เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
==อัตลักษณ์และภูมิลำเนา==
 
ข้อมูลเกี่ยวกับรอซีเยเป็นที่ทราบกันน้อยมากจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ แม้กระทั่งชื่อตัวของเขาก็ยังเคยเป็นปริศนา ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ บางครั้งเขาใช้ชื่อว่า เป. รอซีเย (P. Rossier) และในบางครั้งก็มีอีกชื่อคือ แอม. รอซีเย (M. Rossier) ในที่สุดเอกสารต่าง ๆ ที่พบที่เมือง[[ฟรีบูร์]]ก็ทำให้พิสูจน์ได้ว่าเขามีชื่อตัวว่า ปีแยร์ และสามารถอนุมานได้ว่า อักษร M ใน M. Rossier นั้นย่อมาจาก "เมอซีเยอ" ({{lang|fr|''Monsieur''}}) ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อบุคคลชายในภาษาฝรั่งเศส มีความเชื่อกันมานานว่าเขามาจากฝรั่งเศส และขณะที่เขาอยู่ในญี่ปุ่น เขายังถูกเรียกว่าเป็น "ชาวอังกฤษ" อีกด้วย<ref>เขาถูกระบุว่าเป็นชาวฝรั่งเศสโดย Yokoe (167) เป็นต้น แม้แต่ฐานข้อมูล ULAN จากสถาบันเกตตีรีเซิร์ช ก็ยังระบุชื่อเขาเป็น Rossier, M. โดยเขียนว่า อาจเป็นชาวอังกฤษ (Union List of Artist Names).</ref> อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่า รอซีเยเป็นชาวสวิส เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1829 ที่กร็องซีวาซ หมู่บ้านเล็ก ๆ ใน[[รัฐฟรีบูร์]] เขาเป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้อง 10 คน ในครอบครัวเกษตรกรที่มีทรัพย์สินไม่มากนัก ในวัย 16 ปี เขาเป็นครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในหมู่บ้านข้างเคียง แต่เมื่อถึงปี ค.ศ. 1855 เขาได้หนังสือเดินทางสำหรับเดินทางไปฝรั่งเศสและอังกฤษในฐานะช่างภาพ<ref>เบนเนตต์เบ็นนิตต์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวิจัยว่าด้วยการเปิดเผยอัตลักษณ์และปูมหลังของรอซีเย ข้อมูลเกี่ยวกับรอซีเยที่เราทราบกันส่วนใหญ่มาจากผลงานของเบนเนตต์เบ็นนิตต์ (ในบทความนี้จะอ้างอิงบทความทางอินเทอร์เน็ต ''The Search for Rossier'' ของเบนเนตต์ในชื่อเบ็นนิตต์ในชื่อ "Bennett" และจะอ้างอิงหนังสือ ''Early Japanese Images'', ''Photography in Japan: 1853-1912'' และ ''Old Japanese Photographs'' ของเขาโดยใช้ชื่อ "Bennett EJI", "Bennett PiJ" และ "Bennett OJP" ตามลำดับ)</ref>
 
หลังจากออกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ รอซีเยได้รับการว่าจ้างจากบริษัท ''เนเกรตตีและแซมบรา'' (''Negretti and Zambra'') ให้เดินทางมายังประเทศจีนเพื่อบันทึกภาพในสงครามฝิ่นครั้งที่สอง (ค.ศ. 1858–1860) เป็นไปได้ว่าทางบริษัทเล็งเห็นว่า สัญชาติสวิสของรอซีเยเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางดังกล่าว โดยสถานะเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์น่าจะเอื้อให้เขาเดินทางข้ามประเทศด้วยเรือของอังกฤษหรือเรือของฝรั่งเศสก็ได้ เมื่อพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่สูงและความไม่แน่นอนที่บริษัทก่อขึ้น รวมทั้งภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรอซีเยเอง นี่จึงเป็นการว่าจ้างครั้งสำคัญ<ref name="Bennett.">Bennett.</ref>
ปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1860 รอซีเยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และเป็นไปได้ว่าเขาเดินทางมายังเมืองนี้เพื่อพยายามขออนุญาตติดตามกองทัพอังกฤษ-ฝรั่งเศสที่ได้เดินทัพไปถึงภาคเหนือของประเทศจีนแล้ว เพื่อจะได้บันทึกภาพสงครามฝิ่นครั้งที่สองตามที่ได้รับการว่าจ้างมาให้ลุล่วง<ref>กองทัพอังกฤษและฝรั่งเศสได้มาสมทบกันอยู่ก่อนแล้วที่อ่าวต้าเหลียนและจีฝู (เอียนไถ) ตามลำดับในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1860 (Harris, 17) และรอซีเยได้อยู่ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 1860 เป็นไปได้ว่าเขาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เพื่อหาซื้อสารเคมีสำหรับถ่ายภาพ (Bennett).</ref> หากเขาตั้งใจเช่นนั้นจริง เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกองทัพทั้งสองได้จ้างช่างภาพเพื่อบันทึกภารกิจไว้แล้ว กองทัพอังกฤษจ้างช่างภาพชื่อ ฟีลิกซ์ เบอาโต และจอห์น แพพิยอน ส่วนกองทัพฝรั่งเศสจ้างอ็องตวน โฟเชอรี, พันโท ดูว์ แป็ง และอาจรวมถึงหลุยส์ เลอกร็อง<ref>Bennett; Thiriez. แพพิยอนได้ถ่ายภาพตั้งแต่กว่างโจวไปจนถึงป้อมต้ากู แต่ล้มป่วยและถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ ภาพถ่ายการเดินทัพที่เป็นผลงานของโฟเชอรีก็ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน แต่น่าจะรวมถึงภาพสามมิติของกองทัพฝรั่งเศส 24 ภาพในกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ [[เทียนจิน]] และ[[ปักกิ่ง]] นอกจากนี้ก็ไม่พบหลักฐานยืนยันว่าดูว์ แป็ง และเลอกร็องได้ถ่ายภาพระหว่างการเดินทัพจริง ๆ. Thiriez, 6-7.</ref> แม้รอซีเยจะพลาดภารกิจที่เขาได้รับการว่าจ้างมา แต่เขาก็ยังอยู่ในเอเชียตะวันออกเพื่อบันทึกภาพต่อไป
 
