ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอดส์"

ย้อนการแก้ไขที่ 7687254 สร้างโดย 202.29.178.3 (พูดคุย)
(ย้อนการแก้ไขที่ 7687254 สร้างโดย 202.29.178.3 (พูดคุย))
Tag: ทำกลับ
ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถชะลอการดำเนินโรคได้ แต่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด ไม่มี[[วัคซีน]]ป้องกัน [[antiretroviral|ยาต้านไวรัส]]สามารถลด[[morality|อัตราการตาย]]และ[[morbidity|ภาวะทุพพลภาพ]]ได้ดี แต่ยาเหล่านี้ยังมีราคาแพง ผู้ป่วยในบางประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ องค์กรสุขภาพต่างๆ เล็งเห็นว่าการรักษาเอดส์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์ด้วยการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อผ่านการสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการแลกเปลี่ยนเข็มที่ใช้แล้ว เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
 
== ความหมายของเอดส์555 ==
คำว่า เอดส์ มาจากภาษาอังกฤษว่า AIDS ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า acquired immunodeficiency syndrome ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้
* A = acquired หมายถึง เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดหรือสืบทอดทางกรรมพันธุ์
รวมแปลว่า “กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด
 
== พยาธิสรีรวิทยา555 ==
[[เชื้อเอชไอวี]]เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่ม [[Lentivirus]] ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มไวรัส [[Retrovirus]] ไวรัสกลุ่มนี้ขึ้นชื่อในด้านการมีระยะแฝงนาน การทำให้มีเชื้อไวรัสในกระแสเลือดนาน การติดเชื้อในระบบประสาท และการทำให้ภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้ออ่อนแอลง เชื้อเอชไอวีมีความจำเพาะต่อ[[เม็ดเลือดขาว]]ชนิด [[เซลล์ทีเฮลเปอร์|CD4 T lymphocyte]] และ [[Monocyte]] สูงมาก โดยจะจับกับเซลล์ CD4 และฝังตัวเข้าไปภายใน เชื้อเอชไอวีจะเพิ่มจำนวนโดยสร้างสาย[[ดีเอ็นเอ]]โดยเอนไซม์ [[reverse transcryptase]] หลังจากนั้นสายดีเอ็นเอของไวรัสจะแทรกเข้าไปในสายดีเอ็นเอของผู้ติดเชื้ออย่างถาวร และสามารถเพิ่มจำนวนต่อไปได้
 
== อาการ555 ==
{{ปรับภาษา}}
[[ไฟล์:hiv_virus.jpg|thumb|โครงสร้างของเชื้อเอชไอวี]]
เรียกว่าเราเริ่มมี ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นผู้ป่วยเอดส์ โรคที่เราป่วยเนื่องจากภาวะภูมิบกพร่อง เรียกว่า โรคฉวยโอกาส
 
=== แนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์ที่สำคัญในปัจจุบัน555 ===
มีอยู่สองแนวทาง ที่ต้องให้การดูแลควบคู่กันไปคือ
# การป้องกันและรักษาโรคฉวยโอกาส ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส (ที่สำคัญคือ หลายโรคป้องกันได้ และทุกโรครักษาได้)
# การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี เพื่อลดปริมาณไวรัสในเลือดให้น้อยที่สุดและควบคุมปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับต่ำนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงขึ้น ลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคฉวยโอกาส
 
== สาเหตุการติดเชื้อ555 ==
เชื้อไวรัสเอชไอวีพบใน[[เลือด]]และสารคัดหลั่งหลายชนิดของร่างกาย ได้แก่ [[น้ำอสุจิ]] เมือกในช่องคลอดสตรี [[น้ำนม]] และอาจพบได้ในปริมาณน้อยๆ ใน[[น้ำตา]]และ[[ปัสสาวะ]] เมื่อพิจารณาจาก แหล่งเชื้อแล้วจะพบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อได้ หลายวิธีคือ
 
* '''จากมารดาสู่ทารก''' ทารกมีโอกาสรับเชื้อได้หลายระยะ ได้แก่ เชื้อไวรัสแพร่มาตามเลือดสายสะดือสู่ทารกในครรภ์ ติดเชื้อขณะคลอด จากเลือดและเมือกในช่องคลอด ติดเชื้อในระยะเลี้ยงดูโดยได้รับเชื้อจากน้ำนม จะเห็นได้ว่าวิธีการติดต่อเหล่านี้เหมือนกับไวรัสตับอักเสบบีทุกประการ ดังนั้นถ้าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ก็จะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ด้วย
 
