที่เกิดจากการสะสมของซากเน่าเปื่อยของ[[อินทรียสาร]]ใน[[นา]]ข้าวหรือท้องทุ่ง แต่ในทัศนะของ [[รองศาสตราจารย์]] ดร.[[สิรินทรเทพ เต้าประยูร]] นักวิชาการผู้ศึกษาเรื่องพลังงานธรรมชาติแห่ง[[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]] เห็นว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะก๊าซมีเทนในนาข้าวนั้นไม่ได้มีปริมาณมากพอที่จะเกิดการลุกไหม้ อีกทั้งถ้าลุกไหม้จริงก็จะปรากฏอยู่บริเวณเฉพาะผิวหน้าของวัตถุ มิได้ลอยขึ้นไปในอากาศหรือเคลื่อนที่ได้<ref name="ยูทูป"/>
 
อีกทั้งในทาง[[กายวิภาค]] ร่างกายมนุษย์เมื่อถอดส่วนหัวแล้ว อวัยวะส่วนอื่น ๆ เช่น ไส้, หัวใจ หรือปอด ก็จะไม่ติดออกมาด้วย<ref name="ยูทูป"/>
 
== ผีที่คล้ายกัน ==
[[ไฟล์:Penanggalan.jpg|180px|thumb|left|ผีกระสือมลายู [[ฮันตูปินังกาลัน]]]]
 
กระสือใน[[ประเทศกัมพูชา|กัมพูชา]]เรียกว่า "เอิบ" ({{lang-km|អាប ''อาบ''}}) มีการสันนิษฐานว่ากระสือมีที่มาจากประเทศกัมพูชา โดยเกิดจากผู้ที่บูชาไสยศาสตร์มนต์ดำเขมร แล้วทำผิดข้อห้าม
 
ใน[[ประเทศลาว|ลาว]]เรียก "กะสือ" ({{lang-lo|ກະສື}})
 
ใน[[ประเทศเวียดนาม|เวียดนาม]]เรียก "มาลาย" ({{lang-vi|ma lai}})<ref name="ผี" /><ref name="ผี1" /><ref name="ผี2" />
 
ในแถบ[[มาเลเซีย]]ยังมีเรื่องของผีที่มีลักษณะคล้ายกระสือของไทยด้วย เรียกว่า "ฮันตูปินังกาลัน" หรือ "ปินังกาลัน" ({{lang-ms|Hantu penanggal, Penanggalan}})
 
มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก วันหนึ่งในตอนกลางคืน ผู้เป็นพ่อได้ออกไปธุระข้างนอกบ้าน ผู้เป็นแม่ปิดประตูอยู่ในห้อง แล้วนางก็หยิบเอาขวดน้ำมันมนต์มาทารอบคอ สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกันโดยมีตับไตไส้พุงห้อยติดออกมาด้วย เวลาที่ออกหากินจะเห็นเป็นแสงสีเหลือง และมีเสียงดังดุจลมพัดตลอดเวลาที่นางลอยไปเพื่อขับไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จะเข้ามายุ่งกับพวงไส้ของนาง ผู้เป็นลูกได้แอบเห็นดังนั้นจึงลองเอาน้ำมันมนต์ของแม่มาลองทาดูบ้าง ขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากตัว เด็กน้อยเกิดกลัวจนร้องโวยวายออกมาว่า "ช่วยด้วย หัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว" จนชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินกันทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าเยี่ยมหน้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับมา เสียงร้องโวยวายก็เงียบลง หลังจากวันนั้น ครอบครัวนั้นก็ย้ายหนีไปจากที่นั่น และไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย
 
ซึ่งความแตกต่างของฮันตูปินังกาลัน และกระสือ ต่างกันที่สีของดวงไฟ ที่กระสือจะเป็นสีเขียวหรือแดง และฮันตูปินังกาลันจะเป็นสีเหลือง อีกทั้งฮันตูปินังกาลันยังมีความดุร้ายกว่าด้วย<ref>{{cite web|url= https://www.youtube.com/watch?v=eqXtZXsqFPw|title=''ผีนานาชาติ'', "แฟนพันธุ์แท้ 2013"|url=https://www.youtube.com/watch?v=eqXtZXsqFPw|work=[[แฟนพันธุ์แท้ 2013]]|date=May 10, 2013}}</ref>
 
ที่ฟิลิปปินส์ มีความเชื่อเรื่อง[[มานานังเกล]] ({{lang-tl|Manananggal}}) ผีดูดเลือดที่มีปีกเหมือนค้างคาวขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง เมื่ออกล่าเหยื่อจะถอดลำตัวท่อนบนออกแล้วบินไปในอากาศในเวลากลางคืน รวมถึงยังชอบที่จะกินเด็กทารกจากครรภ์ผู้เป็นแม่อีกด้วย<ref name=ผี>{{cite book |last= Alip |first= Eufronio Melo |author-link = Eufronio Melo Alip |title= Political and Cultural History of the Philippines |year= 1950 |publisher= |location= Philippines |isbn= }}</ref><ref name=ผี1>{{cite book |last= Ramos |first= Maximo D. |author-link = Maximo D. Ramos |title= Creatures of Philippine Lower Mythology |year= 1971 |publisher= Phoenix Publishing |location= Philippines |isbn= 971-06-0691-3}}</ref><ref name=ผี2>{{cite book |last= Bane |first= Theresa |author-link = Theresa Bane |title= Encyclopedia of Vampire Mythology |year= 2010 |publisher= McFarland & Company, Inc. |location= USA |isbn= 978-0-7864-4452-6}}</ref>
 
