ผลต่างระหว่างรุ่นของ "มารีอา มิตเชลล์"

ยังไม่จัดหมวดหมู่
(เพิ่มหัวข้อ)
(ยังไม่จัดหมวดหมู่)
{{เก็บกวาด}}
: ''ระวังสับสนกับ Maia Mitchell นักแสดงและนักร้องชาวออสเตรเลีย''
{{Infobox scientist|name=Maria Mitchell|image=File:Maria Mitchell.jpg|image_size=|caption=มาเรีย มิตเชลล์, วาดโดย [[H. Dasell]], 1852|birth_date={{Birth date|1818|08|1}}|birth_place=สหรัฐอเมริกา|death_date={{death date and age|1889|06|28|1818|08|1}}|death_place=[[เมืองลินน์, รัฐแมสซาชูเซตส์]],<br />สหรัฐอเมริกา|residence=|citizenship=|nationality=อเมริกัน|ethnicity=|field=[[Astronomy]]|work_institutions=[[United States Naval Observatory|Nautical Almanac Office]], [[วิทยาลัยวาสซาร์]], [[หอดูดาว วิทยาลัยวาสซาร์]]|alma_mater=|doctoral_advisor=|doctoral_students=|known_for=นักดาราศาสตร์หญิงชาวอเมริกันคนแรก|author_abbrev_bot=|author_abbrev_zoo=|influences=|influenced=|prizes=King of Denmark's Cometary Prize Medal, 1848|footnotes=|signature=}} '''มาเรีย มิตเชลล์''' (1 สิงหาคม 1818 - 28 มิถุนายน 1889) เป็น [[นักดาราศาสตร์]] หญิงชาวอเมริกัน ผู้ค้นพบ [[ดาวหาง]] ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ " [[C/1847 T1|ดาวหางมิสมิตเชลล์]] " <ref>{{cite web|url=http://www.biography.com/people/maria-mitchell-9410353|title=Maria Mitchell Biography|publisher=Biography|language=English|accessdate=January 15, 2017}}</ref>โดยการใช้[[กล้องโทรทรรศน์]] ในปี 1847 การค้นพบดาวหางทำให้เธอได้รับพระราชทานรางวัลเหรียญทองจากกษัตริย์ [[พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 6 แห่งเดนมาร์ก|เฟรดเดอริกที่หกแห่งเดนมาร์ก]] มาเรียเป็นนักดาราศาสตร์คนแรกชาวอเมริกัน ที่เป็นสตรี <ref>{{cite web|url=https://www.womenshistory.org/education-resources/biographies/maria-mitchell|title=Maria Mitchell|last1=|first1=|last2=|first2=|date=|work=|publisher=National Women's History Museum|accessdate=July 11, 2018}}</ref> <ref name="aps">{{cite web|url=http://www.aps.org/publications/apsnews/200610/history.cfm|title=Maria Mitchell Discovers a Comet|last1=|first1=|last2=|first2=|date=|work=This Month in Physics History|publisher=American Physical Society|accessdate=November 1, 2012}}</ref>
มาเรีย มิตเชลล์ เกิดที่ [[Nantucket|เกาะแนนทัคเก็ต]] ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ นอกชายฝั่ง[[แมสซาชูเซตส์]] สืบเชื้อสายมาจาก ปีเตอร์ ฟาลเกอร์ และ แมรี่ มอร์ริลล์ มัลเกอร์ และยังเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆกับ [[เบนจามิน แฟรงคลิน]] อีกด้วย เธอมีพี่ชายและน้องสาวเก้าคน(รวมเธอเป็นสิบคน) พ่อแม่ของเธอ วิลเลียม มิตเชลล์ และลิเดีย โคลแมน มิตเชลล์ ต่างนับถือนิกาย[[โปรเตสแตนต์]] คณะเควกเกอร์ ซึ่งหนึ่งในหลักความเชื่อของคณะเควกเกอร์คือความเสมอภาคทางสติปัญญาระหว่างเพศ และทำให้มาเรีย มิตเชลล์ได้เติบโตในชุมชนแนนทัคเก็ตที่ได้รับการยกย่องว่า มีความเท่าเทียมทางเพศสูง
 
