ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อัศวัตถามา"

เพิ่มขึ้น 203 ไบต์ ,  2 ปีที่แล้ว
'''วันที่ 12 ของการต่อสู้'''
 
อัศวัตถามา สังหาร[[ท้าวนีละ]] พระราชา[[แคว้นอนุปะ]] สหายของ[[ภีมะ]] ในขณะที่ท้าวนีละเข้ามาปกป้อง[[ยุธิษฐิระ]]
 
'''คืนวันที่ 14 ของการต่อสู้'''
 
ในคืนวันที่ 14 [[อัญชนปรรวัน]] บุตรของ[[ฆโฏตกัจ]] เข้าโจมตีอัศวัตถามา เขาโยนกระบองออกไปและกลายเป็นกระบองนับพัน อัศวัตถามาตอบโต้กระบองด้วย[[วัชระ]] และทำลายภาพลวงตาของอัญชนปรรวัน เขาโยนดาบออกไปอีกและกลายเป็นดาบนับพันเล่ม อัศวัตถามายิงศรวายวยาสตร์ตอบโต้ และยิงธนูตัดหัวอัญชนปรรวัน
 
'''ความตายของโทรณาจารย์'''
 
เพื่อชัยชนะของฝ่าย[[ปาณฑพ]] ในวันที่ 15 พระกฤษณะ ได้วางแผนที่จะสังหารโทรณาจารย์ โดยให้ภีมะไปสังหารช้างศึกนามว่า อัศวัตถามา แล้วประกาศว่า อัศวัตถามาตายแล้ว โทรณาจารย์ได้ยินก็ยังไม่เชื่อ จึงไปถามยุธิษฐิระ ยุธิษฐิระได้ตอบว่า อัศวัตถามาตายแล้ว และได้พูดต่อท้ายด้วยเสียงอันเบาว่า แต่อัศวัตถามาที่ตายเป็นคชสาร ไม่ใช่มนุษย์ ทำให้โทรณาจารย์เข้าใจว่าอัศวัตถามาตายแล้ว จึงสละศาสตราวุธ และนั่งสมาธิเพื่อถอดวิญญาณออกจากร่าง ขณะนั้นธฤษฏัทยุมนะ[[ธฤษฏัทยุมนะ]]เดินเข้ามาพร้อมกับดาบในมือ และใช้ดาบตัดหัวของโทรณาจารย์ขาดกระเด็นไป
 
'''การแผลงศรนารายณาสตร์'''
เมื่ออัศวัตถามารู้ว่าโทรณาจารย์ผู้เป็นบิดาตายแล้ว ก็เกิดความเศร้าโศกและโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เขาจึงเรียกศรนารายณาสตร์ซึ่งเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับประทานมาจากพระนารายณ์ และแผลงศรนั้นขึ้นไปในอากาศ ศรนั้นกลายเป็นจักรกรดใหญ่หมุนอยู่กลางอากาศและพุ่งสรรพศาสตราวุธใส่กองทัพฝ่ายปาณฑพ แต่พระกฤษณะรู้วิธีที่จะรอดพ้นจากศรนารายณาสตร์ จึงสั่งให้เสนาทหารฝ่ายปาณฑพ ยอมศิโรราบต่อศรนารายณาสตร์ด้วยการลงจากรถศึก ประนมมือและก้มลงนมัสการ ทำให้ฝ่ายปาณฑพรอดพ้นจากศรนารายณาสตร์
 
'''ความตายของ[[ทุรโยธน์]]และการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเสนาบดี'''
 
หลังจากที่[[ทุรโยธน์]]ถูกภีมะฟาดด้วยกระบองเข้าที่ต้นขา และกำลังนอนรอความตายอยู่นั้น อัศวัตถามา [[กฤปาจารย์]] และ[[กฤตวรมา]] ได้เข้ามาหาทุรโยธน์ ทุรโยธน์กล่าวกับอัศวัตถามาว่า บัดนี้ข้าไม่เหลือใครเคียงข้างข้าอีกต่อไปแล้ว มิตรรักอัศวัตถามา ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นประธานเสนาบดีฝ่ายเการพ จงไปสังหารเหล่าปาณฑพให้สิ้นซากและนำหัวของปาณฑพมาสังเวยข้า
 
