ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระนางฮ็อนแอ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
 
==ประวัติ==
ปี[[ค.ศ. 979]] เจ้าหญิงฮวางโบซูพร้อมกับเจ้าหญิงฮวางโบซอลได้อภิเสกไปเป็นพระมเหสีของ[[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]] เจ้าหญิงฮวางโบซูจึงได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนแอ แห่งฮวางจู''' ส่วนเจ้าหญิงฮวางโบซอลได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนจอง แห่งฮวางจู''' ปี[[ค.ศ. 980]] สมเด็จพระราชินีฮอนแอทรงพระครรภ์และประสูติพระราชโอรส คือ [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ|เจ้าชายวังซง]] ปี[[ค.ศ. 981]] [[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]สิ้นพระชนม์สวรรคต เจ้าชายวังชีพระเชษฐาของสมเด็จพระราชินีฮอนแอขึ้นครองราชย์เป็น[[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]] พระเจ้าซองจงทรงให้สมเด็จพระราชินีฮอนแอ สมเด็จพระราชินีฮอนจองพร้อมกับเหล่าพระมเหสีและพระสนมของพระเจ้าคยองจงออกจากวังหลวงทั้งหมด แต่พระเจ้าซองจงทรงให้เจ้าชายวังซงอยู่ในวังต่อไปและภายหลังทรงแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าชายแคลองรัชทายาทแห่งโครยอ พระเจ้าซองจงพระราชทานนามให้สมเด็จพระราชินีฮอนแอว่า '''สมเด็จพระราชินีซุงด็อก''' และพระราชทาน[[วังซุงด็อก]]ให้แต่สมเด็จพระราชินีซุงด็อกและสมเด็จพระราชินีฮอนจองทรงกลับไปประทับที่[[วังมยองบก]]กับ[[สมเด็จพระจักรพรรดินีซินจอง]]ผู้เป็นพระอัยยิกา
 
ปี [[ค.ศ. 983]] อาณาจักรเหลียวได้นำทัพมาบุกตอนเหนือของอาณาจักรโครยอ สมเด็จพระราชินีซุงด็อกได้มีรับสั่งที่จะต้านศึกอาณาจักรเหลียว คังกัมชันแม่ทัพใหญ่เห็นด้วยกับรับสั่งของสมเด็จพระราชินีซุงด็อก จึงให้การสนับสนุนสมเด็จพระราชินีซุงด็อกแต่กลับถูกคัดค้านไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าซองจง เรื่องต้านศึกอาณาจักรเหลียวทำให้พระเจ้าซองจงและสมเด็จพระราชินีซุงด็อกต้องบาดหมางกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากพระเจ้าซองจงเกรงกลัวต่ออาณาจักรเหลียวจึงคิดจะยอมแพ้ แต่สมเด็จพระราชินีซุงด็อกไม่ทรงคิดยอมแพ้ ภายหลังพระสงครามยุติลง
 
ปี [[ค.ศ. 997]] [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]สิ้นพระชนม์สวรรคต เจ้าชายวังซงจึงได้ขึ้นครองราชย์ต่อมีพระนามว่า [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ]] พระเจ้ามกจงพระราชทานนามให้สมเด็จพระราชินีซุงด็อกว่า '''พระนางชอนชูแทฮู''' พระนางชอนชูแทฮูทรงเห็นว่าพระเจ้ามกจงยังทรงพระเยาว์ พระนางจึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระนางทำให้[[อาณาจักรโครยอ]]เป็นปึกแผ่นมั่นคง ปราศจากศึกภายใน สงครามภายนอก พระพันปีชอนชูก็ทรงสนับสนุน[[คิมชียาง]]เป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนักและแต่งงานใหม่กับคิมชียางจนบาดหมางกับเหล่าขุนนางกลุ่มซิลลา ภายหลังขุนนางกลุ่มซิลลาต่อต้านพระนางชอนชูแทฮูทำให้พระราชอำนาจของพระนางชอนชูแทฮูในราชสำนักเริ่มสั่นคลอน และทำให้พระเจ้ามกจงทรงออกห่างจากพระนางชอนชูแทฮู ภายหลังพระนางชอนชูแทฮูทรงครรภ์กับคิมชียางและประสูติพระโอรสคือ [[เจ้าชายจินแห่งฮวางจู]]เป็นเหตุทำให้คิมชียางก่อกบฏยึดอำนาจพระเจ้ามกจงและพระนางชอนชูแทฮู [[แม่ทัพคังโจ]]ได้นำกองทัพจากชายแดนทิศเหนือลงมาปราบกบฏคิมชียางทำให้พระเจ้ามกจงกลับสู่ราชสำนักและทรงประกาศสละราชบัลลังก์ หลังจากพระเจ้ามกจงสละราชบัลลังก์พระองค์ได้พาพระนางชอนชูแทฮูและ[[สมเด็จพระราชินีซอนจอง]]พระมเหสีของพระองค์เสด็จไป[[วังชุงจู]] เจ้าชายวังซุนพระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีฮอนจองและเจ้าชายวังอุกเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น [[พระเจ้าฮย็อนจงแห่งโครยอ]]ทำให้ขุนนางกลุ่มซิลลามีอำนาจในราชสำนักมากขึ้นโดยมี[[สมเด็จพระราชินีมุนฮวา]]พระมเหสีของ[[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]สนับสนุนและให้ทหารตามไปปลงพระชนม์[[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ]]ในปี [[ค.ศ. 1009]]ด้วยเหตุเกรงว่าพระนางชอนชูแทฮูจะเสด็จกลับราชสำนัก หลังจากทหารของ[[สมเด็จพระราชินีมุนฮวา]]สังหารพระเจ้ามกจงแล้วได้นำพระนางชอนชูแทฮูและสมเด็จพระราชินีซอนจองไปที่[[วังชุงจู]]โดย[[สมเด็จพระราชินีฮอนอึย]]พระมเหสีอีกพระองค์ของ[[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]เป็นผู้ดูแลพระนางชอนชูแทฮูกับสมเด็จพระราชินีซอนจองแต่ได้กักตัวสองพระนางไว้ในตำหนักเล็กๆใน[[วังชุงจู]] ปี [[ค.ศ. 1010]]จักรพรรดิเหลียวเซิ่งจงนำทัพอาณาจักรเหลียว จำนวน 400,000 นาย มาบุกโครยอข่าวสงครามเหลียวทราบถึงพระนางชอนชูแทฮูทำให้พระนางนำทหารจากวังชุงจูมาช่วยเหลือพระเจ้าฮย็อนจงจนสามารถชนะสงครามได้ แต่ในสงครามครั้งนี้ได้สูญเสียแม่ทัพคังโจไป หลังสงครามยุติลงพระนางชอนชูแทฮูพร้อมกับสมเด็จพระราชินีซอนจองเสด็จไปประทับที่วังมยองบกเมืองฮวางจู จนในปี [[ค.ศ. 1029]] พระนางชอนชูแทฮูสิ้นพระชนม์สวรรคตอย่างสงบ ในพระราชวังมยองบก โดยมีพระชนม์ 65 พรรษา พระนางได้ถูกจารึกว่าเป็นวีรสตรีแห่งโครยอที่ได้ทำสงครามขับไล่อาณาจักรเหลียวออกจาก[[อาณาจักรโครยอ]]
 
== พระราชวงศ์ ==
ผู้ใช้นิรนาม