ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ราชอาณาจักรกัสติยา"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
}}
'''ราชอาณาจักรกัสติยา''' ({{lang-es|Reino de Castilla}}) เป็น[[ราชอาณาจักร]]ของ[[ยุคกลาง]]ของ[[คาบสมุทรไอบีเรีย]]ที่เริ่มก่อตัวเป็นอิสระขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยการเป็นอาณาจักรเคานต์แห่งกัสติยาที่เป็น[[อาณาจักรบริวาร]] (vassal) ของ[[ราชอาณาจักรเลออน]] ชื่อ "กัสติยา" มาจากคำที่ว่าแปลว่า[[ปราสาท]] เพราะในบริเวณนั้นมีปราสาทอยู่หลายปราสาท กัสติยาเป็นราชอาณาจักรหนึ่งที่ต่อมาก่อตั้งขึ้นเป็น[[ราชบัลลังก์กัสติยา]]และ[[สเปน|ราชบัลลังก์สเปน]]ในที่สุด
 
<br />
 
== ประวัติศาสตร์ ==
ชื่อ "กัสติยา" มีความหมายว่า "ดินแดนแห่งปราสาท" ซึ่งถูกใช้เป็นครั้งแรกในราวปี ค.ศ. 800 โดยใช้เรียกเขตเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ตรงตีนเทือกเขากันตาเบรียในตอนเหนือสุดของจังหวัดบูร์โกสในปัจจุบัน กัสติยาขยายอาณาเขตในช่วงคริสตศตวรรษที่ 9 แต่ยังคงเป็นเพียงกลุ่มก้อนของเคานตีเล็กๆ ที่กษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรอัสตูเรียส|อัสตูเรียส]]และกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]เป็นผู้เลือกคนที่จะมาปกครอง จนกระทั่ง[[เฟร์นัน กอนซาเลส เคานต์แห่งกัสติยา|เฟร์นัน กอนซาเลส]] เคานต์แห่งกัสติยาทั้งหมดคนแรกรวมเคานตีต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ประวัติศาสตร์ด้านการเมืองของกัสติยาเริ่มต้นขึ้น เฟร์นันสร้างเคานตีใหม่ที่สืบทอดผ่านทางสายเลือดของตระกูลของตน เพื่อให้เคานตีคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราชภายใต้การปกครองของกษัตริย์แห่งเลออน ในช่วงที่เฟร์นันมีชีวิตอยู่ เมืองหลวงของเคานตีถูกก่อตั้งขึ้นที่[[บูร์โกส]]และมีการขยายอาณาเขตไปทางใต้เข้าสู่อาณาเขตของ[[ชาวมัวร์]] ภายใต้การปกครองของเคานต์การ์ซิอา เฟร์นันเดซ และเคานต์ซันโช การ์ซิอา อาณาเขตของกัสติยาขยายไปถึง[[แม่น้ำดูเอโร]] ความสัมพันธ์กับกษัตริย์แห่งเลออนที่ในทางการแล้วยังคงมีอำนาจเหนือกัสติยาค่อยๆค่อย ๆ ย่ำแย่ลงเรื่อยๆเรื่อย ๆ
 
