ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เวทีทอง"

เพิ่มขึ้น 235 ไบต์ ,  2 ปีที่แล้ว
ในปี [[พ.ศ. 2539]] - [[พ.ศ. 2540|พ.ศ. 2546]] เกมรอบตกรอบได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก 10 แผ่นป้าย (เป็นรูปตลับแป้งแบบเปิด ต่อมาเป็นรูปลิปสติก) หมายถึงได้ทองคำป้ายละ 1 บาท และป้ายหยุด 2 แผ่นป้าย (เป็นรูปตลับแป้งแบบปิด ต่อมาเป็นรูปปากและรูปกุ๊กกิ๊ก-กุ๊กหม่ำ) ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันเปิดได้ป้ายหยุด 2 แผ่นป้าย หรือ เปิดได้ป้ายผู้สนับสนุนหลักก็จะได้ทองคำหนักครึ่งกิโลกรัม ถ้าหากเปิดเจอป้ายหยุด เกมจะหยุดทันทีและได้ทองคำตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าป้ายแรกเป็นป้ายหยุด แล้วป้ายต่อไปเป็นผู้สนับสนุนหลัก เกมจะหยุดทันทีและได้รับทองคำหนัก 1 บาทไปด้วย แต่ในบางครั้งแถมเพื่อเจอสปอนเซอร์หลักแล้วแต่วัตถุประสงค์ของพิธีกร
 
ในปี [[พ.ศ. 2546]] - [[พ.ศ. 2550]] เกมรอบตกรอบยังแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้ายเช่นเดิม แต่ได้ปรับแบ่งเป็นป้ายผู้สนับสนุนหลักเป็น 9 แผ่นป้ายและป้ายหยุด 3 แผ่นป้าย (เป็นรูปกัปตันกิ๊กบนเรือดำน้ำ/กัปตันหม่ำบนเรือยอร์ช/กัปตันต้อยบนเรือหางยาว ต่อมาเป็นรูปกับดัก (ตาข่าย/ปากฉลาม/เชือกห้อยหัว) , ใบแดง/ใบหนาด/ใบบัวบก และ รูปตัวกินคุกกี้ แอนดี้/ภูมิ/ดร.พัน) โดยเมื่อเปิดป้ายผู้สนับสนุน หมายถึงได้ทองคำป้ายละ 1 บาท (ต่อมาเปลี่ยนเป็นทองคำมูลค่าป้ายละ 10,000 บาท) ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดเจอป้ายผู้สนับสนุนหลักครบ 9 แผ่นป้ายจะได้รับทองคำหนักครึ่งกิโลกรัม (ต่อมาเปลี่ยนเป็นทองคำมูลค่า 300,000 บาท) ถ้าหากเปิดเจอป้ายหยุด เกมจะหยุดทันทีและได้ทองคำตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าเปิดเจอป้ายหยุดเป็นป้ายแรกก็จะไม่ได้ทองคำในเกมนี้เลย แต่ในช่วงปี [[พ.ศ. 2547]] - [[พ.ศ. 2548]] เมื่อเปิดป้ายกับดักผู้เข้าแข่งขันจะถูกขังในกรงใหญ่และได้ทองตามจำนวนที่เปิดมาได้ แต่หากป้ายแรกเป็นกับดัก ก็จะไม่ได้รับทองคำในรอบนี้ และในปี [[พ.ศ. 2549]] เมื่อเปิดป้ายหยุดจะได้สิ่งของตามป้ายที่ได้เลือก เช่นเปิดได้ใบแดง ก็จะได้ใบแดง คล้ายกับรอบ Jackpot ของเวทีทองปี 2546 แต่ในบางครั้งจะแถมเพื่อเจอสปอนเซอร์หลักหรือตัวหยุดแล้วแต่วัตถุประสงค์ของพิธีกร
 
=== รอบสุดท้าย ===
ผู้ใช้นิรนาม