ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอดส์"

* S = syndrome หมายถึง กลุ่มอาการคือมีอาการหลาย ๆ อย่างไม่เฉพาะที่ระบบใดระบบหนึ่ง
 
รวมแปลว่า “กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด
 
== พยาธิสรีรวิทยา ==
[[เชื้อเอชไอวี]]เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่ม [[Lentivirus]] ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มไวรัส [[Retrovirus]] ไวรัสกลุ่มนี้ขึ้นชื่อในด้านการมีระยะแฝงนาน การทำให้มีเชื้อไวรัสในกระแสเลือดนาน การติดเชื้อในระบบประสาท และการทำให้ภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้ออ่อนแอลง เชื้อเอชไอวีมีความจำเพาะต่อ[[เม็ดเลือดขาว]]ชนิด [[เซลล์ทีเฮลเปอร์|CD4 T lymphocyte]] และ [[Monocyte]] สูงมาก โดยจะจับกับเซลล์ CD4 และฝังตัวเข้าไปภายใน เชื้อเอชไอวีจะเพิ่มจำนวนโดยสร้างสาย[[ดีเอ็นเอ]]โดยเอนไซม์ [[reverse transcryptase]] หลังจากนั้นสายดีเอ็นเอของไวรัสจะแทรกเข้าไปในสายดีเอ็นเอของผู้ติดเชื้ออย่างถาวร และสามารถเพิ่มจำนวนต่อไปได้
 
== อาการอาหาร ==
{{ปรับภาษา}}
[[ไฟล์:hiv_virus.jpg|thumb|โครงสร้างของเชื้อเอชไอวี]]
# การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี เพื่อลดปริมาณไวรัสในเลือดให้น้อยที่สุดและควบคุมปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับต่ำนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงขึ้น ลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคฉวยโอกาส
 
== สาเหตุการติดเชื้อเกม ==
เชื้อไวรัสเอชไอวีพบใน[[เลือด]]และสารคัดหลั่งหลายชนิดของร่างกาย ได้แก่ [[น้ำอสุจิ]] เมือกในช่องคลอดสตรี [[น้ำนม]] และอาจพบได้ในปริมาณน้อยๆ ใน[[น้ำตา]]และ[[ปัสสาวะ]] เมื่อพิจารณาจาก แหล่งเชื้อแล้วจะพบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อได้ หลายวิธีคือ
 
* '''จากมารดาสู่ทารก''' ทารกมีโอกาสรับเชื้อได้หลายระยะ ได้แก่ เชื้อไวรัสแพร่มาตามเลือดสายสะดือสู่ทารกในครรภ์ ติดเชื้อขณะคลอด จากเลือดและเมือกในช่องคลอด ติดเชื้อในระยะเลี้ยงดูโดยได้รับเชื้อจากน้ำนม จะเห็นได้ว่าวิธีการติดต่อเหล่านี้เหมือนกับไวรัสตับอักเสบบีทุกประการ ดังนั้นถ้าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ก็จะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ด้วย
 
== การวินิจฉัยวิจัย ==
การวินิจฉัยโรคเอดส์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีทำได้โดยดูว่าผู้ป่วยมีอาการและอาการแสดงตามที่กำหนดหรือไม่ ตั้งแต่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1981 มีการให้คำนิยามของเอดส์หลายคำนิยามใช้เพื่อจัดตั้งการเฝ้าระวังทางวิทยาการระบาดอย่าง[[Bangui definition|บทนิยาม Bangui]] (Bangui definition) และ[[1994 expanded World Health Organization AIDS case definition|บทนิยามผู้ป่วยเอดส์โดยองค์การอนามัยโลก ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1994]] (1994 expanded World Health Organization AIDS case definition) อย่างไรก็ดีเป้าหมายของระบบเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อการแบ่งแยกระดับทางคลินิกของผู้ป่วยเอดส์ และก็ไม่มี[[ความไว]] (sensitive) หรือ[[ความจำเพาะ]] (specific) แต่อย่างใดด้วย สำหรับใน[[ประเทศกำลังพัฒนา]]นั้น[[องค์การอนามัยโลก]]ได้สร้างระบบแบ่งระดับผู้ติดเชื้อเอชไอวีตามอาการทางคลินิกและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนใน[[ประเทศพัฒนาแล้ว]]จะใช้ระบบจำแนกประเภทของศูนย์ควบคุมโรค (Centers for Disease Control - CDC)
=== ระบบการแบ่งระยะเอดส์ขององค์การอนามัยโลกองค์การอนามุย ===
{{บทความหลัก|ระบบการแบ่งระยะโรคติดเชื้อเอชไอวีโดยองค์การอนามัยโลก}}
ในปี ค.ศ. 1990 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) ได้จัดกลุ่มภาวะและการติดเชื้อเหล่านี้ไว้ด้วยกันโดยเสนอระบบการแบ่งระยะโรคของผู้ติดเชื้อเอชไอวี-1<ref name=WHO>{{cite journal
* ระยะที่ 4: นับรวมเอาการติดเชื้อ[[ทอกโซพลาสมา]]ในสมอง การติดเชื้อรา[[แคนดิดา]]ใน[[หลอดอาหาร]] [[หลอดลม]] หรือ[[ปอด]] และ[[เนื้องอกคาโปซี]] โรคเหล่านี้บ่งชี้ถึงเอดส์
 