'''การลอบเข้าโจมตีค่ายปาณฑพในยามวิกาล''' '''การแผลงศรพรหมเศียร และคำสาปของพระกฤษณะ'''
 
อัศวัตถามา พร้อมด้วยกฤปาจารย์และกฤตวรมา ลอบเข้าไปยังค่ายของปาณฑพ และสังหารธฤษฏัทยุมนะ ด้วยการตัดหัวเพื่อแก้แค้นให้บิดา และสังหาร[[ศิขัณฑี]] [[อุตตเมาชะ]] [[ยุธมันยุ]] และได้เข้าไปยังกระโจมหนึ่ง มีคนนอนอยู่ 5 คน ซึ่งคือบุตรของเหล่าปาณฑพ แต่ด้วยความมืดจึงเข้าใจผิดว่าเป็นเหล่าปาณฑพ จึงสังหารและตัดหัวและนำหัวใส่ย่าม และหนีออกจากค่ายไป เมื่อ[[เทราปที|พระนางเทราปที]] [[พระกฤษณะ]] และเหล่าปาณฑพมาพบเข้า ก็เกิดความเศร้าโศกและโกรธแค้น จึงออกติดตามหาตัวอัศวัตถามา ซึ่งกำลังทำพิธีศพให้ทุรโยธน์ เกิดการต่อสู้กัน แต่ไม่อาจทำอันตรายอัศวัตถามาได้ เพราะอัศวัตถามามีอัญมณีวิเศษบนหน้าผาก อัศวัตถามาก็ไม่อาจทำอันตรายเหล่าปาณฑพได้ เพราะมีพระกฤษณะ อัศวัตถามาจึงคิดที่จะทำลายทายาตทายาทของเหล่าปาณฑพแทน จึงแผลงศรพรหมเศียร [[อรชุน]]ได้ตอบโต้ด้วยศรพรหมาสตร์ [[ฤๅษีวยาสและเทวฤๅษีนารัทวยาส]]และ[[ฤๅษีนารทมุนี|เทวฤๅษีนารัท]] ทราบเรื่องจึงมาขัดขวางการต่อสู้ อรชุนยอมถอนศรพรหมาสตร์คืน แต่อัศวัตถามาไม่ยอมจึงแผลงศรพรหมเศียรไปยังครรภ์ของ[[นางอุตตรา (มหาภารตะ)|นางอุตตร]] มเหสีของ[[อภิมันยุ]] เพื่อหวังจะให้นางแท้งลูกตาย พระกฤษณะพิโรธมากกับการกระทำอันเลวทรามอย่างที่ไม่มีใครเสมอเหมือนของอัศวัตถามา จึงทรงใช้จักรสุทรรศนะขว้างออกไปตัดอัญมณีที่หน้าผากของอัศวัตถามาออกมา พร้อมกับสาปแช่งอัศวัตถามาโดยกล่าวว่า เจ้าคนต่ำช้าอัศวัตถามา เจ้าไม่เกรงกลัวความตายใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นข้าขอกีดกันเจ้าจากความตายของเจ้า ข้าขอสาปแช่งให้เจ้ามีชีวิตเป็นอมตะ (จีรังชีวี) ร่างกายของเจ้าจะเน่าเปื่อยผุพัง โลหิตจะไหลซึมออกจากทุกอนูรูขุมขนของเจ้า เจ้าจะไม่มีที่อยู่อาศัยและจะไม่มีใครจำเจ้าได้ เจ้าจะอยู่เพียงลำพัง และจะเร่ร่อนไปทั่วทั้งปฐพีนี้จนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก เจ้าจะแสวงหาความสันติสุขและปรารถนาที่จะตาย แต่เจ้าจะไม่ได้ตายอย่างที่ใจหวัง เจ้าจะจมอยู่ในความมืดมิด เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานกับการมีลมหายใจอยู่ต่อไป
 
{{มหาภารตะ}}
75

การแก้ไข