ในปี ค.ศ. 1029 [[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งปัมโปลนา|พระเจ้าซันโชที่ 3 มหาราชแห่งนาวาร์]] พระโอรสในพระมารดาชาวกัสติยาแยกกัสติยาออกมาจากเลออน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1035 มันได้ตกเป็นของพระโอรสคนที่สองซึ่งเป็นบุคคลแรกที่อ้างตนเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาในชื่อ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา]] (ค.ศ. 1037–65) ต่อมากัสติยาถูกรวมเข้ากับเลออนอีกครั้ง (ค.ศ. 1072–1157) แต่ภายหลังอาณาจักรทั้งสองก็แยกจากกันอีกครั้ง [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]]ทำให้กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองและการทหารเหนือเลออน พระองค์บีบบังคับกษัตริย์แห่งเลออนให้ถวายความเคารพต่อพระองค์ในปี ค.ศ. 1188 จากนั้นการปกครองของกัสติยาก็ขยายไปทางตอนใต้จนถึง[[แม่น้ำตากุส]] และทางตะวันออกจนถึงพรมแดนในยุคใหม่ของ[[แคว้นอารากอน|อารากอน]] ทว่ากษัตริย์เลออนไม่เคยยอมรับการมีอำนาจเหนือกว่าของกัสติยา และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]]ปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุน[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซแห่งกัสติยา]]ในการทำสงครามกับราชวงศ์อัลโมฮัดของชาวมุสลิม[[ชนเบอร์เบอร์|เบอร์เบอร์]] ทำให้กัสติยาพยายามแสดงความเป็นใหญ่ทางการเมืองเหนือเลออนจนส่งผลให้แนวหน้าในการรับมือกับชาวมุสลิมของชาวคริสต์อ่อนแอลง ในปี ค.ศ. 1230 [[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3]] ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาอยู่แล้วได้สืบทอดบัลลังก์เลออน ทำให้ราชบัลลังก์ทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในที่สุดภายใต้การเป็นผู้นำของชาวกัสติยา ขณะเดียวกันราชอาณาจักรโตเลโดในสเปนของชาวมุสลิมถูกกัสติยาผนวกดินแดนในปี ค.ศ. 1085 และในคริสตศตวรรษที่ 12 กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองในสเปนได้สำเร็จ ราชสำนักยุโรปในสมัยกลางช่วงปลายมักเรียกกัสติยาว่าอิสปาเนีย (สเปน) สุดท้ายในยุคของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ก็สามารถพิชิต[[แคว้นอันดาลูซิอา|อันดาลูเซียลูซิอา]] ดินแดนสุดท้ายที่อยู่การครอบครองของมุสลิมซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดได้
 
ชื่อ "กัสติยา" มีความหมายว่า "ดินแดนแห่งปราสาท" ซึ่งถูกใช้เป็นครั้งแรกในราวปี ค.ศ. 800 โดยใช้เรียกเขตเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ตรงตีนเทือกเขากันตาเบรียในตอนเหนือสุดของจังหวัดบูร์โกสในปัจจุบัน กัสติยาขยายอาณาเขตในช่วงคริสตศตวรรษที่ 9 แต่ยังคงเป็นเพียงกลุ่มก้อนของเคานตีเล็กๆ ที่กษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรอัสตูเรียส|อัสตูเรียส]]และกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]เป็นผู้เลือกคนที่จะมาปกครอง จนกระทั่ง[[เฟร์นัน กอนซาเลส เคานต์แห่งกัสติยา|เฟร์นัน กอนซาเลส]] เคานต์แห่งกัสติยาทั้งหมดคนแรกรวมเคานตีต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ประวัติศาสตร์ด้านการเมืองของกัสติยาเริ่มต้นขึ้น เฟร์นันสร้างเคานตีใหม่ที่สืบทอดผ่านทางสายเลือดของตระกูลของตน เพื่อให้เคานตีคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราชภายใต้การปกครองของกษัตริย์แห่งเลออน ในช่วงที่เฟร์นันมีชีวิตอยู่ เมืองหลวงของเคานตีถูกก่อตั้งขึ้นที่[[บูร์โกส]]และมีการขยายอาณาเขตไปทางใต้เข้าสู่อาณาเขตของ[[ชาวมัวร์]] ภายใต้การปกครองของเคานต์การ์ซิอา เฟร์นันเดซ และเคานต์ซันโช การ์ซิอา อาณาเขตของกัสติยาขยายไปถึง[[แม่น้ำดูเอโร]] ความสัมพันธ์กับกษัตริย์แห่งเลออนที่ในทางการแล้วยังคงมีอำนาจเหนือกัสติยาค่อยๆ ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
 
