ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ"

เก็บกวาดบทความด้วยบอต
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
 
== การราชาภิเษก ==
[[Fileไฟล์:HenryIII.jpg|link=https://en.wikipedia.org/wiki/File:HenryIII.jpg|alt=Manuscript picture of Henry III's coronation|thumb|ภาพวาดพิธีราชาภิเษกของเฮนรีในคริสตศตวรรษที่คริสต์ศตวรรษที่ 13]]
[[พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ|พระเจ้าจอห์น]]สิ้นพระชนม์เมื่อ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1216 ทิ้งให้เฮนรี วัย 9 พรรษา สืบทอดบัลลังก์ท่ามกลาง[[สงครามขุนนางครั้งที่หนึ่ง|สงครามบารอนครั้งที่ 1]] (ปี ค.ศ. 1215 – 17) ที่กลุ่มของบารอนกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพฝรั่งเศสทำสงครามกับพระเจ้าจอห์น เพราะพระองค์ปฏิเสธที่จะยอมรับและปฏิบัติตาม[[มหากฎบัตร|แม็กนาคาร์ตา]] เพราะพื้นที่ขนาดใหญ่ของอังกฤษตะวันออกตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบารอนกบฏกับชาวฝรั่งเศส จึงมีความคิดว่าเฮนรีควรได้รับการสวมมงกุฎโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิทธิ์ในราชบัลลังก์ของพระองค์ เฮนรีจึงได้รับการสวมมงกุฎเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1216 ที่[[อาสนวิหารกลอสเตอร์|มหาวิหารกลอสเตอร์]] โดยมีรัดเกล้าที่เป็นของพระมารดาเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ราชาภิเษกที่[[เวสต์มินสเตอร์]]ใน[[ลอนดอน]]
 
วิลเลียม มาร์แชล เอิร์ลที่ 1 แห่งเพมโบรกที่เคยรับใช้กษัตริย์มาสามพระองค์ คือ [[พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ|เฮนรีที่ 2]], [[พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ|ริชาร์ดที่ 1]] และ[[พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ|จอห์น]] ถูกประกาศชื่อเป็นผู้พิทักษ์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 และ[[ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์|ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน]]ของราชอาณาจักร ทั้งที่อายุราว 70 ปี แต่มาร์แชลมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในสงครามกับชาวฝรั่งเศสและบารอนกบฏด้วยพลังงานที่น่าเหลือเชื่อ ในสมรภูมิลินคอล์น เขาประจำการและต่อสู้ในแนวหน้าของกองทัพของกษัตริย์น้อย นำพวกเขาไปสู่ชัยชนะ เขากำลังเตรียมที่จะปิดล้อมชาวฝรั่งเศสในลอนดอนในตอนที่สงครามจบลงด้วยชัยชนะทางทะเลที่สมรภูมิโดเวอร์และสมรภูมิแซนด์วิช หลังการตายของเขาในปี ค.ศ. 1219 ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเฮนรีน้อย มาร์แชลได้รับการยกย่องว่าเป็น "อัศวินที่ดีที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่" โดยสตีเฟน แลงตัน อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์บรี
 
[[Fileไฟล์:Jindra3.jpg|link=https://en.wikipedia.org/wiki/File:Jindra3.jpg|alt=Sketch of Henry's second coronation|thumb|ภาพวาดพิธีราชาภิเษกครั้งที่สองของเฮนรีในปี ค.ศ. 1220 ของแมตธิว ปารีส]]
ในเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ. 1217 พระมารดาของเฮนรี อิซาเบลลาแห่งอองกูแลม ทิ้งพระองค์ไว้ในการดูแลของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน วิลเลียม มาร์แชล เอิร์ลที่ 1 แห่งเพมโบรก และกลับไปฝรั่งเศสเพื่ออ้างสิทธิ์ในการควบคุมมรดกของพระองค์ อองกูแลม ทรงทิ้งพระโอรสธิดาที่มีกับพระเจ้าจอห์น ในปี ค.ศ. 1220 ทรงแต่งงานกับยูกที่ 10 แห่งลูซินญ็อง เคานต์แห่งลา มาร์ช ที่พระองค์มีลูกด้วยเก้าคน การศึกษาของเฮนรีถูกมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของปีเตอร์ เดอ โรช บิชอปแห่งวินเชสเตอร์ และอูแบร์ต์ เดอ เบรอะ เอิร์ลที่ 1 แห่งเคนต์กลายเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังการตายของวิลเลียม มาร์แชล เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1220 เฮนรีได้รับการสวมมงกุฎครั้งที่สองใน[[เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์]]ด้วยพิธีราชาภิเษกแบบเต็มรูปแบบ เฮนรีถูกประกาศว่าบรรลุนิติภาวะในปี ค.ศ. 1223 โดยพระสันตะปาปา แต่พระองค์ไม่ได้ครองราชย์อย่างอิสระอย่างแท้จริงจนถึงปี ค.ศ. 1227 ตอนพระชนมายุ 20 พรรษา
 
