ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระอาจารย์ดี ฉนฺโน"

'''ปัจฉิมวัย''' ในวาระสุดท้าย [[พระอาจารย์ดี ฉนฺโน]] มีอาการอาพาธบริเวณช่องท้องและเอว ได้เข้ารักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลทหาร อำเภอวารินชำราบ และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี แต่อาการอาพาธไม่ดีขึ้น ท่านเล่าว่า ''"นิมิตเห็นว่าชาติปางก่อน เป็นพ่อค้า ได้นำสินค้าขึ้นเกวียนบรรทุกไปขายที่เมืองต่างๆ โดยใช้วัวลางจูง แล้วได้ใช้เหล็กปฏักอันแหลมคมทิ่มแทงที่เอวของวัว เพื่อให้มันลางจูงเกวียนไป กรรมที่เคยทำไว้ในอดีตชาตินั้นส่งผลให้เจ็บป่วยบ่อย รักษาอย่างไรก็ไม่หาย"''
 
'''ปัจฉิมพจน์''' วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2502 เมื่อเวลาประมาณตี 4 เกือบตี 5 พระเณรลูกศิษย์ใน[[วัดป่าแสนสำราญ]]นั่งล้อมเป็นหัตถบาตร [[พระอาจารย์ดี ฉนฺโน]] ท่านได้ให้ [[พระอาจารย์พุธ ฐานิโย]] พยุงอยู่ในอิริยาบทนั่งพิงหมอนสามเหลี่ยม แล้วท่านก็ได้พิจารณามองไปรอบๆ อีกทั้งกาลเวลาใกล้รุ่งเป็นเวลาอันเงียบสงบ และแล้วท่านก็แสดงธรรมเป็นวาระสุดท้าย โดยมีปัจฉิมพจน์ว่า ''"ผู้ที่อยู่ที่นี้จงฟัง...เบญจขันธ์นั้นเป็นของโลก ศิษย์แห่งพระพุทธองค์ที่ต่อสู้ปฎิบัติมาตลอดก็เพื่อเวลานี้ ถึงเวลาที่จะต้องปล่อยวางเบญจขันธ์สังขารเสีย ต่อนี้ไป ให้ผู้ที่อยู่หมั่นบำเพ็ญเพียรภาวนาตามแนวทางครูอาจารย์ที่สืบปฎิบัติมา กำหนดจิตรู้ที่ตนเท่านั้น..."'' หลังจากท่านพูดจบก็นิ่งเงียบไปประมาณ 5 นาที ท่านก็ได้ละสังขารไป มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบ ณ ที่นั้น
 
[[พระอาจารย์ดี ฉนฺโน]] ได้มรณภาพในอิริยาบทท่านั่งสมาธิ พิงหมอนอิงใบใหญ่ เมื่อวันที่ [[5]] [[เมษายน]] [[พ.ศ. 2502]] เวลา 05.30 น. ณ [[วัดป่าแสนสำราญ]] [[อำเภอวารินชำราบ]] [[จังหวัดอุบลราธานี]] สิริอายุ 66 ปี พรรษา 45 ซึ่งทางราชการ คณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี และคณะศิษยานุศิษย์ ได้ลงมติให้จัดพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 10 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2503 เป็นเวลา 5 วัน 5 คืน
ผู้ใช้นิรนาม