 
ในปี ค.ศ. 1029 [[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งปัมโปลนา|พระเจ้าซันโชที่ 3 มหาราชแห่งนาวาร์]] พระโอรสในพระมารดาชาวกัสติยาแยกกัสติยาออกมาจากเลออน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1035 มันได้ตกเป็นของพระโอรสคนที่สองซึ่งเป็นบุคคลแรกที่อ้างตนเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาในชื่อ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา]] (ค.ศ. 1037–65) ต่อมากัสติยาถูกรวมเข้ากับเลออนอีกครั้ง (ค.ศ. 1072–1157) แต่ภายหลังอาณาจักรทั้งสองก็แยกจากกันอีกครั้ง [[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]]ทำให้กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองและการทหารเหนือเลออน พระองค์บีบบังคับกษัตริย์แห่งเลออนให้ถวายความเคารพต่อพระองค์ในปี ค.ศ. 1188 จากนั้นการปกครองของกัสติยาก็ขยายไปทางตอนใต้จนถึง[[แม่น้ำตากุส]] และทางตะวันออกจนถึงพรมแดนในยุคใหม่ของ[[แคว้นอารากอน|อารากอน]] ทว่ากษัตริย์เลออนไม่เคยยอมรับการมีอำนาจเหนือกว่าของกัสติยา และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]]ปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุน[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซแห่งกัสติยา]]ในการทำสงครามกับราชวงศ์อัลโมฮัดของชาวมุสลิม[[ชนเบอร์เบอร์|เบอร์เบอร์]] ทำให้กัสติยาพยายามแสดงความเป็นใหญ่ทางการเมืองเหนือเลออนจนส่งผลให้แนวหน้าในการรับมือกับชาวมุสลิมของชาวคริสต์อ่อนแอลง ในปี ค.ศ. 1230 [[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3]] ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาอยู่แล้วได้สืบทอดบัลลังก์เลออน ทำให้ราชบัลลังก์ทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในที่สุดภายใต้การเป็นผู้นำของชาวกัสติยา ขณะเดียวกันราชอาณาจักรโตเลโดในสเปนของชาวมุสลิมถูกกัสติยาผนวกดินแดนในปี ค.ศ. 1085 และในคริสตศตวรรษที่ 12 กัสติยาครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองในสเปนได้สำเร็จ ราชสำนักยุโรปในสมัยกลางช่วงปลายมักเรียกกัสติยาว่าอิสปาเนีย (สเปน) สุดท้ายในยุคของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ก็สามารถพิชิต[[แคว้นอันดาลูซิอา|อันดาลูเซีย]] ดินแดนสุดท้ายที่อยู่การครอบครองของมุสลิมซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดได้
<br />
 
== กษัตริย์แห่งกัสติยา ==
=== ราชวงศ์ฆิเมเนสฆิเมเนซ ===
<br />
 
=== ราชวงศ์ฆิเมเนส ===
[[ไฟล์:Coat of Arms of Castile with the Royal Crest.svg|thumb|ตราประจำพระองค์ของกษัตริย์กัสติยา]]
[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งเลออน]]เคยเป็นเคานต์แห่งกัสติยา ต่อมาพระองค์กลายเป็นกษัตริย์แห่ง[[ราชอาณาจักรเลออน|เลออน]]ตามสิทธิ์ของภรรยา [[ซันชาแห่งเลออน]] ทรงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออนและกัสติยาในปี ค.ศ. 1037 และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1065 กัสติยาและเลออนถูกแยกเพื่อแบ่งให้พระโอรส คือ [[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน|ซันโช]]ที่กลายเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยา และ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 แห่งเลออนและกัสติยา|อัลฟอนโซ]]ที่กลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออน พระเจ้าซันโชยังเป็นกษัตริย์แห่งเลออนในระยะสั้นๆ หลังปลดพระอนุชาออกจากตำแหน่ง ทำให้ทรงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออนและกัสติยา แต่ในปี ค.ศ. 1065 ราชอาณาจักรทั้งสองก็ถูกแยกออกจากกัน พระเจ้าซันโชอภิเษกสมรสกับอัลเบร์ตา ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์จึงเป็นพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 พระอนุชาที่พระองค์เคยปลดออกจากตำแหน่ง
 
พระมเหสีของพระเจ้าอัลฟอนโซคือ[[แอนเญ็สอาแญ็สแห่งอากีแตน พระราชินีแห่งเลออนและกัสติยา|แอนเญ็สอาแญ็สแห่งอากีแตน]] ซึ่งเป็นบุตรสาวของ[[กีโยมที่ 8 ดยุคแห่งอากีแตน]]และอาจจะสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 ในปี ค.ศ. 1079 พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสกับ[[กงสต็องซ์แห่งบูร์กอญ]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันหลายคน แต่มีเพียงพระธิดาชื่อ[[สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน|อูร์รากา]]คนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ กงสต็องซ์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1093 ในปีเดียวกันนั้นพระองค์อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อแบร์ตาซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1099 จากนั้นทรงอภิเษกสมรสกับหญิงชื่ออิซาเบล ทั้งคู่มีพระธิดาด้วยกันสองคน อิซาเบลอาจสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 แล้วพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อเบียทริซ ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน เบียทริซสิ้นพระชนม์หลังพระองค์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเจ้าอัลฟอนโซคืออูร์รากาผู้เป็นพระธิดา
 