== การวินิจฉัย555 ==
การวินิจฉัยโรคเอดส์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีทำได้โดยดูว่าผู้ป่วยมีอาการและอาการแสดงตามที่กำหนดหรือไม่ ตั้งแต่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1981 มีการให้คำนิยามของเอดส์หลายคำนิยามใช้เพื่อจัดตั้งการเฝ้าระวังทางวิทยาการระบาดอย่าง[[Bangui definition|บทนิยาม Bangui]] (Bangui definition) และ[[1994 expanded World Health Organization AIDS case definition|บทนิยามผู้ป่วยเอดส์โดยองค์การอนามัยโลก ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1994]] (1994 expanded World Health Organization AIDS case definition) อย่างไรก็ดีเป้าหมายของระบบเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อการแบ่งแยกระดับทางคลินิกของผู้ป่วยเอดส์ และก็ไม่มี[[ความไว]] (sensitive) หรือ[[ความจำเพาะ]] (specific) แต่อย่างใดด้วย สำหรับใน[[ประเทศกำลังพัฒนา]]นั้น[[องค์การอนามัยโลก]]ได้สร้างระบบแบ่งระดับผู้ติดเชื้อเอชไอวีตามอาการทางคลินิกและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนใน[[ประเทศพัฒนาแล้ว]]จะใช้ระบบจำแนกประเภทของศูนย์ควบคุมโรค (Centers for Disease Control - CDC)
=== ระบบการแบ่งระยะเอดส์ขององค์การอนามัยโลก555 ===
{{บทความหลัก|ระบบการแบ่งระยะโรคติดเชื้อเอชไอวีโดยองค์การอนามัยโลก}}
ในปี ค.ศ. 1990 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) ได้จัดกลุ่มภาวะและการติดเชื้อเหล่านี้ไว้ด้วยกันโดยเสนอระบบการแบ่งระยะโรคของผู้ติดเชื้อเอชไอวี-1<ref name=WHO>{{cite journal
* ระยะที่ 4: นับรวมเอาการติดเชื้อ[[ทอกโซพลาสมา]]ในสมอง การติดเชื้อรา[[แคนดิดา]]ใน[[หลอดอาหาร]] [[หลอดลม]] หรือ[[ปอด]] และ[[เนื้องอกคาโปซี]] โรคเหล่านี้บ่งชี้ถึงเอดส์
 
=== ระบบการจำแนกประเภทของซีดีซี555 ===
{{Main|ระบบการจำแนกประเภทการติดเชื้อเอชไอวีของซีดีซี}}
นิยามหลักๆ ของเอดส์มีสองนิยาม ทั้งสองนิยามได้รับการกำหนดโดยซีดีซี (Centers for Disease Control and Prevention) โดยนิยามเดิมอาศัยโรคที่พบร่วมกับเอดส์ เช่น พยาธิสภาพของต่อมน้ำเหลือง (lymphadenopathy) ซึ่งเป็นโรคที่เคยใช้เป็นชื่อของไวรัสเอชไอวี<ref name=MMWR1982a>{{ cite journal
| accessdate = 2006-02-09}}</ref> กรณีผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ๆ ในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ได้รับการวินิจฉัยโดยใช้นิยามนี้หรือนิยามเดิมปี ค.ศ. 1993 โดยคำวินิจฉัยเอดส์นั้นจะยังคงอยู่แม้ระดับ CD4 จะสูงกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร หรือโรคที่พบร่วมกับเอดส์จะหายแล้ว หลังการรักษา
 
=== การตรวจเอชไอวี555 ===
{{Main|การตรวจเอชไอวี}}
ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวเองติดเชื้อเอชไอวี<ref name=Kumaranayake>{{cite journal
}}</ref>
 
== การป้องกัน555 ==
{| class="wikitable" border="1" style="float:right; font-size:85%; margin-left:15px;"
|- style="background:#efefef;"
เชื้อเอชไอวี<ref>[http://clinicherbs.com/hiv/ เข้าใจโรคเอดส์ (AIDS) อาการและการป้องกัน]</ref>ติดต่อกันได้สามวิธีหลักๆ คือการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสสารคัดหลั่งหรือเนื้อเยื่อ และจากมารดาไปสู่ทารกปริกำเนิด นอกจากนี้ยังอาจพบเชื้อได้ใน[[น้ำลาย]] [[น้ำตา]] และ[[ปัสสาวะ]]ของผู้ติดเชื้อ แต่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อ ความเสี่ยงของการติดเชื้อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งเหล่านี้อาจถือได้ว่าไม่มี<ref>{{cite web | url=http://www.avert.org/aids.htm | publisher=avert.org | title=Facts about AIDS & HIV | accessdate=2007-11-30 }}</ref>
 
