ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8"

Tagging 3 dead links using Checklinks
(ย้อนการแก้ไขของ 223.24.9.75 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย พุทธามาตย์)
ป้ายระบุ: ย้อนรวดเดียว
(Tagging 3 dead links using Checklinks)
'''สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8''' หรือ[[คำให้การชาวกรุงเก่า]]ว่า '''สมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี''' เป็น[[พระมหากษัตริย์ไทย]]รัชกาลที่ 29 แห่ง[[อาณาจักรอยุธยา]] และเป็นพระองค์ที่สองแห่ง[[ราชวงศ์บ้านพลูหลวง]] ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2246 — พ.ศ. 2251
 
ผู้คนในสมัยพระองค์มักเรียกขานพระองค์ว่า '''พระเจ้าเสือ''' เพื่อเปรียบว่า พระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ<ref name = "chan"/> พระองค์ทรงมีพระปรีชาด้าน[[มวยไทย]] โดยทรงเป็นผู้คิดท่า[[แม่ไม้มวยไทย]] ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงปัจจุบัน<ref>[http://www.thaipost.net/x-cite/260213/70083 ตามรอยพระเจ้าเสือ กษัตริย์นักมวย ณ ราชธานีเก่า - ไทยโพสต์]{{dead link|date=August 2018}}</ref>
 
[[สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ]] ได้ระบุในหนังสือ ศิลปะมวยไทย ถึงพระองค์ในการปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านมาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีจาก[[เมืองวิเศษชัยชาญ]] และสามารถชนะนักมวยเอกได้ถึง 3 คน ซึ่งได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก<ref>[http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=35&chap=3&page=t35-3-infodetail01.html ประวัติความเป็นมาของมวยไทย - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ]</ref> ปัจจุบัน [[กระทรวงวัฒนธรรม]] ได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์เป็น[[วันมวยไทย]]<ref name=พี>{{cite news|work=[[พีพีทีวี]]|title=6 กุมภาพันธ์ “วันมวยไทย” เทิดไท้ “พระเจ้าเสือ”|url=http://www.pptvthailand.com/sport/news/22592|date=5 กุมภาพันธ์ 2559|accessdate=9 กันยายน 2559}}</ref>
 
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงฝึก[[เจ้าฟ้าเพชร]]และ[[เจ้าฟ้าพร]]ผู้เป็นพระราชโอรส ให้มีความสามารถในด้าน[[มวยไทย]], [[กระบี่กระบอง]] และ[[มวยปล้ำ]]<ref>[http://student.nu.ac.th/muaythaiboran/prawatmuay02.htm ประวัติมวยไทย]{{dead link|date=August 2018}}</ref>
 
== พระราชประวัติ ==
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการเป็นที่ โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ให้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลซึ่งหวังจะได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา แต่สมเด็จพระเพทราชากลับทรงโปรดปราน[[เจ้าพระขวัญ]] พระราชโอรสของพระองค์และ[[สมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ]]แถมมีผู้คนมากมายต่างพากันนับถือ ทำให้กรมพระราชวังบวรฯเกิดความหวาดระแวงว่าราชสมบัติจะตกไปอยู่กับเจ้าพระขวัญ จึงลวงให้เจ้าพระขวัญมาสำเร็จโทษด้วยไม้ท่อนจันทร์ เมื่อสมเด็จพระเพทราชาซึ่งทรงประชวรทรงทราบทรงพระพิโรธกรมพระราชวังบวรฯ เป็นอันมากแลตรัสว่าจะไม่ยกราชสมบัติให้แก่กรมพระราชวังบวรฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเวนราชสมบัติให้เจ้าพระพิไชยสุรินทร พระราชนัดดา หลังจากนั้นสมเด็จพระเพทราชาทรงสวรรคต เจ้าพระพิไชยสุรินทรทรงเกรงกลัวกรมพระราชวังบวรฯจึงไม่กล้ารับ และน้อมถวายราชสมบัติแด่กรมพระราชวังบวรฯ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯได้ขึ้นครองราชสมบัติ พระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
 
ราชาภิเษก พ.ศ. 2246 มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร ([[สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ]]) และเจ้าฟ้าพร ([[สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ]]) มีพระสมัญญานามว่า “เสือ”<ref name="พิจิตร" /> ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็น หลวงสรศักดิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว<ref name="เสือ">[[จุลลดา ภักดีภูมินทร์]]. [http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?stcolumnid=718&stissueid=2436&stcolcatid=2&stauthorid=13 พระบัณฑูรใหญ่ พระบัณฑูรน้อย]{{dead link|date=August 2018}}. '''สกุลไทย''' ฉบับที่ 2436 ปีที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2544</ref>
 
ทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมือง[[นครสวรรค์]] มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหลุม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่ภายหลังก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ<ref name="เสือ" />
423

การแก้ไข