ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ระบบประสาทสั่งการ"

ปรับข้อมูลและสำนวน
(ปรับข้อมูลและสำนวน)
{{Refimprove | date = October 2009}}
<!-- บทอื่น ๆ ที่เปลี่ยนทางมายังบทความนี้:
ระบบสั่งการ, ระบบประสาทสั่งการ
motor system, neuromuscular system
extrapyramidal system, ระบบนอกพีระมิด, ระบบสั่งการนอกพีระมิด, ระบบประสาทสั่งการนอกพิระมิด => #extrapyramidal system
-->
'''ระบบสั่งการ'''<ref name=RoyalDict>
* {{Citation | title = motor | quote = (แพทยศาสตร์) ๑. มอเตอร์, -ยนต์ ๒. -สั่งการ | work = ศัพท์บัญญัติอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (คอมพิวเตอร์) รุ่น ๑.๑ ฉบับ ๒๕๔๕ }}
* tectospinal tract
 
== สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทสั่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ==
การทำงานของระบบประสาทสั่งการจะต้องอาศัยสมองหลายบริเวณเพื่อควบคุมและแปลผลให้เกิดการเคลื่อนไหว เช่น somatosensory cortex, supplementary motor area (SMA), premotor cortex, และ basal ganglia เป็นต้น ระบบประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระบบที่ทำงานร่วมกัน ระบบแรกอยู่ใน[[เนื้อเทา]]ของ[[ก้านสมอง]]และ[[ไขสันหลัง]] เซลล์ที่เกี่ยวข้องอย่างแรกคือ[[เซลล์ประสาทสั่งการล่าง]] ({{abbr |LMN| lower motor neuron }}) LMN ที่ก้านสมองส่ง[[แอกซอน]]ไปยัง[[กล้ามเนื้อโครงร่าง]]ของศีรษะ และ LMN ที่ไขสันหลังส่งไปยังกล้ามเนื้อของร่างกาย เซลล์อย่างที่สองเป็นวงจรประสาทคือ[[เครือข่ายอินเตอร์นิวรอน]]ใกล้ ๆ LMN ซึ่งเป็นแหล่งกระแสประสาทที่ LMN ได้รับโดยหลัก การเริ่มและการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายของระบบประสาทจะต้องผ่าน LMN เป็นด่านสุดท้าย ส่วนวงจรประสาทใกล้ ๆ LMN ได้รับกระแสประสาททั้งจาก[[เซลล์ประสาทรับความรู้สึก]]ใน[[ระบบประสาทนอกส่วนกลาง]]และจากส่วนต่าง ๆ ใน[[สมอง]] รูปแบบการเชื่อมต่อกันของวงจรประสาททำให้ประสานการทำงานของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ในสัตว์ทดลอง แม้ถ้าตัดการเชื่อมต่อของไขสันหลังกับสมองแล้วกระตุ้นวงจรประสาทที่เหมาะสม ก็ยังทำให้สัตว์เคลื่อนไหว (นอกอำนาจจิตใจ) เหมือนกับเดินได้<ref name=Purves2018-p357-359>{{harvp |Purves et al |2018 | loc = Neural Centers Responsible for Movement, pp. 357-359 }}</ref>
การทำงานของระบบประสาทสั่งการจะต้องอาศัยสมองหลายบริเวณเพื่อควบคุมและประมวลผลให้เกิดการเคลื่อนไหว เช่น somatosensory cortex, supplementary motor area (SMA), premotor cortex, และ basal ganglia เป็นต้น
 