=== การมีเพศสัมพันธ์555 ===
การติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่เกิดจากการมี[[เพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน]]ระหว่างคู่นอนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อเอชไอวี การติดต่อของเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ในโลกเป็นการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศชายและหญิง<ref>{{ cite journal | author=Johnson AM, Laga M | title=Heterosexual transmission of HIV | journal=AIDS | year=1988 | pages=S49–S56| volume=2 | issue=suppl. 1 | pmid=3130121 | doi=10.1097/00002030-198800001-00008 | pmc=2545554 }}</ref><ref>{{ cite journal | author=N'Galy B, Ryder RW | title=Epidemiology of HIV infection in Africa | journal=Journal of Acquired Immune Deficiency Syndromes | year=1988 | pages=551–558 | volume=1 | issue=6 | pmid=3225742 }}</ref><ref>{{ cite journal | author=Deschamps MM, Pape JW, Hafner A, Johnson WD Jr. | title=Heterosexual transmission of HIV in Haiti | journal=Annals of Internal Medicine | year=1996 | pages=324-330 | volume=125 | issue=4 | pmid=8678397 }}</ref>
 
 
 
=== การสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ555 ===
ผู้ปฏิบัติงานทางสาธารณสุขสามารถลดการสัมผัสเชื้อเอชไอวีได้โดยปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง (precaution) เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ มาตรการระมัดระวังเหล่านี้เช่นการใช้สิ่งกำบังเช่นถุงมือ หน้ากาก กระจกกันตา เสื้อกาวน์ ผ้ากันเปื้อน ซึ่งลดโอกาสที่เชื้อจะสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุ การล้างผิวหนังมากครั้งและทั่วถึงหลังสัมผัสกับเลือดหรือสารหลั่งอื่นๆ สามารถลดโอกาสติดเชื้อได้ ที่สำคัญคือวัตถุมีคมเช่นเข็ม ใบมีด กระจก จะต้องถูกทิ้งอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุถูกเข็มตำ<ref>{{cite journal |author= |title=Recommendations for prevention of HIV transmission in health-care settings |journal=MMWR |volume=36 |issue=Suppl 2 |pages=1S–18S |year=1987 |month=August |pmid=3112554 |url=http://www.cdc.gov/MMWR/PREVIEW/MMWRHTML/00023587.htm}}</ref> ในบางประเทศที่มีการติดเชื้อผ่านการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันมาก มีการนำวิธีการเช่นโครงการแลกเข็มมาใช้เพื่อลดผลเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาเสพติด<ref>{{cite journal |author=Kerr T, Kimber J, Debeck K, Wood E |title=The role of safer injection facilities in the response to HIV/AIDS among injection drug users |journal=Current HIV/AIDS Reports |volume=4 |issue=4 |pages=158–64 |year=2007 |month=December |pmid=18366946 |doi=10.1007/s11904-007-0023-8}}</ref><ref>{{cite journal |author=Wodak A, Cooney A |title=Do needle syringe programs reduce HIV infection among injecting drug users: a comprehensive review of the international evidence |journal=Substance Use & Misuse |volume=41 |issue=6-7 |pages=777–813 |year=2006 |pmid=16809167 |doi=10.1080/10826080600669579}}</ref>
 
=== การติดต่อจากแม่สู่ลูก555 ===
แนวทางปัจจุบันกำหนดไว้ว่าหากสามารถใช้อาหารอื่นทดแทนได้ มารดาที่มีเชื้อเอชไอวีไม่ควรให้นมบุตร อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถทำได้แนะนำว่าควรให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวในช่วงเดือนแรกๆ และหย่านมให้เร็วที่สุด<ref>{{cite web |url=http://www.who.int/hiv/mediacentre/Infantfeedingconsensusstatement.pf.pdf |format=PDF |year=2006 |accessdate=2008-03-12 |title=Consensus statement |author=WHO HIV and Infant Feeding Technical Consultation }}</ref> รวมทั้งการให้นมทารกที่ไม่ใช่บุตรด้วย
 