นอกจากนั้นแล้วที่[[ประเทศญี่ปุ่น]]ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจที่สามารถถอดหัวหากินได้ในเวลากลางคืน เรียกกันว่า [[นุเกะ-คุบิ]] ({{lang-ja|ぬけ首}}) อาศัยอยู่แถบ[[ภูเขา]]บริเวณมณฑลไค จน[[ซามูไร]]ผู้กล้าผู้หนึ่งที่เลิกจากการเป็นซามูไรแล้ว ได้บวชเป็น[[พระ]]ธุดงค์ผ่านไป หัวหน้าปีศาจในร่างมนุษย์ก็ได้นิมนต์ให้ไปพักที่บ้าน ในเวลากลางคืนพระก็ตื่นขึ้นมากลางดึก หวังจะดื่มน้ำโดยไม่รบกวนเจ้าบ้าน ขณะผ่านไปยังห้องที่เหล่าปีศาจนอนกันพบว่า ทั้งหมดเป็นร่างที่ไม่มีหัวแล้ว พระตามไปดูนอกบ้าน พบเป็นหัวปีศาจ 3-4 หัวล่องลอยไปมา ใช้ลิ้นตวัดกินมดปลวกตามพื้น และคุยกันว่าจะกินพระในเวลาก่อนรุ่ง พระเลยลากเอาร่างที่ไร้หัวเหล่านั้นไปซ่อนไว้ เมื่อปีศาจกลับไปดูที่บ้านไม่พบทั้งพระและร่างของตัวเองเลยตกใจและโกรธจัด ทั้งหมดได้รุมทำร้ายพระ แต่ไม่อาจทำอะไรพระได้ เพราะพระเคยเป็นซามูไรมาก่อน ก็ตายลงเมื่อถึงเวลาเช้า แต่หัวของหัวหน้าปีศาจก็ได้กัดติดกับจีวรพระไม่สามารถถอดออกได้ ต่อมา มีโจรผู้หนึ่งได้ขอซื้อหัวปีศาจนี้จากพระ โจรหวังจะใช้หัวปีศาจนี้หลอกผู้คนเอาเงิน แต่ต่อมากลัวปีศาจจะมาเอาคืน เลยทำสุสานฝังให้ ว่ากันว่าสุสานแห่งนี้ยังมีปรากฏจนถึงทุกวันนี้<ref>หนังสือเรื่องผีผี โดย [[แล็ฟคาดิโอ เฮิร์น]] แปลโดย ปาริฉัตร เสมอแข, ผุสดี นาวาวิจิต, สำนักพิมพ์ผีเสือ ([[กรุงเทพมหานคร]], [[พ.ศ. 2543]]) ISBN 974-14-0143-4 </ref>
{{clear}}
 
== อิทธิพลของความเชื่อเรื่องกระสือ ==
[[ไฟล์:Luminescent mushroom.jpg|thumb|เห็ดกระสือ]]
[[ราชบัณฑิตยสถาน]]ว่า ความเชื่อเรื่องกระสือนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยโบราณหลายประการด้วยกัน เป็นต้นว่า
# ผลกล้วยที่แกร็นทั้งเครือ จะเรียกว่า "กล้วยกระสือดูด"
# คนตะกละกินหรือคนที่กินอย่างสวาปาม จะเรียกว่า "คนตะกละเหมือนผีกระสือ" หรือ "คนกินเหมือนผีกระสือ"
# โคมชนิดหนึ่งซึ่งมีที่เปิดปิดไฟได้และมีแว่นฉายแสงไปได้วาบ ๆ เรียกว่า "โคมตาวัว" หรือ "กระสือ"
# [[ไพล]]ชนิดหนึ่งซึ่งเรืองแสงได้ในที่มืด เรียกว่า "[[กระสือ (ว่าน)|ว่านกระสือ]]"
#[[เห็ด]]จำพวกหนึ่งสามารถเรืองแสงได้ในที่มืด เรียกว่า "เห็ดกระสือ"<ref>{{cite web|title=เห็ดกระสือ เรืองแสงได้อย่างไร มาดูกัน{แตกประเด็นจาก X9199871}|author=naimaew1|date=May 5, 2010|work=[[พันทิปดอตคอม]]|url=http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2010/05/X9213395/X9213395.html}}</ref>
# ที่ตำบลห้วยกะปิ [[อำเภอเมืองชลบุรี|อำเภอเมือง]] [[จังหวัดชลบุรี]] มีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชื่อ "หนองเกษม" เดิมมีชื่อว่า "หนองกระสือ" ทั้งนี้มีเสียงร่ำลือกันว่าเมื่อปี พ.ศ. 2530 มีชาวบ้านพบเห็นกระสือที่นี่ ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเพื่อลดความน่ากลัวลง<ref>{{cite news|title=
ตายายพบแสงสีเขียวในบ้านล้างหนองกระสือ|work=[[มหาวิทยาลัยบูรพา]]|url=http://www.buraphanews.com/index.php?option=com_content&task=view&id=12434&Itemid=1}}</ref>
 
== ดูเพิ่ม ==
{{วิกิพจนานุกรม}}
* [[กระหัง]]
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
{{เริ่มอ้างอิง}}
* [[ราชบัณฑิตยสถาน]]. (2551, 7 กุมภาพันธ์). '''พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.''' [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp]. (เข้าถึงเมื่อ: 17 กันยายน 2551).
* [[พระยาอนุมานราชธน|พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ)]]. (2526). "กระสือ 1 - ผี". '''สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน,''' (เล่ม 1 : ก-กลากเหล็ก). (พิมพ์ครั้งที่สาม). กรุงเทพฯ : ไพศาลศิลป์การพิมพ์. หน้า 380-381.
{{จบอ้างอิง}}
 
[[หมวดหมู่:ผีไทย]]
53,738

การแก้ไข