=== ระบบการจำแนกประเภทของซีดีซีอาโอวี ===
{{Main|ระบบการจำแนกประเภทการติดเชื้อเอชไอวีของซีดีซี}}
นิยามหลักๆ ของเอดส์มีสองนิยาม ทั้งสองนิยามได้รับการกำหนดโดยซีดีซี (Centers for Disease Control and Prevention) โดยนิยามเดิมอาศัยโรคที่พบร่วมกับเอดส์ เช่น พยาธิสภาพของต่อมน้ำเหลือง (lymphadenopathy) ซึ่งเป็นโรคที่เคยใช้เป็นชื่อของไวรัสเอชไอวี<ref name=MMWR1982a>{{ cite journal
| accessdate = 2006-02-09}}</ref> กรณีผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ๆ ในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ได้รับการวินิจฉัยโดยใช้นิยามนี้หรือนิยามเดิมปี ค.ศ. 1993 โดยคำวินิจฉัยเอดส์นั้นจะยังคงอยู่แม้ระดับ CD4 จะสูงกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร หรือโรคที่พบร่วมกับเอดส์จะหายแล้ว หลังการรักษา
 
=== การตรวจเอชไอวีแอนด์พี ===
{{Main|การตรวจเอชไอวี}}
ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวเองติดเชื้อเอชไอวี<ref name=Kumaranayake>{{cite journal
เชื้อเอชไอวี<ref>[http://clinicherbs.com/hiv/ เข้าใจโรคเอดส์ (AIDS) อาการและการป้องกัน]</ref>ติดต่อกันได้สามวิธีหลักๆ คือการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสสารคัดหลั่งหรือเนื้อเยื่อ และจากมารดาไปสู่ทารกปริกำเนิด นอกจากนี้ยังอาจพบเชื้อได้ใน[[น้ำลาย]] [[น้ำตา]] และ[[ปัสสาวะ]]ของผู้ติดเชื้อ แต่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อ ความเสี่ยงของการติดเชื้อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งเหล่านี้อาจถือได้ว่าไม่มี<ref>{{cite web | url=http://www.avert.org/aids.htm | publisher=avert.org | title=Facts about AIDS & HIV | accessdate=2007-11-30 }}</ref>
 
=== การมีเพศสัมพันธ์ผสมพันธ์ ===
การติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่เกิดจากการมี[[เพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน]]ระหว่างคู่นอนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อเอชไอวี การติดต่อของเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ในโลกเป็นการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศชายและหญิง<ref>{{ cite journal | author=Johnson AM, Laga M | title=Heterosexual transmission of HIV | journal=AIDS | year=1988 | pages=S49–S56| volume=2 | issue=suppl. 1 | pmid=3130121 | doi=10.1097/00002030-198800001-00008 | pmc=2545554 }}</ref><ref>{{ cite journal | author=N'Galy B, Ryder RW | title=Epidemiology of HIV infection in Africa | journal=Journal of Acquired Immune Deficiency Syndromes | year=1988 | pages=551–558 | volume=1 | issue=6 | pmid=3225742 }}</ref><ref>{{ cite journal | author=Deschamps MM, Pape JW, Hafner A, Johnson WD Jr. | title=Heterosexual transmission of HIV in Haiti | journal=Annals of Internal Medicine | year=1996 | pages=324-330 | volume=125 | issue=4 | pmid=8678397 }}</ref>
 
การป้องกันที่สำคัญที่สุดที่จะลดพฤติกรรมเสี่ยงได้คือการให้สุขศึกษาแก่ประชาชน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางบวกที่การศึกษาและการอ่านออกเขียนได้มีต่อพฤติกรรมทางเพศให้มีความระมัดระวังมากขึ้น การศึกษาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่มีผลแต่จะช่วยนำไปสู่การมีความรู้ทางสุขภาพและความคิดอ่านทั่วไปมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเองกับผลที่จะตามมาจากการติดเชื้อเอชไอวีได้<ref>Lakhanpal, M, Ram, R (2008). Educational attainment and HIV/AIDS prevalence: A cross-country study. Economics of Education Review, 27, 14-21; Rindermann, H, Meisenberg, G (2009). Relevance of education and intelligence at the national level for health: The case of HIV and AIDS. Intelligence, 37, 383-395.</ref>
 