=== การศึกษาและความรู้555 ===
การป้องกันที่สำคัญที่สุดที่จะลดพฤติกรรมเสี่ยงได้คือการให้สุขศึกษาแก่ประชาชน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางบวกที่การศึกษาและการอ่านออกเขียนได้มีต่อพฤติกรรมทางเพศให้มีความระมัดระวังมากขึ้น การศึกษาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่มีผลแต่จะช่วยนำไปสู่การมีความรู้ทางสุขภาพและความคิดอ่านทั่วไปมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเองกับผลที่จะตามมาจากการติดเชื้อเอชไอวีได้<ref>Lakhanpal, M, Ram, R (2008). Educational attainment and HIV/AIDS prevalence: A cross-country study. Economics of Education Review, 27, 14-21; Rindermann, H, Meisenberg, G (2009). Relevance of education and intelligence at the national level for health: The case of HIV and AIDS. Intelligence, 37, 383-395.</ref>
 
== การรักษา555 ==
ปัจจุบันยังไม่มี[[วัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี]]ใช้ทั่วไป และไม่มีวิธีรักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ให้หายขาดได้ วิธีป้องกันโรคอย่างเดียวที่มีใช้อยู่คือการหลีกเลี่ยงการได้รับเชื้อไวรัส หรือถ้าได้รับมาแล้วก็ต้องใช้ยาต้านไวรัสทันทีหลังจากการได้รับเชื้อ หรือ [[post-exposure prophylaxis]] (การป้องกันโรคหลังการสัมผัส - PEP) <ref>{{cite journal |author=Hamlyn E, Easterbrook P |title=Occupational exposure to HIV and the use of post-exposure prophylaxis |journal=Occup Med (Lond) |volume=57 |issue=5 |pages=329–36 |year=2007 |month=August |pmid=17656498 |doi=10.1093/occmed/kqm046}}</ref> การป้องกันโรคหลังการสัมผัสนี้ต้องให้ยาติดต่อกันสี่สัปดาห์โดยมีตารางเคร่งครัด และมีผลข้างเคียงเช่น [[ท้องเสีย]] [[ความรู้สึกไม่สบาย]] [[คลื่นไส้]] และ [[อ่อนเพลีย]]<ref name=PEPpocketguide>{{cite web
| publisher = [[Department of Health and Human Services]]
| accessdate = 2006-09-01
}}</ref>
=== ยาต้านไวรัส555 ===
ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีทำได้โดยการให้[[antiretroviral|ยาต้านไวรัส]]ด้วยวิธี [[highly active antiretroviral therapy]] หรือ HAART<ref name=DhhsHivTreatment>{{cite web
| publisher = [[Department of Health and Human Services]]
สำหรับในประเทศไทยมียา GPO Vir S และ GPO Vir Z {{โครง-ส่วน}}
 
=== การรักษาเชิงทดลอง555 ===
การวิจัยใหม่ชี้ว่าอาจหยุดการติดเชื้อได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่สัปดาห์แรกของการรับเชื้อแล้วรีบให้ยาต้านไวรัสทันที จะทำให้สามารถดักเชื้อไม่ให้ฝังตัวในเซลล์เพื่อขยายพันธุ์ในระยะยาวได้ และมีแนวโน้มที่จะรักษาได้หายขาดและหยุดยาต้านไวรัสได้ในอนาคต แต่ว่าผลการวิจัยนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ <ref>http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk16WXpNalU0TXc9PQ==&sectionid=</ref> <ref>http://www.komchadluek.net/detail/20130315/153948/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94.html#.UUQd2kqbUY9</ref> และจริงๆ แล้วไม่ใช่การรักษาโรคเอดส์ แต่เป็นการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ยังไม่มีจุดใดในงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าสามารถรักษาโรคเอดส์ที่หมายถึงภาวะติดเชื้อเอชไอวีจนมีภูมิคุ้มกันต่ำได้แต่อย่างใด
 