พระมเหสีของพระเจ้าอัลฟอนโซคือ[[แอนเญ็สแห่งอากีแตน พระราชินีแห่งเลออนและกัสติยา|แอนเญ็สแห่งอากีแตน]] ซึ่งเป็นบุตรสาวของ[[กีโยมที่ 8 ดยุคแห่งอากีแตน]]และอาจจะสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 ในปี ค.ศ. 1079 พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสกับ[[กงสต็องซ์แห่งบูร์กอญ]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันหลายคน แต่มีเพียงพระธิดาชื่อ[[สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน|อูร์รากา]]คนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ กงสต็องซ์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1093 ในปีเดียวกันนั้นพระองค์อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อแบร์ตาซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1099 จากนั้นทรงอภิเษกสมรสกับหญิงชื่ออิซาเบล ทั้งคู่มีพระธิดาด้วยกันสองคน อิซาเบลอาจสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1077 แล้วพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับหญิงชื่อเบียทริซ ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน เบียทริซสิ้นพระชนม์หลังพระองค์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเจ้าอัลฟอนโซคืออูร์รากาผู้เป็นพระธิดา
{| class="wikitable"
|+
|ค.ศ. 1029
|27 ธันวาคม ค.ศ. 1065
|เป็นกษัตริย์แห่งเลออน ทรงเอากัสติยามาเป็นดินแดนส่วนพระองค์โดยให้ข้าราชสำนักบริหารปกครอง<ref>Martínez Díez , Gonzalo (2005). The County of Castilla (711-1038). The history in front of the legend . Valladolid: Junta de Castilla y León. <nowiki>ISBN  84-9718-275-8</nowiki>, pp. 715 and 737.</ref>
|-
|[[พระเจ้าซันโชที่ 2 แห่งกัสติยาและเลออน|พระเจ้าซันโชที่ 2]]
|เป็นพระราชินีผู้ปกครองแห่งเลออน
|}
<br />
 
=== ราชวงศ์บูร์กอญ ===
ราชวงศ์ต่อมาเป็นทายาทในสายเพศชายของ[[แรมงแห่งบูร์กอญ]] พระสวามีคนแรกของพระราชินีอูร์รากา พระองค์แต่งงานกับ[[แรมงแห่งบูร์กอญ]]ตอนพระชนมายุ 8 พรรษา ทั้งคู่มีพระธิดาและพระโอรสที่มีชีวิตรอดอย่างละคน อูร์รากาเป็นม่ายในปี ค.ศ. 1077 และกำลังเจรจาเรื่องการอภิเษกสมรสในตอนที่พระบิดาสิ้นพระชนม์ มีการเสนอให้อภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอน|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอนและนาวาร์]] แต่อูร๋รากาต่อต้านข้อเสนอนี้ ด้วยเป็นความประสงค์ของพระบิดาผู้ล่วงลับ พระองค์จึงต้องยอมตกลง ทั้งคู่อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1109 แต่การแต่งงานจุดชนวนให้เกิดการก่อกบฏขึ้นทันที ทั้งคู่แยกกันอยู่ในปี ค.ศ. 1110 พระองค์มีคนรักซึ่งทรงมีบุตรนอกสมรสด้วยสองคน พระองค์สิ้นพระชนม์ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1126 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 แห่งเลออนและกัสติยา|พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7]] ผู้เป็นพระโอรส
 
