ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขด้วยแอปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขด้วยแอปสำหรับแอนดรอยด์
|image = ภาพ:KingNU.jpg
| personal name = สมเด็จพระนเรศ <br> พระองค์ดำ
|succession = พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา<ref>{{cite web|title=“สยาม” ถูกใช้เรียกชื่อประเทศเป็นทางการสมัยรัชกาลที่ 4|url=https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_10496|publisher=ศิลปวัฒนธรรม|date=6 กรกฎาคม 2560|accessdate=10 สิงหาคม 2560}}</ref>
| birth_date = พ.ศ. 2098<br>[[จังหวัดพิษณุโลก|เมืองพิษณุโลก]] [[อาณาจักรอยุธยา]]
|reign = 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 − 25 เมษายน พ.ศ. 2148 ({{อายุปีและวัน|2133|7|29|2148|4|25}})
| death_date = 25 เมษายน พ.ศ. 2148<br>[[อำเภอเวียงแหง|เวียงแหง]]{{อ้างอิง}} [[อาณาจักรล้านนา]]
| predecessor = [[สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]
| successor = [[สมเด็จพระเอกาทศรถ]]
| birth_style = {{Nowrap|พระราชสมภพ}}
| birth_date = พ.ศ. 2098
| birth_datedeath_place = พ.ศ. 2098<br>[[จังหวัดพิษณุโลก|เมืองพิษณุโลก]] [[อาณาจักรอยุธยา]]
| death_date = 25 เมษายน พ.ศ. 2148
| death_place = เมืองหางหลวง
| father = [[สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]
| mother = [[พระวิสุทธิกษัตรีย์]]
| title =
| dynasty = [[ราชวงศ์สุโขทัย]]
|succession = พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา<ref>{{cite web|title=“สยาม” ถูกใช้เรียกชื่อประเทศเป็นทางการสมัยรัชกาลที่ 4|url=https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_10496|publisher=ศิลปวัฒนธรรม|date=6 กรกฎาคม 2560|accessdate=10 สิงหาคม 2560}}</ref>
|reign = 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 − 25 เมษายน พ.ศ. 2148 ({{อายุปีและวัน|2133|7|29|2148|4|25}})
| พิธีบรมราชาภิเษก =
| ระยะเวลาครองราชย์ = 15 ปี
| predecessor = [[สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]
| successor = [[สมเด็จพระเอกาทศรถ]]
}}
'''สมเด็จพระนเรศวรมหาราช''' มีพระนามเดิมว่าพระนเรศ หรือ "พระองค์ดำ" เป็นพระราชโอรสใน[[สมเด็จพระมหาธรรมราชา]]และ[[พระวิสุทธิกษัตรีย์]] เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่[[พระราชวังจันทน์]] เมือง[[พิษณุโลก]] มีพระเชษฐภคินีคือ[[พระสุพรรณกัลยา]] มีพระอนุชาคือ[[สมเด็จพระเอกาทศรถ]] (องค์ขาว) เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ครองราชสมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 สิริพระชนมายุ 50 พรรษา
 
== สวรรคต ==
สมเด็จพระนเรศวร กับสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จยกกองทัพออกจากพระนคร เมื่อวันพฤหัสบดี แรม 8 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง พ.ศ. 2148 เสด็จโดยกระบวนเรือจากพระตำหนักป่าโมก แล้วเสด็จขึ้นบนที่ตำบล เอกราชไปตั้งทัพชัย ณ ตำบลพระหล่อ แล้วยกกองทัพบกไปทางเมืองกำแพงเพชรสู่เมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จถึงเมืองเชียงใหม่ก็หยุดพักจัดกระบวนทัพอยู่หนึ่งเดือน แล้วให้กองทัพสมเด็จพระเอกาทศรถยกไปทางเมืองฝาง ส่วนกองทัพหลวงยกไปทางเมืองหางหลวง ครั้นเสด็จถึงเมืองหางแล้วก็ให้ตั้งค่ายหลวงประทับอยู่ที่ทุ่งแก้ว สมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ขึ้นที่พระพักตร์ แล้วกลายเป็นบาดทะพิษพระอาการหนัก จึงโปรดให้ข้าหลวงรีบไปเชิญเสด็จสมเด็จพระเอกาทศรถมาเฝ้า สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จฯ มาถึงได้ 3 วัน สมเด็จพระนเรศวรก็เสด็จสวรรคต เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 สิริพระชนมพรรษาชนมายุ 49 พรรษาเศษ ดำรงราชสมบัติ 14 ปีเศษ สมเด็จพระเอกาทศรถจึงได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรกลับกรุงศรีอยุธยา<ref>พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล, หน้า 208</ref>
 