พ่อแม่ของมาเรียเป็นเหมือน[[เควกเกอร์]]คนอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและยืนกรานที่จะให้มาเรียได้รับการศึกษาเหมือนกับเด็กผู้ชาย อีกทั้งมาเรียก็โชคดีที่พ่อของเธอเป็นครูในโรงเรียนของรัฐ ที่สนใจในวิชาคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์มาโดยตลอด โดยลูกๆ ของเขาทุกคนได้รับการปลูกฝังความรู้ด้าน[[ดาราศาสตร์]] <ref>Gormley, Beatrice. ''Maria Mitchell The Soul of an Astronomer'', pp 4-6. William B. Eerdmans Publishing Co, Grand Rapids, MI, (1995), {{ISBN|0-8028-5264-5}}.</ref> นอกจากนี้เกาะแนนทัคเกตยังเป็นเกาะที่สำคัญ ในการเป็นท่าเรือล่าวาฬ ทำให้เหล่าลูกเรือต้องทิ้งภรรยาของตนไว้บนเกาะเวลาที่ต้องออกทะเลเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้ภรรยาของชาวเรือต้องจัดการ กิจการที่บ้านด้วยตนเองในขณะที่สามีอยู่ในทะเล ทำให้ผู้หญิงบนเกาะมีความเท่าเทียมและอิสระมาก
 
ในวัยเด็กมาเรียศึกษาที่โรงเรียน Elizabeth Gardner ก่อนจะย้ายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม North Grammar ที่พ่อของเธอเป็นครูใหญ่คนแรก สองปีหลังจากการก่อตั้งโรงเรียน ตอนที่มาเรียอายุ 11 ขวบ พ่อของเธอก็ก่อตั้งโรงเรียนของตัวเองบนถนนโฮเวิร์ด ที่นั่นเธอเป็นทั้งนักเรียนและเป็นผู้ช่วยสอนให้พ่อ<ref> ''ท่ามกลางดวงดาว: ชีวิตของมาเรียมิตเชลล์'' กด Mill Hill, แนนทัคเก็ต, แมสซาชูเซต 2007 </ref> ที่บ้านพ่อยังสอนดาราศาสตร์ ให้มาเรียโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ส่วนตัว <ref>{{cite web|url=http://www25.uua.org/uuhs/duub/articles/mariamitchell.html|title=Maria Mitchell|publisher=5.uua.org|date=|accessdate=August 4, 2013|deadurl=yes|archiveurl=https://web.archive.org/web/20090503131208/http://www.uua.org/uuhs/duub/articles/mariamitchell.html|archivedate=May 3, 2009|df=}}</ref> ตอนอายุ 12 ครึ่ง เธอก็สามารถช่วยพ่อคำนวณช่วงเวลาการเกิดที่แน่นอน ของ [[สุริยุปราคา]] <ref> Gormley เบียทริซ ''Maria Mitchell: วิญญาณของนักดาราศาสตร์'' Eerdmans Publishing Co, MI 1995 </ref>
 
หลังจากที่โรงเรียนของพ่อปิดแล้ว หลังจากนั้นเธอก็เข้าศึกษาที่โรงเรียนเพื่อหญิงสาวของรัฐมนตรี Cyrus Peirce ซึ่งต่อมาเธอทำงานให้กับท่านรัฐมนตรีในฐานะผู้ช่วยสอน ก่อนที่จะไปเปิดโรงเรียนของตัวเองในปี 1835 โรงเรียนของมาเรียอนุญาตให้เด็กที่ไม่ใช่ผิวขาวเข้าเรียนร่วมกับเด็กผิวขาวได้ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากในขณะนั้น โรงเรียนรัฐในท้องถิ่นยังคงแยกเรียนกันอยู่<ref name="bergland">{{cite book|title=Maria Mitchell and the Sexing of Science: An Astronomer Among the American Romantics|date=2008|publisher=Beacon Press|isbn=0807021423|page=29|author=Renée L. Bergland}}</ref> หนึ่งปีต่อมาเธอก็ได้รับงานเป็นบรรณารักษ์คนแรกของห้องสมุด Nantucket Atheneum, <ref name="bergland" /> ซึ่งเธอทำงานมา 20 ปี <ref>{{cite book|title=The biographical dictionary of women in science: Vol. 2: L–Z|date=2000|publisher=Taylor & Francis|isbn=9780415920407|page=901|editor=Marilyn Bailey Ogilvie, Joy Dorothy Harvey|quote=Professional experience: Nantucket Atheneum, librarian (1836–1856)}}</ref>
 
