ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เวทีทอง"

เพิ่มขึ้น 289 ไบต์ ,  2 ปีที่แล้ว
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
หลังจากนั้นช่วงระยะต่อมา ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมในรอบชั่งทอง โดยก่อนชั่งทอง ผู้ที่ได้เป็นดาวทอง จะต้องมาเลือกแผ่นป้าย 1 แผ่นป้ายจากทั้งหมด 10 แผ่นป้าย ซึ่งแต่ละป้ายนั้นจะเป็นการกำหนดของที่เลือกมาชั่ง มี 1 ดาวเพียง 1 อัน นอกนั้นเป็น 2 ดาว จากนั้น ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกของจากของเพื่อนำมาเป็นของที่มีน้ำหนักเบาหรือหนักที่สุด ซิ่งถ้าได้ 2 ดาว ต้องเลือกของ 2 ชิ้น แต่ถ้าได้ 1 ดาว ต้องเลือกของเพียงชิ้นเดียวที่เบาหรือหนักที่สุด ซึ่งหลังจากที่เลือก พิธีกรก็จะนำของที่เลือกมาชั่งและจะทำการขีดไว้ แล้วจะต้องชั่งของที่เหลือ โดยที่ของที่เหลือต้องหนักอยู่ในขีดน้ำหนักที่ขีดไว้ ถ้าชั่งครบ 4, 5 ชิ้น แล้วของอยู่ในเขตที่ขีดไว้ จะได้ทองคำหนัก 1 กิโลกรัม แต่ถ้าเกินขีดที่หนักที่สุดหรือเบาที่สุด เกมจะจบลงทันที
 
ในปี [[พ.ศ. 2536]] - [[พ.ศ. 2545]] ได้เปลี่ยนรูปแบบของการชั่งทอง จากการทายน้ำหนักของสิ่งของแต่ละชิ้น มาเป็นการชั่งเรียงลำดับน้ำหนักของสิ่งของจากน้อยไปมาก โดยจะต้องเลือกชั่งสิ่งของให้มีน้ำหนักมากกว่าสิ่งของที่ชั่งไว้ในตอนแรก ทั้งนี้ จำนวนสิ่งของที่จะต้องชั่งน้ำหนักมาก-น้อยนั้น ขึ้นอยู่กับการเปิดแผ่นป้ายในช่วงแรก ซึ่งวิธีการคล้ายคลึงกับเวทีทองในปี [[พ.ศ. 2535]] ทว่าจะเป็นป้ายชั่งสิ่งของ 5 ชิ้นเพียงแค่แผ่นป้ายเดียว นอกนั้นเป็นการชั่งสิ่งของ 6 ชิ้นทั้งหมด โดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 10 แผ่นป้าย แบ่งเป็นแผ่นป้ายที่มีพีระมิดที่มีเลข 6 กำกับทั้งหมด 9 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายที่มีพีระมิดที่มีเลข 5 กำกับทั้งหมด 1 แผ่นป้าย จากทั้งหมด 6 ชิ้น ต่อมาในปี [[พ.ศ. 2539]] - [[พ.ศ. 2545]] ได้ปรับเปลี่ยนโดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นแผ่นป้ายที่มีพีระมิดที่มีเลข 6 กำกับทั้งหมด 11 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายที่มีพีระมิดเลข 5 กำกับทั้งหมด 1 แผ่นป้าย โดยถ้าหากเปิดเจอพีระมิดที่มีหมายเลข 5 กำกับจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทจากผู้สนับสนุนหลักก่อนเริ่มต้นเล่น โดยหากสามารถชั่งน้ำหนักได้ถูกต้อง (น้ำหนักมากขึ้น) จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท ต่อ 1 ครั้ง (ภายหลังเพิ่มเป็นทองคำหนัก 2 บาท ต่อ 1 ครั้ง ) หากทายผิด (น้ำหนักน้อยลง) เกมจะหยุดลงและผู้เข้าแข่งขันจะได้รับทองคำตามที่ทำได้ แต่เวทีทองในปี [[พ.ศ. 2543]] - [[พ.ศ. 2545]] ถ้าผู้เข้าแข่งขันเลือกได้ชั่งของ 5 ชิ้น และทายได้ถูกต้องขึ้นไป 4 ชิ้น แต่ผิดในชิ้นสุดท้าย ชิ้นที่ 5 จะได้ทองคำหนักอีก 2 บาท (คือได้ทองคำรวม 5 บาท) ต่อมาเปลี่ยนเป็นชั่งถูกขึ้นไป 1 ชิ้น ได้ทองครั้งละ 2 บาท แต่ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันสามารถทายน้ำหนักได้ครบ 5 ครั้ง หรือ 6 ครั้ง (ตามจำนวนครั้งที่ได้จากการเปิดแผ่นป้าย) จะได้รับทองคำหนัก 5 บาท กับ อีก 2 กิโลกรัม โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน เฉพาะส่วนละ 1 กิโลกรัม ให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักของรายการนั่นเอง แต่ในบางครั้งแบ่ง ส่วนละครึ่งกิโลกรัม ให้กับผู้ชมซึ่งเป็น เพื่อน ครอบครัวในสตูดิโอที่มาช่วยผู้เข้าแข่งขัน และอีก 1 กิโลกรัม ให้ผู้โชคดีทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักของรายการนั่นเอง (ผู้สนับสนุนหลักในรอบชั่งทอง คือ ฟิล์มสีโกดัก ต่อมาเป็น ห้างทองทวีชัย 5 ดัชมิลล์ โกปิโก้ ไบกอน ตามลำดับ) ซึ่งในรอบนี้มีผู้ทำ Jackpot แตก 5 คน แต่ทั้งหมด 7 ครั้ง แต่บางครั้งแถมเพื่อเพิ่มทองแล้วแต่วัตถุประสงค์ของพิธีกร
 
และรายการ[[สตอเบอรี่ชีสเค้ก]] เทปวันที่ 29 มีนาคม 2552 (ย้อนอดีตเกมโชว์) ได้จำลองเกมในรายการช่วงชั่งทองให้พิธีกรได้ร่วมสนุก โดยในเทปนั้นมีเกมในรายการเกมโชว์อีก 4 รายการ ได้แก่ [[พลิกล็อก]] [[เกมพิศวง]] [[มาตามนัด]] และ[[เกมจารชน]] และรายการ [[My Man Can แฟนฉันเก่ง]] เทปวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ได้จำลองเกมในช่วงชั่งทองของเวทีทองมาเป็นภารกิจในเกมที่ 5 อีกด้วย
ผู้ใช้นิรนาม