== ไม่มีการการรักษา ==
ปัจจุบันยังไม่มี[[วัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี]]ใช้ทั่วไป และไม่มีวิธีรักษาการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ให้หายขาดได้ วิธีป้องกันโรคอย่างเดียวที่มีใช้อยู่คือการหลีกเลี่ยงการได้รับเชื้อไวรัส หรือถ้าได้รับมาแล้วก็ต้องใช้ยาต้านไวรัสทันทีหลังจากการได้รับเชื้อ หรือ [[post-exposure prophylaxis]] (การป้องกันโรคหลังการสัมผัส - PEP) <ref>{{cite journal |author=Hamlyn E, Easterbrook P |title=Occupational exposure to HIV and the use of post-exposure prophylaxis |journal=Occup Med (Lond) |volume=57 |issue=5 |pages=329–36 |year=2007 |month=August |pmid=17656498 |doi=10.1093/occmed/kqm046}}</ref> การป้องกันโรคหลังการสัมผัสนี้ต้องให้ยาติดต่อกันสี่สัปดาห์โดยมีตารางเคร่งครัด และมีผลข้างเคียงเช่น [[ท้องเสีย]] [[ความรู้สึกไม่สบาย]] [[คลื่นไส้]] และ [[อ่อนเพลีย]]<ref name=PEPpocketguide>{{cite web
| publisher = [[Department of Health and Human Services]]
| accessdate = 2006-09-01
}}</ref>
=== ไม่มียาต้านไวรัส ===
ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีทำได้โดยการให้[[antiretroviral|ยาต้านไวรัส]]ด้วยวิธี [[highly active antiretroviral therapy]] หรือ HAART<ref name=DhhsHivTreatment>{{cite web
| publisher = [[Department of Health and Human Services]]
สำหรับในประเทศไทยมียา GPO Vir S และ GPO Vir Z {{โครง-ส่วน}}
 
=== การรักษาเชิงทดลองด้วยการฆ่า ===
การวิจัยใหม่ชี้ว่าอาจหยุดการติดเชื้อได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่สัปดาห์แรกของการรับเชื้อแล้วรีบให้ยาต้านไวรัสทันที จะทำให้สามารถดักเชื้อไม่ให้ฝังตัวในเซลล์เพื่อขยายพันธุ์ในระยะยาวได้ และมีแนวโน้มที่จะรักษาได้หายขาดและหยุดยาต้านไวรัสได้ในอนาคต แต่ว่าผลการวิจัยนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ <ref>http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk16WXpNalU0TXc9PQ==&sectionid=</ref> <ref>http://www.komchadluek.net/detail/20130315/153948/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94.html#.UUQd2kqbUY9</ref> และจริงๆ แล้วไม่ใช่การรักษาโรคเอดส์ แต่เป็นการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ยังไม่มีจุดใดในงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าสามารถรักษาโรคเอดส์ที่หมายถึงภาวะติดเชื้อเอชไอวีจนมีภูมิคุ้มกันต่ำได้แต่อย่างใด
 
สาเหตุของภาวะป่วยจากการติดเชื้อเอดส์ที่พบมากที่สุดทั่วโลกคือการติดเชื้อ[[วัณโรค]] ในแอฟริกานั้น HIV เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวที่ทำให้อุบัติการณ์ผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1990<ref>"[http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs104/en/ Tuberculosis]". [[World Health Organization]] (WHO).</ref> ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดจะมีอายุขัยประชากรลดลงอย่างมาก เช่น ข้อมูลปี ค.ศ. 2006 ประมาณว่าอายุขัยประชากรใน[[บอตสวานา]]ลดลงจาก 65 ปี เหลือเพียง 35 ปี เป็นต้น<ref name=Kallings>{{Cite journal|journal= J Intern Med |year=2008|volume=263 |issue=3|pages=218–43 |title= The first postmodern pandemic: 25 years of HIV/AIDS |author= Kallings LO|doi=10.1111/j.1365-2796.2007.01910.x|pmid=18205765|url=http://www.blackwell-synergy.com/doi/full/10.1111/j.1365-2796.2007.01910.x}}</ref>
 
== ระบาดระเบิดวิทยา ==
[[ไฟล์:HIV Epidem.png|thumb|ความชุกการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มคนอายุ 15-49 ปีในแต่ละประเทศ (ข้อมูลสิ้นปี ค.ศ. 2005)]]
 
ผู้ใช้นิรนาม