== การค้นพบดาวหางมิสมิตเชลล์ ==
ในคืนวันที่ 1 ตุลาคม 1847 เวลา 22.50 นาฬิกา มาเรียใช้[[กล้องโทรทรรศน์]]หักเห Dollond ที่มีรูรับแสง 3 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 46 นิ้ว <ref> AJS, 2nd Ser., v. 5, 1848, p. 83, Wm มิทเชลในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1847 </ref> <ref> มาเรียมิตเชลล์ชีวิตจดหมายและวารสารรวบรวมโดย Phebe Mitchell Kendall, 1896 9 และ 19 </ref> ค้นพบดาวหาง 1847 VI ปัจจุบันเรียก C/1847 T1 และต่อมารู้จักในชื่อ "[[C/1847 T1|ดาวหางมิสมิตเชลล์]]" <ref>Gormley, Beatrice. ''Maria Mitchell The Soul of an Astronomer'', p 47. William B. Eerdmans Publishing Co, Grand Rapids, MI, (1995), {{ISBN|0-8028-5264-5}}.</ref> <ref>{{cite web|url=https://news.google.com/newspapers?id=8tUmAAAAIBAJ&sjid=ywIGAAAAIBAJ&pg=1284,4846286&dq=maria+mitchell+comet&hl=en|title=Miss Maria Mitchell and the King of Denmark". The National Era (newspaper), March 22, 1849|publisher=News.google.com|date=|accessdate=August 4, 2013}}</ref> การค้นพบของมิตเชลล์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารภายใต้ชื่อพ่อของเธอ <ref>{{citeweb | url=https://en.wikipedia.org/wiki/Silliman's_Journal Silliman's Journal]></ref> ในเดือนมกราคม 1848 เดือนต่อมาเธอก็ส่งการคำนวณวงโคจรของดาวหาง เพื่อยืนยันว่าสิทธิของเธอในการเป็นผู้ค้นพบคนแรก <ref name=":1">{{Cite book|title=Maria Mitchell and the Sexing of Science|last=Bergland|first=Renée|publisher=Beacon Press|year=2008|isbn=978-0-8070-2142-2|location=Boston, MA|pages=57}}</ref> ในปีนั้นเธอได้รับการเฉลิมฉลองที่ Senaca Falls Convention สำหรับการค้นพบและการคำนวณ <ref name=":1"/>
 
เมื่อหลายปีก่อนหน้าการค้นพบดางหางของมาเรีย กษัตริย์ [[พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 6 แห่งเดนมาร์ก|เฟรดเดอริกที่หกแห่งเดนมาร์ก]] ได้สร้างรางวัลเหรียญทองให้กับผู้ค้นพบ "[[ดาวหาง]]ด้วย[[กล้องโทรทรรศน์]]" (เพราะมันจางมาก จนแทบจะมองไม่เห็นด้วยได้ตาเปล่า) ทุกคน โดยรางวัลนี้จะมอบให้กับ "ผู้ค้นพบคนแรก" ของดาวหางแต่ละดวง (เพราะว่าดาวหางมักจะถูกค้นพบโดยบุคคลมากกว่าหนึ่งคน) มาเรียมิตเชลล์ได้รับรางวัลเหรียญทองนี้และทำให้เธอโด่งดังไปทั่วโลก เนื่องจากมีผู้หญิงเพียงสองคนก่อนหน้านี้ที่ค้นพบ [[ดาวหาง]] คือ[[นักดาราศาสตร์]] Caroline Herschel และ Maria Margarethe Kirch การค้นพบของมาเรียและการได้การยอมรับจากรัฐบาลเดนมาร์ก ทำให้นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันได้รับการยอมรับในยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันมักถูกดูถูกโดยนักดาราศาสตร์ชาวยุโรป
 