เมื่อถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1860 รอซีเยก็ได้กลับไปยังนะงะซะกิแล้ว เขาถ่ายภาพท่าจอดเรือของเมืองนี้ในนามของจอร์จ เอส. มอร์ริสัน กงสุลบริเตนซึ่งจ่ายค่าจ้างให้เขาเป็นเงิน 70 เหรียญสหรัฐ<ref>Dobson, 20; Clark, Fraser, and Osman, 137-138).</ref> ถึงแม้ภาพถ่ายของรอซีเยจะได้รับการโฆษณาโดย ''เนเกรตตีและแซมบรา'' อย่างน้อย 2 ครั้งในปี ค.ศ. 1860 แต่บริษัทก็ไม่ได้ตีพิมพ์ภาพเหล่านั้นจนกระทั่งเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ค.ศ. 1861<ref>หนังสือพิมพ์ ''[[เดอะไทมส์]]'' ฉบับวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1860 มีโฆษณาภาพสามมิติ "ลงสีสมบูรณ์" ของ "สตรีญี่ปุ่นในชุดเต็มยศ" ซึ่งถ่ายโดยรอซีเย และโฆษณาใน ''เดอะไทมส์'' ฉบับวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1860 อ้างว่าจะมี "ภาพถ่ายจากญี่ปุ่น – กรณีภาพถ่ายแปลกและหาดูยากของฉากหลังธรรมชาติในประเทศที่น่าสนใจประเทศนี้ และภาพประกอบแสดงกิริยาอาการและประเพณีของเผ่าชนในญี่ปุ่น ฝีมือศิลปินพิเศษที่ถูกส่งไปเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวโดยบริษัทห้างร้านเนเกรตตีและแซมบราแห่งลอนดอน" เบนเนตต์เบ็นนิตต์ยังคาดว่า ''เนเกรตตีและแซมบรา'' เลื่อนการเผยแพร่ภาพเหล่านี้ออกไปเนื่องจากปัญหาเรื่องคุณภาพของเนกาทิฟ ซึ่งอาจเป็นเพราะความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือเป็นเพราะรอซีเยประสบความยากลำบากในการหาสารเคมีที่ถูกต้องสำหรับการถ่ายภาพในเอเชีย (Bennett).</ref> ภาพถ่ายทิวทัศน์ญี่ปุ่น 5 ภาพของรอซีเยได้รับการเผยแพร่ก่อนในหนังสือ ''Ten Weeks in Japan'' ของจอร์จ สมิท ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1861 และในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน ภาพถ่ายในญี่ปุ่นอีก 8 ภาพของเขาก็ปรากฏในรูปแบบ[[ภาพพิมพ์หิน]]ในหนังสือ ''Japan, the Amoor, and the Pacific'' ของเฮนรี อาร์เทอร์ ทิลลีย์<ref name="Bennett PiJ, 49.">Bennett PiJ, 49.</ref> นิตยสาร ''Illustrated London News'' ฉบับหนึ่งในปี ค.ศ. 1861 ได้ตีพิมพ์[[ภาพพิมพ์ลายแกะ]]หลายภาพร่วมกันในชื่อ ''Domestic Life in China'' โดยใช้ภาพสามมิติที่ถ่ายโดยรอซีเย<ref>Bennett OJP, 119.</ref> หนึ่งในภาพถ่ายที่ ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้โฆษณาไว้ในปี ค.ศ. 1860 กลายเป็นภาพถ่ายทิวทัศน์ญี่ปุ่นเชิงพาณิชย์ภาพแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ และเป็นภาพถ่ายญี่ปุ่นที่ลงสีด้วยมือที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ทราบกัน<ref>ภาพนั้นคือภาพ ''Japanese ladies in full dress'' (Bennett PiJ, 47; 49, fig. 45).</ref>
 
จากเอกสารจำนวนมากในช่วงนั้น ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าภาพทิวทัศน์ในจีนและญี่ปุ่นของบริษัท ''เนเกรตตีและแซมบรา'' นั้นถ่ายโดยรอซีเย แต่หลายปีที่เราคิดว่าภาพเหล่านี้ถ่ายโดยผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น[[วอลเทอร์ บี. วุดเบอรี]] ที่ได้รับการว่าจ้างจาก ''เนเกรตตีและแซมบรา'' เช่นกัน แต่เขาประจำการอยู่ใน[[ปัตตาเวีย]] (ปัจจุบันคือ[[จาการ์ตา]]) หรือ[[เอเบิล กาวเวอร์]] ช่างภาพสมัครเล่นในญี่ปุ่น สิ่งที่น่าสนใจคือ คลังสะสมภาพถ่ายของ[[มหาวิทยาลัยไลเดิน]]มีภาพถ่ายที่กล่าวกันว่าเป็นภาพของกาวเวอร์ แต่มีการเซ็นว่า "เป. รอซีเย" และในปี ค.ศ. 1859 ทั้งรอซีเยและกาวเวอร์ได้เดินทางไปด้วยกันในเรือ ''[[เอชเอ็มเอส แซมป์สัน]]'' จากนะงะซะกิไปยังเอะโดะ<ref>Bennett PiJ, 45; 117, fig. 141.</ref>
116,512

การแก้ไข