ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โฮจิมินห์"

เพิ่มขึ้น 59 ไบต์ ,  3 ปีที่แล้ว
ต่อมาโฮจิมินห์ก็ได้ย้ายจากฝรั่งเศสไป[[สหรัฐอเมริกา]]และ[[อังกฤษ]]ตามลำดับ หลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมกับ[[พรรคคอมมิวนิสต์จีน]]ซึ่งเมื่อรัฐบาล[[ก๊กมินตั๋ง]]ของ[[เจียงไคเช็ค]]เริ่มการปราบปรามสังคมนิยม นั้น โฮจิมินห์ได้หลบหนีจากจีนมายัง[[จังหวัดนครพนม]] [[ประเทศไทย]] โดยได้บวชเป็นพระภิกษุทำการสอนลัทธิสังคมนิยมให้[[ชาวไทย]] โดยใช้ชื่อว่า "ลุงโฮ" โดยช่วงแรกที่หลบหนีในประเทศไทยนั้นเริ่มจากขึ้นเรือที่ท่าน้ำเอสบี (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมแม่น้ำ) ไปยังจังหวัดพิจิตร จากนั้นได้เดินทางไปต่อยังจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย โดยใช้ชื่อว่า "เฒ่าจิ๋น" ในช่วงระหว่างปี [[พ.ศ. 2466]] ไปจนถึง [[พ.ศ. 2474]] ท่านได้พำนักอยู่ ณ บ้านของนาย[[เตียว เหงี่ยนวัน]] เลขที่ 48 หมู่ที่ 5 [[บ้านนาจอก]] [[ตำบลหนองญาติ]] [[อำเภอเมืองนครพนม]] [[จังหวัดนครพนม]] รวมเวลาพำนักอยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น 7 ปี<ref>[http://www.bangkokpost.com/outlookwecare/071100_Outlook01.html Down-home dividends]</ref> ในระยะนี้โฮจิมินห์ต้องเดินทางไปหลบซ่อนในหลายประเทศ ใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ ซึ่งครั้งหนึ่ง โฮจิมินห์ได้ถูกตำรวจฮ่องกงจับโดยไม่มีความผิด ได้ถูกขังคุกนานเป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม ในช่วงนี้โฮจิมินห์สภาพร่างกายย่ำแย่มาก เป็นโรคขาดสารอาหาร แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือให้พ้นออกมา จากเพื่อนเก่าในสมาคมชาวเวียดนามในฝรั่งเศส รวมถึงเชื่อว่ามี [[โจว เอินไหล]] นายกรัฐมนตรีของจีน ซึ่งเป็นสหายที่ดีต่อโฮจิมินห์ร่วมด้วย<ref name="โฮ"/>
 
โฮจิมินห์เดินทางกลับมาเวียดนามอีกครั้งในปี [[พ.ศ. 2484]] ในช่วง[[สงครามโลกครั้งที่สอง]] ฝรั่งเศสในขณะนั้นถูกกองทัพ[[นาซี]]เยอรมนีบุกยึดยึดครอง และกลายสภาพเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดให้แก่ฝ่ายอักษะนาซีเยอรมนี รัฐบาลอินโดจีนจึงรับนโยบายในการปกครองเวียดนามจากนาซีเป็นหลัก โฮจิมินห์จึงสบโอกาสรวบรวมชาวเวียดนามส่วนใหญ่แล้วตั้งเป็นฝ่าย[[เวียดมินห์]] เตรียมแผนที่จะประกาศเอกราชจากฝรั่งเศสให้ประชาชนชาวเวียดนาม ซึ่งชาวเวียดนามในขณะนั้นยังไม่มีการศึกษา และส่วนใหญ่อดอยากยากจน โฮจิมินห์ได้เข้าถึงตัวชาวบ้านระดับล่าง ด้วยการทำตัวกลมกลืนผูกมิตรไปกับชาวบ้าน ได้พูดคุยและทำความเข้าใจกันอย่างง่าย ๆ และเพิ่มจำนวนสมาชิกขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการบอกแบบปากต่อปาก ซึ่งหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญ ก็คือ [[หวอ เงวียน ซ้าป]] ซึ่งต่อมาเป็นนายพลและสหายคนสำคัญของโฮจิมินห์ อีกทั้งทั้งคู่ยังเป็นคู่เขยของกันและกัน เนื่องจากภรรยาของทั้งคู่นั้นเป็นพี่น้องกัน และในช่วงนี้เองที่ชื่อ "โฮจิมินห์" ได้ถูกใช้ออกมาเป็นครั้งแรก<ref name="โฮ"/>
 
และในช่วงปลายของสงคราม โฮจิมินห์ได้ยังติดต่อกับ[[สำนักงานบริการด้านยุทธศาสตร์]] (OSS) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมมือกันต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นด้วย นับเป็นการร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม<ref name="โฮ"/>
31,213

การแก้ไข