ภายหลังได้เกิดปัญหาขึ้นชั่วคราว เนื่องจาก Francesco de Vico ได้ค้นพบดาวหางตัวเดียวกัน หลังจากการค้นพบของมาเรียได้เพียง 2 วัน แต่ได้รายงานไปยังเจ้าหน้าที่ของยุโรปก่อน แต่สุดท้ายแล้วปัญหานี้ ก็ได้รับการแก้ไข และมิตเชลล์ก็ได้รับพระราชทานรางวัลโดย [[พระเจ้าคริสเตียนที่ 8 แห่งเดนมาร์ก|Christian VIII]] องค์ใหม่ ในปี 1848 <ref>{{cite web|url=http://www.mariamitchell.org/about/awards/maria-mitchells-gold-medal|title=Maria Mitchell’s Gold Medal - Maria Mitchell Association|website=www.mariamitchell.org}}</ref>ในที่สุด
 
== ความสำเร็จด้านวิชาการ ==
<span data-segmentid="115" class="cx-segment">มิตเชลล์และคณะเริ่มบันทึกจุดบนดวงอาทิตย์ด้วยตาในปี ค.ศ.1868 และสามารถถ่ายภาพบันทึกประจำวันได้ ในปี ค.ศ.1873 ช่วยให้สามารถเก็บบันทึกได้แม่นยำยิ่งขึ้น</span> มัน<span data-segmentid="116" class="cx-segment">เป็นภาพถ่ายธรรมดาภาพแรกๆของดวงอาทิตย์ ที่ทำให้เธอได้รับอนุญาตให้สำรวจ และตั้งสมมติฐานว่าจุดบนดวงอาทิตย์เป็นโพรงมากกว่าที่จะเป็นเมฆลอยบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์</span> <span data-segmentid="117" class="cx-segment">สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1878 มิทเชลและผู้ช่วยห้าคน เดินทางไปพร้อมกับกล้องโทรทรรศน์ 4 นิ้ว ไปที่เดนเวอร์เพื่อสังเกตการณ์ <ref name="Waxman_Time_2017">{{cite news|last1=Waxman|first1=Olivia|title=Think This Total Solar Eclipse Is Getting a Lot of Hype? You Should Have Seen 1878|url=http://time.com/4880606/total-solar-eclipse-history-1878/|accessdate=August 28, 2017|work=Time|date=August 18, 2017}}</ref></span>
[[หมวดหมู่:นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน]]
[[หมวดหมู่:บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2432]]
[[หมวดหมู่:บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2361]]
<span data-segmentid="115" class="cx-segment">มิตเชลล์และคณะเริ่มบันทึกจุดบนดวงอาทิตย์ด้วยตาในปี ค.ศ.1868 และสามารถถ่ายภาพบันทึกประจำวันได้ ในปี ค.ศ.1873 ช่วยให้สามารถเก็บบันทึกได้แม่นยำยิ่งขึ้น</span> มัน<span data-segmentid="116" class="cx-segment">เป็นภาพถ่ายธรรมดาภาพแรกๆของดวงอาทิตย์ ที่ทำให้เธอได้รับอนุญาตให้สำรวจ และตั้งสมมติฐานว่าจุดบนดวงอาทิตย์เป็นโพรงมากกว่าที่จะเป็นเมฆลอยบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์</span> <span data-segmentid="117" class="cx-segment">สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1878 มิทเชลและผู้ช่วยห้าคน เดินทางไปพร้อมกับกล้องโทรทรรศน์ 4 นิ้ว ไปที่เดนเวอร์เพื่อสังเกตการณ์ <ref name="Waxman_Time_2017">{{cite news|last1=Waxman|first1=Olivia|title=Think This Total Solar Eclipse Is Getting a Lot of Hype? You Should Have Seen 1878|url=http://time.com/4880606/total-solar-eclipse-history-1878/|accessdate=August 28, 2017|work=Time|date=August 18, 2017}}</ref></span>
 