ระบบที่สองเป็น[[เซลล์ประสาทสั่งการบน]] ({{abbr |UMN| upper motor neuron }}) ในก้านสมองและ[[เปลือกสมอง]] ที่ส่งแอกซอนโดยมากไปยังวงจรประสาทใกล้ ๆ LMN และบางครั้งไปยัง LMN โดยตรง ซึ่งจำเป็นเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายใต้อำนาจจิตใจและเมื่อต้องใช้ทักษะไม่ว่าจะโดยเวลาหรือโดยปริภูมิ UMN ในส่วนต่าง ๆ รวมทั้ง<ref name=Purves2018-p357-359 />
* ใน[[สมองกลีบหน้า]]
** ใน [[primary motor cortex]] ([[บริเวณบรอดมันน์]] 4) และใน premotor cortex (โดยหลักบริเวณบรอดมันน์ 6) จำเป็นเพื่อวางแผน ริเริ่ม และจัดลำดับการเคลื่อนไหวศีรษะ ร่างกาย และแขนขา อนึ่ง บริเวณบรอดมันน์ 8 ในสมองกลีบหน้าก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกันในการเคลื่อนไหวตาด้วย
** ใน inferior frontal gyrus ส่วนหลัง (posterior) โดยปกติในสมองซีกซ้าย ซึ่งเรียกว่า Broca's area หรือบริเวณบรอดมันน์ 44 และ 45 โดยเป็นส่วนของ premotor cortex เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการพูด
* ใน [[anterior cingulate cortex]] UMN ที่บริเวณบรอดมันน์ 24 ควบคุมกล้ามเนื้อที่[[ใบหน้า]]เพื่อแสดงออกความรู้สึกและอารมณ์
* ใน[[ก้านสมอง]] UMN มีหน้าที่ควบคุมความตึงกล้ามเนื้อ ปรับแนวทิศทางตา ศีรษะ และร่างกายตามข้อมูลที่ได้จาก[[ระบบการทรงตัว]] [[ระบบรับความรู้สึกทางกาย]] [[ระบบการได้ยิน]]และ[[ระบบการเห็น]] เป็นระบบที่ขาดไม่ได้ในการไปในที่ต่าง ๆ และในการควบคุมท่าทางและ[[อากัปกิริยา]]
 
ระบบที่สามและสี่ไม่ได้ส่งแอกซอนโดยตรงไปยัง LMN หรือวงจรประสาทใกล้ ๆ มัน แต่มันมีอิทธิพลโดยอ้อมด้วยการปรับการทำงานของ UMN ในก้านสมองและเปลือกสมอง ระบบที่สามก็คือ[[สมองน้อย]]ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับระบบเซอร์โวให้แก่ UMN คือมันตรวจจับความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวจริง ๆ และการเคลื่อนไหวที่ต้องการ และส่งกระแสประสาทเพื่อลดความแตกต่างไปยัง UMN สมองน้อยทำหน้าที่เช่นนี้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยอย่างหลังเรียกว่า [[motor learning]] คนไข้ที่สมองน้อยเสียหายมีปัญหาเคลื่อนไหวร่างกายทั้งโดยทิศทางและโดยความมากน้อยของการเคลื่อนไหว<ref name=Purves2018-p357-359 />
 
ระบบที่สี่ก็คือ [[basal ganglia]] ซึ่งอยู่ใน[[สมองส่วนหน้า]] มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ UMN ก่อการเคลื่อนไหวที่ไม่ต้องการ และเตรียมระบบประสาทสั่งการเพื่อเริ่มการเคลื่อนไหว คนไข้ที่สมองส่วนนี้มีปัญหาก็มีจะมีปัญหาการเคลื่อนไหว เช่น คนไข้[[โรคพาร์คินสัน]]และ[[โรคฮันติงตัน]] เป็นปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนการเคลื่อนไหวใต้อำนาจจิตใจรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง<ref name=Purves2018-p357-359 />
 
== ดูเพิ่ม ==
* [[Motor skill]]
* [[Motor learning]]
* [[Motor control]]
* [[Motor disorder]]
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง |30em}}
 
=== อ้างอิงอื่น ๆ ===
* {{cite book | ref = {{harvid | Purves et al | 2018 }} | year = 2018 | title = Neuroscience | edition = 6th | editor-last1 = Purves | editor-first1 = Dale | editor-last2 = Augustine | editor-first2 = George J | editor-last3 = Fitzpatrick | editor-first3 = David | editor-last4 = Hall | editor-first4 = William C | editor-last5 = Lamantia | editor-first5 = Anthony Samuel | editor-last6 = Mooney | editor-first6 = Richard D | editor-last7 = Platt | editor-first7 = Michael L | editor-last8 = White | editor-first8 = Leonard E | publisher = Sinauer Associates | isbn = 9781605353807 | chapter = Chapter 16 - Lower Motor Neuron Circuits and Motor Control | pages = 357-379}}
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
12,174

การแก้ไข