== การอภิเษกสมรส ==
[[Fileไฟล์:Detail_from_the_roll_of_the_genealogical_line_from_Henry_III_to_Edward_II,_with_an_extension_to_Edward_III.jpg|link=https://en.wikipedia.org/wiki/File:Detail_from_the_roll_of_the_genealogical_line_from_Henry_III_to_Edward_II,_with_an_extension_to_Edward_III.jpg|alt=Medieval genealogical picture|thumb|ลำดับของต้นที่แสดงให้เห็นถึงเฮนรี (ด้านบน) กับพระโอรสธิาธิ (ซ้ายไปขวา) เอ็ดเวิร์ด, มาร์กาเร็ต, เบียทริซ, เอ็ดมุนด์ และแคทเธอรีน ค.ศ. 1300 – 1308]]
เมื่อวันที่ 14 มกราคา ค.ศ. 1236 ที่[[อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี|มหาวิหารแคนเทอร์บรี]] เฮนรีวัย 29 พรรษาอภิเษกสมรสกับ[[เอลินอร์แห่งพรอว็องส์ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ|เอเลนอร์แห่งโพรว็องซ์]]วัย 13 พรรษา ลูกสาวคนที่สองในลูกสาวสี่คนของรามอน เบเรนเกร์ที่ 4 เคานต์แห่งโพรว็องซ์กับเบียทริซแห่งซาวอย ลูกสาวทั้งสี่คนแต่งงานกับกษัตริย์และได้เป็นพระราชินี
 
ความไม่พอใจของขุนนางอังกฤษที่มีต่อกษัตริย์สุดท้ายแล้วเป็นผลให้เกิดสงครามกลางเมือง [[สงครามขุนนางครั้งที่สอง|สงครามบารอนครั้งที่สอง]] (ปี ค.ศ. 1264 – 1267) ผู้นำของกองทัพฝ่ายตรงข้ามของเฮนรีคือพระขนิษฐภรรดา (น้องเขย) ซิมง เดอ มงต์ฟอร์ต์ เอิร์ลที่ 6 แห่งเลสเตอร์ ที่แต่งงานกับพระขนิษบาของเฮนรี เอเลนอร์ เดอ มงต์ฟอร์ต์ต้องการตอกย้ำแม็กนาคาร์ตาและบีบกษัตริย์ให้ยอมมอบอำนาจให้[[สภาขุนนาง]]มากขึ้น
 
[[Fileไฟล์:Gal_nations_edward_i_-_trimmed.jpg|link=https://en.wikipedia.org/wiki/File:Gal_nations_edward_i_-_trimmed.jpg|alt=Painting of Edward I|thumb|ภาพวาดของพระโอรสคนโตของเฮนรี เอ็ดเวิร์ด อาจจะในปลายคริสตศตวรรษที่คริสต์ศตวรรษที่ 13 หรือต้นคริสตศตวรรษที่คริสต์ศตวรรษที่ 14]]
ในปี ค.ศ. 1264 ที่สมรภูมิลูอิส เฮนรีกับพระโอรส อนาคต[[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ|พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1]] พ่ายแพ้และถูกจับกุม เฮนรีถูกบีบให้เรียกประชุมรัฐสภาและให้สัญญาว่าจะปกครองโดยรับฟังคำปรึกษาของสภาขุนนาง เฮนรีถูกลดบทบาทเป็นกษัตริย์หุ่นเชิด ส่วนเดอ มงต์ฟอร์ต์ขยับขยายเป็นตัวแทนรัฐสภาที่อยู่เหนือกลุ่มขุนนาง สมาชิกของแต่ละเคานตีของอังกฤษกับเมืองสำคัญๆ สิบห้าเดือนต่อมา เอ็ดเวิร์ดนำกลุ่มผู้จงรักภักดีของกษัตริย์เข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง ทรงปราบและสังหารเดอ มงต์ฟอร์ต์ที่สมรภูมิอีฟชามในปี ค.ศ. 1265 ท้ายที่สุดแล้วอำนาจถูกกอบกู้คืนให้พระเจ้าเฮนรีที่ 3 และการลงโทษที่รุนแรงถูกใช้กับบารอนกบฏ ในปี ค.ศ. 1266 การประนีประนอมระหว่างกษัตริย์กับบารอนเกิดขึ้นด้วยถ้อยแถลงแห่งเคนิลเวิร์ธ ในหลายปีหลังการเสียชีวิต หลุมศพของซิมง เดอ มงต์ฟอร์ต์มักได้รับการเยี่ยมเยียนจากนักแสวงบุญ ทุกวันนี้เดอ มงต์ฟอร์ต์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบิดาของการบริหารปกครองผ่านตัวแทน
 
== การสิ้นพระชนม์ ==
[[Fileไฟล์:Westminster.abbey.tombofhenry.london.arp.jpg|link=https://en.wikipedia.org/wiki/File:Westminster.abbey.tombofhenry.london.arp.jpg|alt=Photograph of Henry's tomb|thumb|หลุมฝังศพของเฮนรีในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ลอนดอน]]
เฮนรีเริ่มป่วยหนักขึ้นและอ่อนแอลงในช่วงปีท้ายๆ พระโอรสและทายาทของพระองค์ เอ็ดเวิร์ด กลายเป็นผู้ดูแลของอังกฤษและเริ่มมีบทบาทอำนาจมากขึ้นในการบริการปกครอง มรดกที่สำคัญที่สุดของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 คือ[[เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์]] ในปี ค.ศ. 1042 [[พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี|เอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพ]]เริ่มสร้างแอบบีย์ของ[[ซีโมนเปโตร|นักบุญปีเตอร์]]ขึ้นมาใหม่เพื่อสร้างที่ฝังพระศพหลวงให้ตนเอง เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ยุคแรก การก่อสร้างโบสถ์ในยุคที่สองและเป็นโบสถ์ปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1245 โดยพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ที่เลือกให้เป็นที่ฝังพระศพของตนเอง ในปี ค.ศ. 1269 เฮนรีกำกับดูแลพิธีการใหญ่เพื่อฝังเอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพใหม่ในแท่นบูชาใหม่ที่วิจิตรงดงาม ทรงให้ความช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวในการแบกพระศพไปสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่
 
393,742

การแก้ไข