<span data-segmentid="118" class="cx-segment">มาเรียเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็น สมาชิกของสถาบันเพื่อศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1848 <ref name="AAAS">{{cite web|title=Book of Members, 1780–2010: Chapter M|url=http://www.amacad.org/publications/BookofMembers/ChapterM.pdf|publisher=American Academy of Arts and Sciences|accessdate=July 29, 2014}}</ref> และ [[สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน|สมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์]] ในปี ค.ศ. 1850</span> <span data-segmentid="121" class="cx-segment">ในปี 1881 มาเรียรายงานต่อสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของสตรี แสดงความประหลาดใจว่าเหตุใดจึงไม่มีผู้หญิงคนใดได้รับเลือกเข้าสู่สถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกันหลังจากเธอ <ref name="Kohlstedt1978">{{cite journal|last1=Kohlstedt|first1=Sally Gregory|title=Maria Mitchell: The Advancement of Women in Science.|journal=New England Quarterly|date=1978|volume=51|issue=1|pages=39–63|accessdate=}}</ref></span> <span data-segmentid="122" class="cx-segment">มิตเชลล์เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่ [[American Philosophical Society|สมาคมนักปรัชญาชาวอเมริกัน]] (ปี 1869 ที่ [[Mary Somerville|แมรี่ ซอเมอร์วิลล์]] และ [[Elizabeth Cabot Agassiz|เอลิซาเบธ คาบ๊อต Agassiz]] ได้รับการคัดเลือก) <ref>{{cite web|url=http://www.women-philosophers.com/Elizabeth-Cabot-Cary-Agassiz.html|title=Elizabeth Cabot Cary Agassiz, live and works|publisher=Women-philosophers.com|date=|accessdate=August 4, 2013}}</ref></span> <span data-segmentid="126" class="cx-segment">หลังจากนั้นเธอทำงานให้กับ United States Naval Observatory คำนวณตำแหน่งของ [[ดาวศุกร์|วีนัส]] และเดินทางในยุโรปกับ [[แนแธเนียล ฮอว์ธอร์น|นาธาเนียล ฮอว์ธอร์น]] และครอบครัวของเขา</span>
 
ในปี ค.ศ. 1865 มาเรียได้เป็นศาสตราจารย์ด้าน[[ดาราศาสตร์]]คนแรก ของวิทยาลัยวาสซาร์ เธอยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้อำนวยการของหอดูดาวแห่งวิทยาลัยวาสซาร์ ด้วยการแนะนำของมิตเชลล์ วิทยาลัยวาสซาร์มีนักเรียนลงทะเบียนเรียนในวิชาคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ มากกว่า[[มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด]]ตั้งแต่ปีค.ศ. 1865 ถึง ค.ศ.1888 ถึงแม้ว่าทางเลือกในการประกอบอาชีพของนักเรียนของเธอจะมีจำกัด แต่เธอก็ไม่เคยมีความสงสัยในความสำคัญของการศึกษาดาราศาสตร์เลย
 
หลังจากการสอนที่วิทยาลัยวาสซาร์ มาระยะหนึ่ง เธอก็ได้เรียนรู้ว่าแม้จะมีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ เงินเดือนของเธอก็ยังน้อยกว่าศาสตราจารย์ชายหลายๆคนที่อายุน้อยกว่าเธอ มาเรียและอลิดา เอเวอรี่ ผู้หญิงสองคนในคณะในเวลานั้น เรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือนและประสบความสำเร็จ เธอสอนที่วิทยาลัยจนกระทั่งเกษียณอายุในปีค.ศ. 1888 หนึ่งปีก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
 
<br />
 
== ความตั้งใจ ==
<span data-segmentid="145" class="cx-segment">ในปี 1843 เธอออกจากความเชื่อเควกเกอร์และหันมานับถือลัทธิเอกภาพนิยม</span> <span data-segmentid="147" class="cx-segment">ในช่วงการประท้วงต่อต้านการ[[ทาส|เป็นทาส]] เธอหยุดสวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายภาคใต้</span> <span data-segmentid="149" class="cx-segment">เธอยังเป็นเพื่อนกับนักเรียกร้องสิทธิเพื่อสตรีหลายๆคน เช่น [[Elizabeth Cady Stanton|เอลิซาเบธ เคดี้ สแตนตัน]] และ ร่วมก่อตั้ง[[Association for the Advancement of Women|สมาคมเพื่อความก้าวหน้าของสตรี]] ในปีค.ศ.1873</span> <br />
 