 
พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสกับ[[บารังเกราแห่งบาร์เซโลนา]]ในปี ค.ศ. 1128 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันแปดคน บารังเกราสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1149 พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับ[[ริเชซาแห่งโปแลนด์ พระราชินีแห่งกัสติยา|ริเชซาแห่งโปแลนด์]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสองคน พระเจ้าอัลฟอนโซนำธรรมเนียมการแบ่งราชอาณาจักรให้พระโอรสกลับมาใช้ ืทำให้ซันโชกลายเป็น[[พระเจ้าซันโชที่ 3 แห่งกัสติยา]] ขณะที่เฟร์นันโดกลายเป็น[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งเลออน]] พระเจ้าซันโชแต่งงานกับ[[บลังกาแห่งนาวาร์ พระราชินีแห่งกัสติยา|บลังกาแห่งนาวาร์]]ในปี ค.ศ. 1151 ทั้งคู่มีพระโอรสที่รอดชีวิตคนเดียว พระองค์สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระบิดาในปี ค.ศ. 1157 แต่เพียงหนึ่งปีต่อมาก็สิ้นพระชนม์ พระโอรสวัยสองพรรษาของพระองค์กลายเป็น[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 8 แห่งกัสติยา]] การสำเร็จราชการแผ่นดินก่อให้เกิดความวุ่นวายและพรมแดนส่วนหนึ่งของพระองค์ถูกพระปิตุลาพิชิตเอาไป พระองค์ต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งและทรงได้มาหนึ่งคน คือ [[พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ]] เมื่อพระองค์อภิเษกสมรสกับ[[เอเลนอร์แห่งอังกฤษ พระราชินีแห่งกัสติยา|เอเลนอร์แห่งอังกฤษ]] พระธิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบเอ็ดคน แต่มีเพียงบางคนที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ เมื่อพระเจ้าอัลฟอนโซสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1214 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือ[[พระเจ้าเอ็นริเกที่ 1 แห่งกัสติยา|พระเจ้าเอ็นริเก]] พระโอรสคนสุดท้องและพระโอรสคนเดียวที่มีชีวิตรอด พระองค์ไม่ได้อภิเษกสมรสและสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 13 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือ[[เบเรงเกลาแห่งกัสติยา|เบเรงเกลา]]ผู้เป็นพระเชษฐภคินี<br />
[[ไฟล์:506-Castile 1210.png|thumb|ราชอาณาจักรกัสติยาในปี ค.ศ. 1210]]
เบเรงเกลาเคยแต่งงานกับคอนราดที่ 2 ดยุคแห่งชวาเบินในปี ค.ศ. 1187 แต่การแต่งงานไม่สมบูรณ์และคอนราดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1196 ในปี ค.ศ. 1197 พระองค์อภิเษกสมรสกับ[[พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออน]] ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งที่อยู่ห่างกันหนึ่งขั้นเพื่อรักษาสันติภาพระหว่างสองราชอาณาจักร สมเด็จพระสันตะปาปาไม่ยอมรับการแต่งงานด้วยเหตผลว่าเป็นการร่วมประเวณีกันของญาติใกล้ชิด ขณะกำลังต่อสู้กับสมเด็จพระสันตะปาปา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสี่คน สุดท้ายทั้งคู่ก็พ่ายแพ้ในเรื่องการแต่งงาน แต่พระโอรสธิดาของทั้งคู่ถูกพิจารณาว่าเป็นบุตรตามกฎหมาย เมื่อพระอนุชาสิ้นพระชนม์ เบเรงเกลากลัวว่าอดีตพระสวามีจะพยายามอ้างสิทธิ์ในบัลลังก์ พระองค์ตระหนักว่ากัสติยาจำเป็นต้องมีผู้นำทางทหารที่แท้จริงจึงทรงสละบัลลังก์ให้พระโอรสของพระองค์ในปีนั้น พระโอรสของพระองค์กลายเป็น[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา]] พระองค์ยังตงอยู่เคียงข้างพระโอรสในฐานะที่ปรึกษาของกษัตริย์ เมื่อกษัตริย์แห่งเลออนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1230 พระองค์ยกราชอาณาจักรให้พระธิดาสองคนจากการแต่งงานครั้งแรก เบเรงเกลาเป็นคนเจรจาต่อรองจนสุดท้ายพระธิดาทั้งสองก็ยอมรับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการสละสิทธิ์ในบัลลังก์ พระเจ้าเฟร์นันโดจึงกลายเป็นกษัตริย์แห่งเลออน
 
 
ในปี ค.ศ. 1219 พระเจ้าเฟร์นันโดอภิเษกสมรสกับ[[อลิซาเบธแห่งชวาเบิน]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบคน อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ด้วยวัย 30 พรรษา กษัตริย์อภิเษกสมรสใหม่กับ[[ฌวน เคานเตสแห่งปงธิว]] ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันห้าคน
 
 
ราชสำนักถูกผสานรวมเข้าด้วยกันและถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ[[ราชบัลลังก์กัสติยา]]
เริ่มต้นราชบัลลังก์กัสติยา
|}
 
<br />
== อ้างอิง ==
 
158,624

การแก้ไข