=== การแพทย์ทางเลือก555 ===
{{โครงส่วน}}
 
== พยากรณ์โรค555 ==
หากไม่ได้รับการรักษาแล้วผู้ป่วยจะมี median survival time หลังติดเชื้อเอชไอวีจะอยู่ที่ประมาณ 9-11 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อเอชไอวีที่ได้รับ<ref name=UNAIDS2007/> และ median survival rate หลังจากได้รับการวินิจฉัยโรคเอดส์ในพื้นที่ที่ไม่มียารักษาอยู่ระหว่าง 6-19 เดือน ตามแต่ละการศึกษาวิจัย<ref>{{cite paper |title= Progression and mortality of untreated HIV-positive individuals living in resource-limited settings: update of literature review and evidence synthesis |author= Zwahlen M, Egger M |url=http://data.unaids.org/pub/Periodical/2006/zwahlen_unaids_hq_05_422204_2007_en.pdf |format=PDF |year=2006 |accessdate=2008-03-19 |version= UNAIDS Obligation HQ/05/422204}}</ref> ในพื้นที่ที่มายารักษาเข้าถึงได้ทั่วไปนั้นการใช้ยาต้านไวรัสแบบ HAART เป็นการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ที่ได้ผลและลดอัตราการตายจากโรคลงได้ 80% เพิ่มอายุขัยของผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้เป็นประมาณ 20 ปี<ref>{{cite journal |journal= Int J Dermatol |year=2007 |volume=46 |issue=12 |pages=1219–28 |title= Current status of HIV infection: a review for non-HIV-treating physicians |author= Knoll B, Lassmann B, Temesgen Z |pmid=18173512 |doi=10.1111/j.1365-4632.2007.03520.x |doi_brokendate= 2009-11-21}}</ref>
 
สาเหตุของภาวะป่วยจากการติดเชื้อเอดส์ที่พบมากที่สุดทั่วโลกคือการติดเชื้อ[[วัณโรค]] ในแอฟริกานั้น HIV เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวที่ทำให้อุบัติการณ์ผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1990<ref>"[http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs104/en/ Tuberculosis]". [[World Health Organization]] (WHO).</ref> ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดจะมีอายุขัยประชากรลดลงอย่างมาก เช่น ข้อมูลปี ค.ศ. 2006 ประมาณว่าอายุขัยประชากรใน[[บอตสวานา]]ลดลงจาก 65 ปี เหลือเพียง 35 ปี เป็นต้น<ref name=Kallings>{{Cite journal|journal= J Intern Med |year=2008|volume=263 |issue=3|pages=218–43 |title= The first postmodern pandemic: 25 years of HIV/AIDS |author= Kallings LO|doi=10.1111/j.1365-2796.2007.01910.x|pmid=18205765|url=http://www.blackwell-synergy.com/doi/full/10.1111/j.1365-2796.2007.01910.x}}</ref>
 
== ระเบิดระบาดวิทยา555 ==
[[ไฟล์:HIV Epidem.png|thumb|ความชุกการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มคนอายุ 15-49 ปีในแต่ละประเทศ (ข้อมูลสิ้นปี ค.ศ. 2005)]]
 
 
การระบาดทั่วของเอดส์ใน Sub-Saharan Africa ยังเป็นพื้นที่ที่มีความรุนแรงมากที่สุดอยู่จนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2550 มีผู้ป่วยเอดส์ที่ยังมีชีวิตอยู่ 68% ของทั้งโลก และมีผู้เสียชีวิตจากเอดส์ 76% ของทั้งโลก
=== สถานการณ์เอดส์ในประเทศไทย555 ===
ศูนย์ข้อมูลทางระบาดวิทยา สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า กลุ่มอายุ 30 - 34 ปี มีผู้ป่วยสูงสุด (ร้อยละ 25.86) รองลงมาได้แก่ อายุ 25 - 29 ปี โดยพบว่า กลุ่มอายุต่ำสุด คือ กลุ่มอายุเพียง 10-14 ปี (ร้อยละ 0.29) เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า อาชีพรับจ้าง เป็นกลุ่มที่เป็นเอดส์มากที่สุด รองลงมา คือ เกษตรกรรม, ว่างงาน, ค้าขาย และแม่บ้าน
 
 
ส่วนเชื้อฉวยโอกาส ที่สามารถตรวจพบในผู้ป่วยเอดส์มากที่สุด ได้แก่ เชื้อ Mycobacterium tuberculosis ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดวัณโรค นั่นเอง
== ประวัติศาสตร์555 ==
{{บทความหลัก|ที่มาของเอดส์}}
มีรายงานถึงโรคเอดส์ครั้งแรกในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2526 เมื่อ [[Centers for Disease Control and Prevention]] (CDC) ของ[[ประเทศสหรัฐอเมริกา]]ได้บันทึกการระบาดของโรค ''Pneumocystis carinii'' pneumonia (ปัจจุบันเรียก [[Pneumocystis pneumonia]] จากเชื้อ ''[[Pneumocystis jirovecii]]'') ในชายรักร่วมเพศ 5 คนใน[[ลอสแอนเจลิส]]<ref name=MMWR2>{{cite journal
{{โครง-ส่วน}}
 
== สังคมและวัฒนธรรม ==
== สังคัง ==
{{โครง-ส่วน}}
 
117,794

การแก้ไข