== ชีวิตส่วนตัว ==
<span data-segmentid="154" class="cx-segment">มาเรียกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงหลังจากการค้นพบดาวหางและรางวัลของเธอ มีบทความทางหนังสือพิมพ์หลายร้อยฉบับที่เขียนเกี่ยวกับเธอในทศวรรษถัดมา <ref>{{Cite book|url=https://www.worldcat.org/oclc/180851908|title=Maria Mitchell and the sexing of science : an astronomer among the American romantics|last=1963-|first=Bergland, Renée L.,|date=2008|publisher=Beacon Press|year=|isbn=9780807021422|location=Boston|pages=74|oclc=180851908}}</ref></span> <span data-segmentid="155" class="cx-segment">ที่บ้านเกิดของเธอในแนนทัคเก็ต เธอไดเต้องรับกับนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในเวลานั้นหลายคน เช่น [[ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน|ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน]] [[เฮอร์แมน เมลวิลล์]] [[เฟรเดอริค ดักลาส]] และ [[Sojourner Truth|โซเจอร์เนอร์ ทรูท]] <ref>{{Cite book|url=https://www.worldcat.org/oclc/180851908|title=Maria Mitchell and the sexing of science : an astronomer among the American romantics|last=1963-|first=Bergland, Renée L.,|date=2008|publisher=Beacon Press|year=|isbn=9780807021422|location=Boston|pages=82|oclc=180851908}}</ref></span>
 
<span data-segmentid="160" class="cx-segment">มิทเชลไม่เคยแต่งงาน ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับครอบครัวของเธอตลอดชีวิต</span> <span data-segmentid="161" class="cx-segment">หลังจากที่เธอเกษียณจากวิทยาลัยวาสซาร์ในปี 1888 เธออาศัยอยู่ที่ เมืองลินน์ [[แมสซาชูเซตส์|รัฐแมสซาชูเซตส์]] กับ เคท น้องสาวและครอบครัวของเธอ <ref>{{cite book|title=Maria Mitchell: The Soul of an Astronomer|date=2004|publisher=Eerdmans Young Readers|isbn=0802852645|pages=116–118|author=Beatrice Gormley}}</ref></span> <span data-segmentid="163" class="cx-segment">มีเอกสารส่วนตัวของเธอก่อนปี 1846 เหลืออยู่น้อยมาก</span> <span data-segmentid="164" class="cx-segment">ครอบครัวมิตเชลล์เชื่อว่าเธอได้เห็นเอกสารส่วนตัวของเพื่อนจากเกาะ<span data-segmentid="155" class="cx-segment">แนนทัคเก็ต ปลิวว่อนตามถนนตอน</span>ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1846 ทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งเธอจึงเผาเอกสารของเธอเองเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว <ref>{{cite book|title=Maria Mitchell and the Sexing of Science: An Astronomer Among the American Romantics|date=2008|publisher=Beacon Press|isbn=978-0-8070-2142-2|page=82|author=Renée L. Bergland|quote=Great Fire of 1846 and seeing personal documents}}</ref></span>
 
