ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อริยสัจ 4"

ย้อนการแก้ไขที่ 8459069 สร้างโดย 124.122.187.35 (พูดคุย)
(Reverted 3 edits by 202.149.101.114 (talk). (TW))
ป้ายระบุ: ทำกลับ
(ย้อนการแก้ไขที่ 8459069 สร้างโดย 124.122.187.35 (พูดคุย))
ป้ายระบุ: ทำกลับ
{{พุทธศาสนา}}
'''อริยสัจ''' หรือ'''จตุราริยสัจ''' หรือ'''อริยสัจ 4''' เป็นหลักคำสอนหนึ่งของ[[พระโคตมพุทธเจ้า]] แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระ[[อริยบุคคล]] หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ มีอยู่สี่ประการ คือ
# '''[[ทุกข์]]''' (นาม-รูป) คือ สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ (การเกิด) ชรา (การแก่ การเก่า) มรณะ (การตาย การสลายไป การสูญสิ้น) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ ทุกข์ก็คือ[[อุปาทานขันธ์]] หรือ[[ขันธ์ 5]]
# '''[[สมุทัย]]''' (ตัวทุกข์) คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ [[ตัณหา|ตัณหา 3]] คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม ความอยากได้ทางกามารมณ์, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วย[[ภวทิฏฐิ]]หรือ[[สัสสตทิฏฐิ]] และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วย[[วิภวทิฏฐิ]]หรือ[[อุจเฉททิฏฐิ]]
# '''[[นิโรธ]]''' (ปัญญา) คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง 3 ได้อย่างสิ้นเชิง
# '''[[มรรค]]''' (ปัญญาหลุดพ้น/ทางหลุดพ้น) คือ แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ มีองค์ประกอบอยู่แปดประการ คือ 1. [[สัมมาทิฏฐิ]]-ความเห็นชอบ 2. [[สัมมาสังกัปปะ]]-ความดำริชอบ 3. [[สัมมาวาจา]]-เจรจาชอบ 4. [[สัมมากัมมันตะ]]-ทำการงานชอบ 5. [[สัมมาอาชีวะ]]-เลี้ยงชีพชอบ 6. [[สัมมาวายามะ]]-พยายามชอบ 7. [[สัมมาสติ]]-ระลึกชอบ และ 8. [[สัมมาสมาธิ]]-ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" หรือทางสายกลาง
 
มรรคมีองค์แปดนี้สรุปลงใน[[ไตรสิกขา]] ได้ดังนี้ 1. อธิสีลสิกขา ได้แก่ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ 2. อธิจิตสิกขา ได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ และ 3. อธิปัญญาสิกขา ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ
== กิจในอริยสัจ 4 ==
กิจในอริยสัจ คือสิ่งที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ ได้แก่
# '''ปริญญา''' - ทุกข์ (นาม-รูป) ควรรู้ คือการทำความเข้าใจปัญหาหรือสภาวะที่เป็นทุกข์อย่างตรงไปตรงมาตามความเป็นจริง เป็นการเผชิญหน้ากับปัญหา
# '''ปหานะ''' - สมุทัย (ตัวทุกข์) ควรละ คือการกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ เป็นการแก้ปัญหาที่เหตุต้นตอ
# '''สัจฉิกิริยา''' - นิโรธ (ปัญญา) ควรทำให้แจ้ง คือการเข้าถึงภาวะดับทุกข์ หมายถึงภาวะที่ไร้ปัญหาซึ่งเป็นจุดมุ่งหมาย
# '''ภาวนา''' - มรรค (ปัญญาหลุดพ้น/ทางหลุดพ้น) ควรเจริญ คือการฝึกอบรมปฏิบัติตามทางเพื่อให้ถึงความดับแห่งทุกข์ หมายถึงวิธีการหรือทางที่จะนำไปสู่จุดหมายที่ไร้ปัญหา
 
กิจทั้งสี่นี้จะต้องปฏิบัติให้ตรงกับมรรคแต่ละข้อให้ถูกต้อง การรู้จักกิจในอริยสัจนี้เรียกว่ากิจญาณ
 
# '''สัจญาณ''' หยั่งรู้ความจริงสี่ประการว่า
## นี่คือทุกข์ (นาม-รูป)
## นี่คือเหตุแห่งทุกข์ (ตัวทุกข์)
## นี่คือความดับทุกข์ (ปัญญา)
## นี่คือทางแห่งความดับทุกข์ (ปัญญาหลุดพ้น/ทางหลุดพ้น)
# '''กิจญาณ''' หยั่งรู้หน้าที่ต่ออริยสัจว่า
## ทุกข์ควรรู้ (นาม-รูป)
## เหตุแห่งทุกข์ควรละ (ตัวทุกข์)
## ความดับทุกข์ควรทำให้ประจักษ์แจ้ง (ปัญญา)
## ทางแห่งความดับทุกข์ควรฝึกหัดให้เจริญขึ้น (ปัญญาหลุดพ้น/ทางหลุดพ้น)
# '''กตญาณ''' หยั่งรู้ว่าได้ทำกิจที่ควรทำได้เสร็จสิ้นแล้ว
## ทุกข์ได้กำหนดรู้แล้ว (นาม-รูป)
## เหตุแห่งทุกข์ได้ละแล้ว (ตัวทุกข์)
## ความดับทุกข์ได้ประจักษ์แจ้งแล้ว (ปัญญา)
## ทางแห่งความดับทุกข์ได้ปฏิบัติแล้ว (ปัญญาหลุดพ้น/ทางหลุดพ้น)
 
== อ้างอิง ==