เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

แม้ว่ารอซีเยใช้เวลาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และมรดกการถ่ายรูปจากยุคสมัยของเขาจะเหลือเพียงน้อยนิด แต่เขาก็มีอิทธิพลต่อวงการถ่ายภาพของญี่ปุ่นอยู่ช้านาน<ref name="Yokoe, 167."/>
 
== ช่วงท้ายของบั้นปลายชีวิตและมรดกตกทอด ==
[[File:Siamese woman.jpg|thumb|''Portrait of a Siamese woman'', ประมาณ ค.ศ. 1861. การพิมพ์ภาพแบบอัลบูเมน]]
ในปี ค.ศ. 1861 รอซีเยอยู่[[สยาม]] เขาทำงานร่วมกับ[[มารี ฟีร์แม็ง บอกูร์]] นักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศส โดยช่วยถ่ายภาพทาง[[ชาติพันธุ์วรรณนา]]ให้แก่คณะสำรวจด้านวิทยาศาสตร์ของบอกูร์ระหว่างปีกูร์ระหว่าง ค.ศ. 1861–1862 และในปี ค.ศ. 1863 ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้ตีพิมพ์ชุดภาพถ่ายสามมิติของบุคคลและภาพทิวทัศน์ในสยามจำนวน 30 รูป ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นผลงานของรอซีเยอย่างไม่มีไร้ข้อสงสัยกังขา<ref name="Bennett PiJ, 49."/> ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1862 รอซีเยกลับมายังเซี่ยงไฮ้อีกครั้ง เขาขายกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพก่อนที่จะลงเรือกลับยุโรป<ref>รายชื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีอยู่ในประกาศโฆษณา (Bennett PiJ, 49).</ref> ระหว่างที่เขาอยู่ในทวีปเอเชีย เป็นไปได้ว่ารอซีเยได้ไปถ่ายภาพในอินเดียด้วย สันนิษฐานจากการที่ ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้ตีพิมพ์ภาพชุดทิวทัศน์อินเดียในช่วงเวลาเดียวกับภาพถ่ายทิวทัศน์จีนของรอซีเย<ref name="Bennett PiJ, 49."/>
 
รอซีเยเดินทางกลับถึงสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1862 และได้สมรสกับแคเทอริน บาร์บ เคลิน (ค.ศ. 1843–1867) ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1865 ทั้งคู่มีบุตรชายชื่อ คริสต็อฟ มารี ปีแยร์ โฌแซ็ฟ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1866 ต่อมาแคเทอรินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1867
 
รอซีเยยังคงดำเนินกิจการ[[สตูดิโอถ่ายภาพ]]ในฟรีบูร์จนกระทั่งปี ค.ศ. 1876 เป็นอย่างน้อย เขายังมีสตูดิโอในในเมือง[[Einsiedeln, Switzerland|ไอน์ซีเดิล์น]] และระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1860 ถึงคริสต์ทศวรรษ 1870 เขาผลิตภาพถ่ายสามมิติและ[[การ์ตเดอวีซิต]]อันประกอบด้วยภาพบุคคลและภาพทิวทัศน์ของเมืองฟรีบูร์, ไอน์ซีเดิล์น และสถานที่อื่น ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1871 ''ลาลีแบร์เต'' หนังสือพิมพ์ภาษาฝรั่งเศสจากเมืองฟรีบูร์ได้ลงโฆษณาโดยเสนอภาพถ่ายงานจิตรกรรมทางศาสนาของศิลปินที่ชื่อ เม็ลชียอร์ เพาล์ ฟ็อน เดชวันเดิน ซึ่งถ่ายโดยรอซีเยเป็นผู้ถ่าย<ref>Bennett OJP, 120.</ref> ในปี ค.ศ. 1872 รอซีเยได้ทำเรื่องจัดแจงขอหนังสือเดินทางเพื่อเดินทางไปยังฝรั่งเศส คาดว่าเขาอาจถ่ายภาพที่นี่ จากนั้นในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างปี ค.ศ. 1871 ถึง 1884 เขาสมรสอีกครั้ง ภรรยาคนที่ 2 ชื่อ มารี วีร์ฌีนี ออแวร์แน ซึ่งเป็นคนรับใช้ของเจ้าของที่ดินของสตูดิโอเขา ทั้งคู่มีบุตรชายชื่อ โฌแซ็ฟ หลุยส์ ซึ่งเกิดในปารีสเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1884 ต่อมาบุตรคนนี้ไปมีร้านกาแฟในเมือง[[เวอแว]] ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1927
 
ปีแยร์ รอซีเย เสียชีวิตในปารีสในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างปี ค.ศ. 1883 ถึง 1898<ref name="Bennett."/>
 
ภาพถ่ายทิวทัศน์สวิตเซอร์แลนด์จำนวนหนึ่งของรอซีเยได้รับการจัดเก็บไว้ในสถาบันและงานสะสมส่วนบุคคลหลายแห่งในประเทศ รอซีเยถ่ายภาพทิวทัศน์จีนและญี่ปุ่นในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ปัจจุบันภาพถ่ายเหล่านั้นหาดูได้ยาก บางครั้งเขาก็บ่นเรื่องผลกระทบทางลบของภูมิอากาศต่อสารเคมีสำหรับถ่ายภาพของเขา และภาพเนกาทิฟบางภาพอาจได้รับความเสียหายระหว่างทางจากทวีปเอเชียไปยังลอนดอน แม้ว่าภาพถ่ายของรอซีเยจะหลงเหลืออยู่ไม่มากนักในปัจจุบัน แต่เขาก็มีความสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์สมัยเริ่มแรกของวิชาการถ่ายภาพในทวีปเอเชีย ก่อนที่เขาจะมาถึงญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1859 นักเรียนวิชาการถ่ายภาพชาวญี่ปุ่นมักติดขัดในการผลิตผลงานถ่ายภาพให้น่าพึงพอใจ แต่ประสบการณ์ คำสอน และการติดต่อกับผู้จัดส่งวัตถุดิบสำหรับการถ่ายภาพของรอซีเยนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาขนบการถ่ายภาพในลักษณะเฉพาะของญี่ปุ่น
 
== หมายเหตุและอ้างอิง ==