== การระลึกถึงและสิ่งสืบเนื่อง ==
<span data-segmentid="169" class="cx-segment">มิทเชลเสียชีวิตจากโรคทางสมองเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1889 ที่อายุ 70 ที่เมือง[[รัฐแมสซาชูเซตส์|ลินน์ รัฐแมสซาชูเซตส์]]</span> <span data-segmentid="171" class="cx-segment">เธอถูกฝังที่ ช่อง 411 ใน Prospect Hill Cemetery, Nantucket <ref>{{cite web|url=http://www.prospecthillcemetery.com/home|title=Prospect Hill Cemetery, Nantucket, Massachusetts|publisher=Prospecthillcemetery.com|date=|accessdate=August 4, 2013}}</ref> <ref>{{cite web|title=Maria Mitchell - Retirement and a Return to Lynn|url=http://www.mariamitchell.org/mitchell-house/for-students/295-2/|publisher=Maria Mitchell Association|accessdate=March 29, 2012|deadurl=yes|archiveurl=https://archive.is/20120903202531/http://www.mariamitchell.org/mitchell-house/for-students/295-2/|archivedate=September 3, 2012|df=}}</ref></span> <span data-segmentid="172" class="cx-segment">[[Maria Mitchell Observatory|หอดูดาวมาเรียมิตเชลล์]] ในแนนทัคเก็ตตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ <ref name="Hoffleit">{{cite journal|first=Dorrit|last=Hoffleit|title=The Maria Mitchell Observatory--For Astronomical Research and Public Enlightenment|journal=The Journal of the American Association of Variable Star Observers|volume=30|number=1|page=62|date=2001|url=http://articles.adsabs.harvard.edu/cgi-bin/nph-iarticle_query?2001JAVSO..30...62H&amp;data_type=PDF_HIGH&amp;whole_paper=YES&amp;type=PRINTER&amp;filetype=.pdf|format=pdf|bibcode=2001JAVSO..30...62H}}</ref></span> <span data-segmentid="174" class="cx-segment">หอดูดาวเป็นส่วนหนึ่งของ [[Maria Mitchell Association|สมาคมมาเรียมิตเชลล์]] ในแนนทัคเก็ตซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์วิทยาศาสตร์บนเกาะ</span> <span data-segmentid="176" class="cx-segment">มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์บ้านมาเรียมิตเชลล์ และห้องสมุดวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงหอดูดาว</span> <span data-segmentid="177" class="cx-segment">นอกจากนี้ชื่อของเธอยังได้ไปอยู่ในหอเกียรติยศ [[National Women's Hall of Fame|สตรีแห่งชาติ]] และเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเดือนประวัติศาสตร์สตรีแห่งชาติเมื่อปี 1989 โดย [[National Women's History Project|โครงการประวัติศาสตร์สตรีแห่งชาติ]] <ref>{{citeweb|url=http://www.nwhp.org/biographies/|title=Biographies|publisher=National Women's History Project|date=August 1, 2017}}</ref></span> <span data-segmentid="180" class="cx-segment">ชื่อของเธอได้ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อเรือใน [[สงครามโลกครั้งที่สอง]] ชื่อ ''SS Maria Mitchell''</span> <span data-segmentid="183" class="cx-segment">[[Metro-North Railroad|รถไฟใต้ดิน]] ในนิวยอร์ก[[Metro-North Railroad|เหนือ]] (ระหว่าง ปลายสาย[[Hudson Line (Metro-North)|ฮัดสัน]] ที่สุดที่ [[Poughkeepsie, New York|โพห์คิปซี]] ใกล้วิทยาลัยวาสซาร์) มีรถไฟชื่อ Maria Mitchell Comet เพื่อเป็นเกียรติแด่เธอ</span> <span data-segmentid="187" class="cx-segment">เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2013 เครื่องมือค้นหาของ Google ให้เกียรติ Maria Mitchell โดย Google Doodle แสดงเธอในรูปแบบการ์ตูนบนหลังคามองผ่านกล้องโทรทรรศน์เพื่อค้นหาดาวหาง <ref>{{cite web|url=https://www.google.com/doodles/maria-mitchells-195th-birthday|title=Maria Mitchell's 195th Birthday|publisher=Google.com|date=|accessdate=May 29, 2014}}</ref> <ref>{{cite news|title=Google doodle: Maria Mitchell, first pro female astronomer in U.S.|last=Khan|first=Amina|url=http://www.latimes.com/news/science/sciencenow/la-sci-sn-maria-mitchell-google-doodle-comet-birthday-20130801,0,1578724.story|publisher=[[Los Angeles Times]]|date=August 1, 2013|accessdate=August 12, 2013}}</ref> <ref>{{cite news|title=Google Doodle honors Maria Mitchell, first American female astronomer (+video)|last=Barber|first=Elizabeth|url=http://www.csmonitor.com/Science/2013/0801/Google-Doodle-honors-Maria-Mitchell-first-American-female-astronomer-video|publisher=[[The Christian Science Monitor]]|date=August 1, 2013|accessdate=August 12, 2013}}</ref></span>
 
== อ้างอิง ==
ผู้ใช้นิรนาม