== ชีวิตส่วนพระองค์ ==
พระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชส่วนใหญ่ได้จากพงศาวดารอยุธยา ซึ่งมักมีการจดบันทึกในพระราชกรณียกิจ ซึ่งส่วนใหญ่บันทึกถึงการทำสงครามกับอาณาจักรเพื่อนบ้านเป็นอันมาก จนมองข้ามเกี่ยวกับเจ้านายฝ่ายในหรือพระมเหสีของพระองค์ อย่างไรก็ตามได้มีการปรากฏพระนามของเจ้านายฝ่ายใน ในเอกสารของต่างชาติ 5 ฉบับด้วยกัน ซึ่งได้แก่ จดหมายเหตุสเปน (History of the Philippines and Other Kingdom) ของบาทหลวงมาร์เชโล เด ริบาเดเนย์รา (Marchelo de Ribadeneira, O.F.M), [[จดหมายเหตุวันวลิต]], [[พงศาวดารละแวก]], [[คำให้การขุนหลวงหาวัด]] และ[[พงศาวดารพม่ามหาราชวงศ์ ฉบับหอแก้ว]] ซึ่งปรากฏพระนามพระมเหสี 3-4 พระองค์ โดยมีพระนามดังนี้<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 309-310</ref>
# '''[[พระมณีรัตนา]]''' หรือ เจ้าขรัวมณีจันทร์ จากจดหมายเหตุวันวลิต
# '''โยเดียมี้พระยา''' พระราชธิดาในพระเจ้า[[สาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ|พระเจ้านรธามังสอนรธาเมงสอ]] กับพระนางเชงพยูเชงเมดอ<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 234</ref> ปฐมวงศ์พม่าที่ปกครอง[[อาณาจักรล้านนา]] จากพงศาวดารพม่า
# '''[[พระเอกกษัตรีย์]]''' พระราชธิดาในพระเจ้าศรีสุพรรณมาธิราช เจ้าแผ่นดินเขมร จากพงศาวดารเขมร
 
มีการกล่าวถึง พระมณีรัตนา และเจ้าขรัวมณีจันทร์ ว่าอาจเป็นบุคคลเดียวกัน แต่บ้างก็ว่าอาจเป็นคนละคนกัน โดยเชื่อว่า พระมณีรัตนาอาจเป็นเจ้าหญิงที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ละโว้สายสุพรรณภูมิของ[[สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ]] และ[[สมเด็จพระมหินทราธิราช]]<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 310</ref> ซึ่งในขณะนั้นเจ้านายฝ่ายในในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระรัตนมณีเนตร หรือ พระแก้วฟ้า ซึ่งเป็นพระขนิษฐาต่างชนนีของ[[พระวิสุทธิกษัตรีย์]] ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นพระนางจะมีศักดิ์เป็นพระมาตุจฉาของพระนเรศวร<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 311</ref> อย่างไรก็ตามเจ้าขรัวมณีจันทร์ มีบทบาทสูงกว่าพระมเหสีจากเชียงใหม่และเขมร<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 321</ref> โดยมีการสถาปนาพระนางเป็นอัครมเหสีดังที่ปรากฏในคำให้การขุนหลวงหาวัดที่กล่าวถึงเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จขึ้นเสวยราชย์สมบัติต่อจากพระราชบิดา ความว่า
 
{{คำพูด|''ส่วนพระนเรศวรนั้น ก็เข้าไปยังกรุงศรีอยุธยา ก็เสด็จเข้าสู่พระราชฐานอันอัครเสนาบดีและมหาปุโรหิตทั้งปวง จึงปราบดาภิเษกแล้วเชื้อเชิญให้เสวยราชสมบัติ จึงถวายอาณาจักรเวนพิภพแล้วจึงถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ทั้ง ๕ และเครื่องมหาพิไชยสงครามทั้ง ๕ ทั้งเครื่องราชูปโภคทั้งปวงอันครบครัน แล้วจึงถวายพระนามใส่ในพระสุพรรณบัตรสมญา '''แล้วฝ่ายในกรมจึงถวายพระมเหษีพระนามชื่อพระมณีรัตนา''' และถวายพระสนมกำนัลทั้งสิ้น แล้วครอบครองราชสมบัติเมื่อจุลศักราช ๙๕๒ ปีขาลศก อันพระเอกาทศรถนั้นก็เปนที่มหาอุปราช''|คำให้การขุนหลวงหาวัด}}
 
หลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ[[สมเด็จพระเอกาทศรถ]]ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อนั้น เจ้าขรัวมณีจันทร์ได้ปรากฏอีกครั้งใน[[จดหมายเหตุวันวลิต]] ที่ได้กล่าวถึง พระชายาม่ายของสมเด็จพระนเรศวร ได้เสด็จออกบวชชี และเป็นเหตุให้บุคคลทั่วไปเรียกกันว่า ''เจ้าขรัว'' จนกระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งที่เสด็จไปช่วยพระราชโอรสพระองค์หนึ่งของ[[สมเด็จพระเอกาทศรถ]] คือ "เจ้าไล" หรือ''ศรี'' ซึ่งมีเหตุวิวาทกับพระยาออกนา จนต้องพระราชอาญาจนถึงชีวิต ข้ารองพระบาทในพระองค์ไลจึงได้ไปทูลขอพึ่งพระบารมีเจ้าขรัวมณีจันทร์ซึ่งเป็นพระปิตุจฉา พระนางจึงรีบเสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระเอกาทศรถ จนสมเด็จพระเอกาทศรถยินยอมด้วยความเกรงพระทัย (แต่ใน[[จดหมายเหตุวันวลิต]]วลิตกล่าวว่า ถูกฟันด้วยพระแสงดาบและถูกจำคุกเป็นเวลา 5 เดือน เจ้าขรัวมณีจันทร์จึงได้ขอพระราชทานอภัยโทษ)<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 336</ref> โดยปรากฏในจดหมายเหตุวันวลิต ความว่า ''"จนกระทั่งเจ้าขรัวมณีจันทร์ ชายาม่ายของพระเจ้าอยู่หัวในพระโกศ คือ พระ Marit หรือพระองค์ดำ ได้ทูลขอจึงเป็นที่โปรดปรานอีก"''<ref>ภาสกร วงศ์ตาวัน. ''ไพร่ ขุนนาง เจ้า แย่งชิงบัลลังก์สมัยอยุธยา''. ยิปซี:กรุงเทพฯ, 2553. หน้า 113</ref>
 
=== พระราชโอรส-ธิดา ===
มีการกล่าวถึงพระราชโอรสในสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในจดหมายเหตุสเปน (History of the Philippines and Other Kingdom) ของบาทหลวงมาร์เชโล เด ริบาเดเนย์รา (Marchelo de Ribadeneira, O.F.M) ที่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าของ[[บาทหลวง]][[คณะฟรันซิสกัน]]ที่เคยพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาใน [[พ.ศ. 2125]] ปลายรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช และ [[พ.ศ. 2139]] ตรงกับต้นรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเนื้อความในจดหมายเหตุนี้ได้มีการอธิบายถึงกระบวนพยุหยาตราชลมารคของพระเจ้าแผ่นดินสยาม โดยมีเนื้อความตอนหนึ่งที่ได้กล่าวถึงพระอัครมเหสีและพระราชโอรสผู้ทรงพระเยาว์โดยเสด็จด้วย ความว่า<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 330-331</ref>
 
{{คำพูด|''...เรือสี่ลำเหล่านี้หยุดที่พระอารามแห่งหนึ่งบนชายฝั่ง เพราะพวกเขาคาดหมายว่า พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเจริญพระพุทธมนต์และทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ตามติดมาอย่างใกล้ชิดเรือสี่ลำนั้นเป็นเรืออื่น ๆ อีกหลายลำที่ใหญ่กว่านั้น แต่ละลำบรรทุกผู้คนมากมายที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบประเภทต่าง ๆ เรือแต่ละลำมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งพระราชสำนัก ๑ คน แล้วจากนั้นเป็นพระราชกุมารพระองค์เยาว์ที่สุด พระเจ้าแผ่นดินเสด็จปรากฏพระองค์ในเรือพระที่นั่งที่ตกแต่งอย่างหรูหรามาก ตามติดมาเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีและสาวสรรกำนัลใน สมเด็จพระอัครมเหสีประทับแต่เพียงลำพังพระองค์ และบรรดานางกำนัลนั่งในเรือลำอื่นตกแต่งอย่างน่าอัศจรรย์ และกั้นด้วยม่านอย่างรอบคอบจนเป็นไปได้ที่จะสามารถมองผ่านม่านจากภายในสู่โลกภายนอกได้ โดยที่คนภายนอกไม่เห็นคนภายใน...''}}
 
