ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จังหวัดเชียงราย"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
}}
 
'''จังหวัดเชียงราย''' ({{lang-nod|[[ไฟล์:Lanna-Chiang_Rai.png|55px]]}} ''เจียงฮาย''; {{lang-my|[[ไฟล์:Burmese-Chiang_Rai.png|50px]]}}) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใน[[ภาคเหนือ]]ตอนบนของ[[ประเทศไทย]] มีภูมิศาสตร์อยู่ทางเหนือสุดของประเทศ ที่ตั้งของเมืองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง[[อาณาจักรล้านนา]] เช่น เมืองเงินยาง เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย<ref>ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี.{{ต้องการอ้างอิงเต็ม}}</ref> เมืองเชียงรายเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของชาวไทยวน ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายแบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ มี[[น้ำแม่กก]] [[น้ำแม่อิง]] แม่น้ำรวก และ[[แม่น้ำโขง]] เป็นแม่น้ำสายสำคัญ ทำเลที่ตั้งของจังหวัดเชียงรายอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย [[ประเทศพม่า]] และ[[ประเทศลาว]] หรือรู้จักกันในนามของดินแดน[[สามเหลี่ยมทองคำ]] ซึ่งอดีตเป็นแหล่งผลิตฝิ่นที่สำคัญของโลก ปัจจุบัน จังหวัดเชียงรายได้รับความสนใจในฐานะประตูสู่พม่า ลาว และ[[จีน]]ตอนใต้<ref>เชียงรายประตูสู่จีนตอนใต้, กรุงเทพธุรกิจ, http://th.aectourismthai.com/tourismhub/1287</ref> ผ่าน[[ทางหลวงเอเชียสาย 2]] และ[[ทางหลวงเอเชียสาย 3]]
 
เมืองเชียงรายมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นที่ตั้งของ[[หิรัญนครเงินยางเชียงแสน]] ซึ่งเป็นนครหลวงก่อนการกำเนิดอาณาจักรล้านนา มี "[[คำเมือง]]" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในรูปแบบล้านนา ไทใหญ่ ไทเขิน และไทลื้อจากสิบสองปันนาผสมผสานกัน
* [[แม่น้ำโขง]] มีต้นกำเนิดจากภูเขาหิมาลัย ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่หมู่ที่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย แล้วไหลผ่านอำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่น รวมความยาวที่ผ่านจังหวัดเชียงราย ประมาณ 94 กิโลเมตร
* [[น้ำแม่คำ]] ต้นน้ำเกิดจากภูเขาในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วไหลผ่านอำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่หมู่ที่ 5 บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 85 กิโลเมตร
* [[แม่น้ำสาย]] ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ในเขตจังหวัดเชียงราย เป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ ประมาณ 31 กิโลเมตรมีน้ำไหลตลอดปี
* [[แม่น้ำรวก]] ต้นน้ำเกิดในประเทศพม่า ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขงที่หมู่ที่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน ระหว่างประเทศไทย และประเทศพม่า
 
'''แบ่งพื้นที่อำเภอพานเพื่อตั้งอำเภอป่าแดด'''
 
อำเภอพาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเขียงราย (พื้นที่สีฟ้าในแผนที่ ในรูป 2) ต่อมาได้แยกพื้นที่ตำบลป่าแดดเพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอป่าแดด (หมายเลข 4 ในรูป 2)ในปี พ.ศ. 2512<ref>ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 86 49 หน้า 1863.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2512/D/049/1863.PDF</ref> และยกฐานะเป็นอำเภอป่าแดดในปี พ.ศ. 2518<ref>พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอแวงน้อย อำเภอป่าแดด อำเภอเรณูนคร อำเภอคูเมือง อำเภอคุระบุรี อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอเสริมงาม อำเภอไพรบึง และอำเภอหนองโดน พ.ศ. ๒๕๑๘,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 166 ฉบับพิเศษ หน้า 1.http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2518/A/166/1.PDF</ref>
 
'''แบ่งพื้นที่อำเภอเชียงของเพื่อตั้งอำเภอเวียงแก่น'''
* เสนอให้แยกตำบลแม่เจดีย์ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ และตำบลเวียงกาหลง ออกจาก[[อำเภอเวียงป่าเป้า]]ในปี พ.ศ. 2539 เพื่อตั้งเป็น '''กิ่งอำเภอแม่ขะจาน''' อำเภอเวียงป่าเป้า เนื่องจากแม่ขะจานไกลจากตัวเมืองเวียงป่าเป้าแต่มีความเจริญและประชากรเริ่มหนาแน่นกว่า อย่างไรก็ตาม ชื่อกิ่งอำเภอแม่ขะจานยังปรากฏตามเว็บไซต์ต่างๆอย่างไม่เป็นทางการอาจสร้างความสับสนกับผู้อ่านได้ <ref>โป่งน้ำร้อน, http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=12393 </ref> <ref>เจ้าแม่นางแก้ว, http://horoscope.thaiza.com/เจ้าแม่นางแก้ว/196642/</ref>
 
* เสนอให้แยกตำบลวาวี ออกจาก[[อำเภอแม่สรวย]]ในปี พ.ศ. 2539 เพื่อตั้งเป็น'''กิ่งอำเภอวาวี''' แต่โครงการได้ถูกระงับเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ได้มีการรื้นฟื้นอีกครั้งหลังจากมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง[[จังหวัดฝาง]]ขึ้นโดยมีการอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนในตำบลวาวีเนื่องจากเดินทางติดต่อกับตัวอำเภอฝางสะดวกมากกว่าติดต่อกับจังหวัดเชียงราย <ref>ส.ส.เชียงใหม่ พท.หนุนตั้ง "ฝาง" เป็นจังหวัดใหม่ อ้าง ศก.เจ๋ง ทั้งท่องเที่ยว-การค้ากับเพื่อนบ้าน, http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1291029954&grpid=&catid=19&subcatid=1906</ref> <ref>ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .., http://www.parliament.g
o.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/download/article/article_20110905142727.pdf</ref>