ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กระสือ"

เพิ่มขึ้น 2,159 ไบต์ ,  2 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
 
== ความเชื่อเกี่ยวกับกระสือ ==
กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ ชอบรับประทานของสดคาว มักออกหากินเวลา[[กลางคืน]]และไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วน[[ร่างกายมนุษย์|ร่างกาย]]คงทิ้งไว้ที่บ้าน เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีแดง แต่ส่วนมากจะเป็นแสง[[สีเขียว]]เรืองวามวามๆ โดยจะเริ่มออกหากินตั้งแต่เวลาหัวค่ำไปจนถึงทั้งคืน และจะกลับเข้าร่างเวลาใกล้[[ย่ำรุ่ง|รุ่งสาง]]
 
เวลากลางวันจะมีลักษณะร่างกายเหมือนคนทั่วไป แต่มีพฤติกรรมหรืออาการแบบแปลกๆ ผิดปกติ เช่น ไม่ชอบสบตาคน เงียบๆ ไม่พูดไม่จากับใคร ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว บ้างก็ไม่ชอบแสงสว่างก็มี แต่เวลาเห็นของที่โสโครก สดๆ คาวๆ มักจะจ้องมองจนลูกไม่กระพริบเลย
กระสือเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใดก็ยังไม่เป็นที่ทราบ
 
กระสือเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใดก็ยังไม่เป็นที่ทราบ ซึ่งคนในสมัยโบราณมักจะเรียกว่า "[[ผีลากไส้]]" และต่อมาก็จึงเรียกว่า "กระสือ"หรือ "ผีกระสือ" ในสมัย[[ปัจจุบัน]]นี้
กระสือเกิดจากผู้ที่บูชา[[ไสยศาสตร์]]มนต์ดำ แล้วรักษาไว้ไม่ได้ หรือเรียกกันทั่วไปว่า ทำผิดครู ไสยศาสตร์ที่ตนบูชากลับแตก [[วิญญาณภูต]] [[ปิศาจ|ปีศาจ]]ที่เลี้ยงไว้ก็หลุดมาแล้วเข้าตัวผู้ที่บูชา เพราะด้วยอำนาจแรงกรรมที่ทำผิดข้อห้ามทางไสยศาสตร์มนต์ดำ วิญญาณครูจึงลงโทษจนกลายเป็น[[กระสือ]]ไปในที่สุด
 
กระสือเกิดจากผู้ที่บูชา[[ไสยศาสตร์]]มนต์ดำ แล้วรักษาไว้ไม่ได้ หรือเรียกกันทั่วไปว่า ทำผิดครูข้อห้าม ไสยศาสตร์ที่ตนบูชากลับแตก [[วิญญาณภูต]] [[ปิศาจ|ปีศาจ]]ที่ตนเลี้ยงไว้ก็หลุดมาแล้วเข้าตัวผู้ที่บูชา เพราะด้วยอำนาจแรงกรรมที่ทำผิดข้อห้ามทางไสยศาสตร์มนต์ดำ วิญญาณครูบรมครูจึงลงโทษจนกลายเป็น[[กระสือ]]ไปในที่สุด
 
ปกติแล้วกระสือจะไม่ทำร้ายคน ว่ากันว่าเมื่อกระสือออกหากินเวลากลางคืนแล้วเมื่อพบกับคนก็จะลอยหนีหายไป ถ้าหากคนทำให้กระสือเกิดความไม่พอใจ โกรธ กระสือจะมีความแค้น อาฆาตพยาบาท เมื่อกระสือได้ชำระแค้นกับคนๆ นั้นแล้ว ก็อยู่ที่ว่าจะแค่บาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตเลย
 
ใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนำให้ผีกระสือมาและกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุนเรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้
นอกจากของสดของคาวแล้ว กระสือยังชอบรับประทานของโสโครกเช่นอุจจาระเป็นต้น เมื่อรับประทานแล้วเห็นผ้าของใครตากทิ้งค้างคืนไว้ก็เข้าไปเช็ดปาก ผ้านั้นจะปรากฏเป็นรอยเปื้อนดวง ๆ ถ้าเอาผ้านั้นไปต้มกระสือจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปากทนไม่ไหวจนต้องมาขอร้องไม่ให้ต้มต่อไป
 
กระสือนั้นเมื่อเจ็บจวนจะ[[ความตาย|ตาย]]ก็ไม่ตายเด็ดขาด และจะต้องคายน้ำลายของตนถ่ายเข้าปากลูกหลานคนใดคนหนึ่งไว้ให้สืบทายาทเป็นกระสือต่อก่อน ตนจึงจะตายได้โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป
 
การปราบกระสือนั้น ไม่สามารถไล่ผีที่มาสิงสู่ออกจากร่างเหยื่อได้ ว่ากันว่าวิญญาณนั้นได้หยั่งลึกลงในใจของคน ๆ นั้น ซึ่งสังเกตได้ว่าเป็นการหยั่งลึกในขั้นที่[[วิญญาณ]] ([[กายทิพย์]]) สามารถบังคับให้ร่างกาย ([[กายหยาบ]]) ของผู้ถูกสิงนั้นอยู่ในสภาพที่วิปลาสผิด[[ธรรมชาติ]]ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นการถอดหัวและอวัยวะภายในให้หลุดออกมาจากร่างกาย รวมถึงการลอยตัวอยู่ในอากาศ ฉะนั้น ร่างกายของคนๆนั้นเมื่อถูกวิญญาณร้ายบังคับให้ทำในสิ่งที่หากมนุษย์ธรรมดาทำแล้วเสียชีวิต ก็เท่ากับว่ากายนั้นเป็นร่างกายที่ไร้สิ้นซึ่งความเป็นมนุษย์ เป็นร่างกายที่เสียหายและยังคงมีชีวิตอยู่ได้โดยอำนาจของวิญญาณภูติกระสือที่อยู่ในร่างเท่านั้น ถึงแม้กระสือจะถูกไล่ออกจากร่างไป แต่ร่างการนั้นก็ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ ดังนั้นการปราบกระสือก็เท่ากับต้องฆ่าคน ๆ นั้นไปด้วยเลย บางท้องที่เล่าว่ากระสือชราเมื่อมีการถ่ายทอดความเป็นกระสือสู่ลูกหลานรุ่นต่อไปแล้ว ตนเองจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานก่อนจะเสียชีวิตในสภาพที่หัวกับอวัยวะภายในหลุดออกมาจากตัว ซึ่งเป็นผลพวงจากการถูกวิญญาณร้ายบังคับให้แยกออกไปหากินเมื่อครั้งยังมีกระสืออยู่ในร่าง เมื่อถ่ายทอดกระสือออกจากร่างไปแล้ว หัวกับตัวก็จะไม่สามารถต่อติดเชื่อมกันอีกต่อไป
 
== ลักษณะของกระสือ ==
ผู้ใช้นิรนาม