เมื่อนำเหตุการณ์ที่บาทหลวงสเปนได้เขียนบอกเล่าไว้ไปเทียบเคียงกับ[[พระราชพงศาวดารฯพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระจักรพรรดิพงษ์เจ้ากรมพงศ์ (จาด)]] จะพบว่าในรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้มีการกล่าวถึงพระราชพิธีอาสวยุทธ และการต้อนรับคณะทูตกัมพูชาที่เดินทางมาถวายเครื่องราชบรรณาการยังราชสำนักอยุธยาซึ่งตรงกับเหตุการณ์การเสด็จฯทางชลมารคและการออกรับทูตกัมพูชาในจดหมายเหตุของสเปน<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 331-332</ref> โดยบางทีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอาจมีพระราชโอรสมากกว่า 1 พระองค์แล้ว เนื่องจากในจดหมายเหตุมีการใช้คำว่า ''"พระราชกุมารพระองค์เยาว์ที่สุด"''
 
นอกจากนี้สมเด็จพระนเรศวารนเรศวรมหาราชก็มีพระราชธิดาด้วย โดยมีการกล่าวถึง [[สาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ|พระเจ้านรธามังสอ]] เจ้าผู้ครองล้านนา ด้วยเหตุที่เชียงใหม่[[สาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ|พระเจ้านรธามังสอนรธาเมงสอ]]ได้รับการช่วยเหลือจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อจัดการปัญหาเมืองขึ้นแข็งเมือง และช่วยป้องกับการรุกรานข้าศึก ด้วยการเกื้อกูลกันดังกล่าว ได้สร้างสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกับนรธามังสอและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงยกพระราชธิดาให้สมรสกับเมงสาตุลอง<ref>มหาราชวงษ์ พงษาวดารพม่า. นายต่อ แปล, หน้า 187</ref><ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 334</ref>ผู้ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระเจ้านรธามังสอ โดยพระเจ้านรธามังสอก็ได้ถวายพระราชธิดาให้เป็นพระมเหสีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย<ref>[[สรัสวดี อ๋องสกุล]]. '''ประวัติศาสตร์ล้านนา'''. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ:อมรินทร์, 2552. หน้า 277-278 ISBN 978-974-8132-15-0</ref> โดยการมอบพระราชธิดาของพระเจ้านรธามังสอแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีปรากฏในโคลงบทที่ 21 ความว่า
{{โคลงสี่สุภาพ|นอเรศขอเจื่องเจ้า|สาวกระสัตร|เทียมแท่นเสวยสมบัติ|โกถเคล้า|แล้วเล่าลูกชายถัด|เป็นแขก เขรยเอย|หวังว่าจักบางเส้า|เล่าซ้ำแถมถมฯ<ref>สิงฆะ วรรณสัย, ปริวรรต, '''โคลงเรื่อง มังทรารบเชียงใหม่''', หน้า 14</ref> }}
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
{{สถานีย่อย2|ประเทศไทย}}
{{wikisource|1=นิทานโบราณคดี/นิทานที่ ๑๙|2= ''เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดินสองพระองค์''|3=โดย [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ]]}}
{{คอมมอนส์-หมวดหมู่|Naresuan|{{PAGENAME}}}}
* [http://www.naresuan.com/ เว็บไซต์ทุกเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช]
| ก่อนหน้า = [[สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]<br />{{เล็ก|[[ราชวงศ์สุโขทัย]] (เสียกรุงครั้งที่ 1) }}
| รูปภาพ = Emblem of Thailand.svg
| ตำแหน่ง = [[พระมหากษัตริย์ไทย]]<br />[[อาณาจักรพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา]]
| ราชวงศ์ = ราชวงศ์สุโขทัย
| ปี = [[พ.ศ. 2133]] - [[พ.ศ. 2148]]
| ถัดไป = [[สมเด็จพระเอกาทศรถ]]<br />{{เล็ก|[[ราชวงศ์สุโขทัย]]}}
}}
[[หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุโขทัย]]
[[หมวดหมู่:พระราชบุตรในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]
[[หมวดหมู่:มหาราชแห่งประเทศไทย|น]]