เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
[[ไฟล์:Rossier studio mark.jpg|thumb|สัญลักษณ์แสดงภาพถ่ายที่ผลิตโดยเครื่องหมายสตูดิโอถ่ายภาพของรอซีเยในฟรีบูร์]]
 
'''ปีแยร์ โฌแซ็ฟ รอซีเย''' ({{lang-fr|Pierre Joseph Rossier}}; 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1829 – ระหว่างปี ค.ศ. 1883 ถึง 1898) เป็นช่างภาพยุคบุกเบิกชาวสวิส ที่ถ่ายภาพโดยวิธี[[การถ่ายภาพแบบแอลบูเมน|แอลบูเมน]] ที่รวมถึงการภาพถ่าย 3 สามมิติ และภาพ[[Carte de visite|การ์ตเดอวีซิต]] ที่เป็นภาพถ่ายรูปคน ภาพทิวทัศน์ของเมือง และภูมิทัศน์ เขาได้รับการว่าจ้างจากบริษัทในลอนดอนที่ชื่อ ''เนเกรตตีและแซมบรา'' (''Negretti and Zambra'') ให้เดินทางมายังเอเชียเพื่อบันทึกภาพกองทัพอังกฤษ-ฝรั่งเศสใน[[สงครามฝิ่นครั้งที่สอง]] ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมกับคณะทหารไปด้วย แต่เขายังคงอยู่ในเอเชียหลายปี โดยผลิตผลงานเพื่อการค้าเป็นครั้งแรกให้กับ[[ประเทศจีน]] [[ฟิลิปปินส์]] [[ญี่ปุ่น]] และ[[ประเทศสยาม|สยาม]] (ปัจจุบันคือประเทศไทย) เขาถือเป็นช่างภาพอาชีพคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นเขาได้สอนฟุรุกะวะ ชุมเป, คะวะโนะ เทโซ, [[Ueno Hikoma|อุเอะโนะ ฮิโกะมะ]], [[Maeda Genzō|มะเอะดะ เก็นโซ]], [[Horie Kuwajirō|โฮะริเอะ คุวะจิโร]] และช่างภาพรุ่นแรกคนอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าของญี่ปุ่น ส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ เขาก่อตั้งสตูดิโอถ่ายภาพในเมือง[[ฟรีบูร์]]และ[[ไอน์ซีเดิล์น]] และยังคงผลิตภาพถ่ายในสถานที่อื่น ๆ ของประเทศ รอซีเยถือเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคเริ่มแรกของการถ่ายภาพ ไม่เพียงเพราะผลงานภาพถ่ายของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะการสอนของเขาได้ส่งผลกระทบสำคัญแก่วงการถ่ายภาพญี่ปุ่นในยุคบุกเบิกด้วย
 
==อัตลักษณ์และภูมิลำเนา==
ข้อมูลเกี่ยวกับรอซีเยเป็นที่ทราบกันน้อยมากจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ แม้กระทั่งชื่อตัวของเขาก็ยังเคยเป็นปริศนา ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ บางครั้งเขาใช้ชื่อว่า เป. รอซีเย (P. Rossier) และในบางครั้งก็มีอีกชื่อคือ แอม. รอซีเย (M. Rossier) ในที่สุดเอกสารต่าง ๆ ที่พบที่เมือง[[ฟรีบูร์]]ก็ทำให้พิสูจน์ได้ว่าเขามีชื่อตัวว่า ปีแยร์ และสามารถอนุมานได้ว่า อักษร M ใน M. Rossier นั้นย่อมาจาก "เมอซีเยอ" ({{lang|fr|''Monsieur''}}) ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อบุคคลชายในภาษาฝรั่งเศส มีความเชื่อกันมานานว่าเขามาจากฝรั่งเศส และขณะที่เขาอยู่ในญี่ปุ่น เขายังถูกเรียกว่าเป็น "ชาวอังกฤษ" อีกด้วย<ref>เขาถูกระบุว่าเป็นชาวฝรั่งเศสโดย Yokoe (167) เป็นต้น แม้แต่ฐานข้อมูล ULAN จากสถาบันเกตตีรีเสิร์ช ก็ยังระบุชื่อเขาเป็น Rossier, M. โดยเขียนว่า อาจเป็นชาวอังกฤษ (Union List of Artist Names).</ref> อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่า รอซีเยเป็นชาวสวิส เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1829 ที่กรันซีวาซ หมู่บ้านเล็ก ๆ ใน[[รัฐฟรีบูร์]] เขาเป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้อง 10 คน ในครอบครัวเกษตรกรที่มีทรัพย์สินไม่มากนัก ในวัย 16 ปี เขาเป็นครูสอนที่โรงเรียนในหมู่บ้านข้างเคียง แต่เมื่อถึงปี ค.ศ. 1855 เขาได้หนังสือเดินทางเล่มหนึ่งสำหรับเดินทางไปฝรั่งเศสและอังกฤษในฐานะช่างภาพ<ref>เบนเนตต์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวิจัยว่าด้วยการเปิดเผยอัตลักษณ์และปูมหลังของรอซีเย ข้อมูลเกี่ยวกับรอซีเยที่เราทราบกันส่วนใหญ่มาจากผลงานของเบนเนตต์ (ในบทความนี้จะอ้างอิงบทความทางอินเทอร์เน็ต ''The Search for Rossier'' ของเบนเนตต์ในชื่อ "Bennett" และจะอ้างอิงหนังสือ ''Early Japanese Images'', ''Photography in Japan: 1853-1912'' และ ''Old Japanese Photographs'' ของเขาโดยใช้ชื่อ "Bennett EJI", "Bennett PiJ" และ "Bennett OJP" ตามลำดับ)</ref>
 
หลังจากออกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ รอซีเยได้รับการว่าจ้างจากบริษัท ''เนเกรตตีและแซมบรา'' (''Negretti and Zambra'') ให้เดินทางมายังประเทศจีนเพื่อบันทึกภาพในสงครามฝิ่นครั้งที่สอง (ค.ศ. 1858–1860) เป็นไปได้ว่าทางบริษัทเล็งเห็นว่า สัญชาติสวิสของรอซีเยจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางดังกล่าว โดยสถานะเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์น่าจะเอื้อให้เขาเดินทางข้ามประเทศด้วยเรือของอังกฤษหรือเรือของฝรั่งเศสก็ได้ เมื่อพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่สูงและความไม่แน่นอนที่บริษัทก่อขึ้น รวมทั้งภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรอซีเยเอง นี่จึงเป็นการว่าจ้างครั้งสำคัญ<ref name="Bennett.">Bennett.</ref>
 
==การถ่ายภาพในเอเชีย==
 
[[ไฟล์:French Sailors at Canton.jpg|300px|thumb|''French Sailors at Cantonกะลาสีฝรั่งเศสที่กว่างโจว'', ค.ศ. 1858. Stereographภาพสามมิติ, [[Albumen print|การพิมพ์ภาพแบบอัลบูเมน]]]]
 
รอซีเยอยู่ที่ฮ่องกงในปี ค.ศ. 1858 และเริ่มถ่ายภาพแทบจะทันที ภาพส่วนใหญ่ถ่ายใน[[กว่างโจว]]และรอบ ๆ กว่างโจว<ref>Bennett. เวอร์ซิกระบุว่ารอซีเยอยู่ในจีนระหว่างปี ค.ศ. 1857 ถึง 1859 แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากไปกว่านั้น (Worswick, 146).</ref> ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1859 ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้ตีพิมพ์ภาพของรอซีเย 50 ภาพ รวมถึงภาพสามมิติด้วย ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากสิ่งพิมพ์รายคาบด้านการถ่ายภาพในช่วงเวลานั้น ในปี ค.ศ. 1858 หรือ 1859 รอซีเยเดินทางมาถึงฟิลิปปินส์ เขาเดินทางมาถ่ายภาพ[[ภูเขาไฟตาอัล]] รอซีเยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1859 ถ่ายภาพแรก ๆ ใน[[นะงะซะกิ]] [[คะนะงะวะ]] [[โยะโกะฮะมะ]] และ[[เอโดะ]] (ปัจจุบันคือโตเกียว) เขาเป็นช่างภาพอาชีพคนแรกที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น<ref name="Yokoe, 167.">Yokoe, 167.</ref> หนึ่งในภาพถ่ายของรอซีเยในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1859 (ขณะที่เขาอยู่ในนะงะซะกิ) เป็นภาพลูกชายของ[[ฟีลิพพ์ ฟรันทซ์ ฟ็อน ซีบ็อลท์]] ที่ชื่อ[[อาเล็กซันเดอร์ ฟ็อน ซีบ็อลท์|อาเล็กซันเดอร์]] กับกลุ่ม[[ซะมุไร]]จากกลุ่มนะเบะชิมะ<ref>ภาพถ่ายนี้อยู่ในคลังสะสมของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ซีบ็อลท์ในนะงะซะกิ (Himeno, 22).</ref>
 
ปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1860 รอซีเยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และเป็นไปได้ว่าเขาเดินทางมายังเมืองนี้เพื่อพยายามขออนุญาตติดตามกองทัพอังกฤษ-ฝรั่งเศสที่ได้เดินทัพไปถึงภาคเหนือของประเทศจีนแล้ว เพื่อจะได้บันทึกภาพสงครามฝิ่นครั้งที่สองตามที่ได้รับการว่าจ้างมาให้ลุล่วง<ref>กองทัพอังกฤษและฝรั่งเศสได้มาสมทบกันอยู่ก่อนแล้วที่อ่าวต้าเหลียนและจีฝู (เอียนไถ) ตามลำดับในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1860 (Harris, 17) และรอซีเยได้อยู่ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 1860 เป็นไปได้ว่าเขาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เพื่อหาซื้อสารเคมีสำหรับถ่ายภาพ (Bennett).</ref> หากเขาตั้งใจเช่นนั้นจริง เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกองทัพทั้งสองได้จ้างช่างภาพเพื่อบันทึกภารกิจไว้แล้ว กองทัพอังกฤษจ้างช่างภาพชื่อ ฟีลิกซ์ เบอาโต และจอห์น แพพิยอน ส่วนกองทัพฝรั่งเศสจ้างอ็องตวน โฟเชอรี, พันโท ดูว์ แป็ง และอาจรวมถึงหลุยส์ เลอกร็อง<ref>Bennett; Thiriez. แพพิยอนได้ถ่ายภาพตั้งแต่กว่างโจวไปจนถึงป้อมต้ากู แต่ล้มป่วยและถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ ภาพถ่ายการเดินทัพที่เป็นผลงานของโฟเชอรีก็ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน แต่น่าจะรวมถึงภาพ 3 สามมิติของกองทัพฝรั่งเศส 24 ภาพในกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ [[เทียนจิน]] และ[[ปักกิ่ง]] นอกจากนี้ก็ไม่พบหลักฐานยืนยันว่าดูว์ แป็ง และเลอกร็องได้ถ่ายภาพระหว่างการเดินทัพจริง ๆ. Thiriez, 6-7.</ref> แม้รอซีเยจะพลาดภารกิจที่เขาได้รับการว่าจ้างมา แต่เขาก็ยังอยู่ในเอเชียตะวันออกเพื่อบันทึกภาพต่อไป
 
เมื่อถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1860 รอซีเยก็ได้กลับไปยังนะงะซะกิแล้ว เขาถ่ายภาพท่าจอดเรือของเมืองนี้ในนามของจอร์จ เอส. มอร์ริสัน กงสุลบริเตนซึ่งจ่ายค่าจ้างให้เขาเป็นเงิน 70 เหรียญสหรัฐ<ref>Dobson, 20; Clark, Fraser, and Osman, 137-138).</ref> ถึงแม้ภาพถ่ายของรอซีเยจะได้รับการโฆษณาโดย ''เนเกรตตีและแซมบรา'' อย่างน้อย 2 ครั้งในปี ค.ศ. 1860 แต่บริษัทก็ไม่ได้ตีพิมพ์ภาพเหล่านั้นจนกระทั่งเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ค.ศ. 1861<ref>หนังสือพิมพ์ ''[[เดอะไทมส์]]'' ฉบับวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1860 มีโฆษณาภาพ 3 สามมิติ "ลงสีสมบูรณ์" ของ "สตรีญี่ปุ่นในชุดเต็มยศ" ซึ่งถ่ายโดยรอซีเย และโฆษณาใน ''เดอะไทมส์'' ฉบับวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1860 อ้างว่าจะมี "ภาพถ่ายจากญี่ปุ่น – กรณีภาพถ่ายแปลกและหาดูยากของฉากหลังธรรมชาติในประเทศที่น่าสนใจประเทศนี้ และภาพประกอบแสดงกิริยาอาการและประเพณีของเผ่าชนในญี่ปุ่น ฝีมือศิลปินพิเศษที่ถูกส่งไปเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวโดยบริษัทห้างร้านเนเกรตตีและแซมบราแห่งลอนดอน" เบนเนตต์ยังคาดว่า ''เนเกรตตีและแซมบรา'' เลื่อนการเผยแพร่ภาพเหล่านี้ออกไปเนื่องจากปัญหาเรื่องคุณภาพของเนกาทิฟ ซึ่งอาจเป็นเพราะความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือเป็นเพราะรอซีเยประสบความยากลำบากในการหาสารเคมีที่ถูกต้องสำหรับการถ่ายภาพในเอเชีย (Bennett).</ref> ภาพถ่ายทิวทัศน์ญี่ปุ่น 5 ภาพของรอซีเยได้รับการเผยแพร่ก่อนในหนังสือ ''Ten Weeks in Japan'' ของจอร์จ สมิท ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1861 และในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน ภาพถ่ายในญี่ปุ่นอีก 8 ภาพของเขาก็ปรากฏในรูปแบบ[[ภาพพิมพ์หิน]]ในหนังสือ ''Japan, the Amoor, and the Pacific'' ของเฮนรี อาร์เทอร์ ทิลลีย์<ref name="Bennett PiJ, 49.">Bennett PiJ, 49.</ref> นิตยสาร ''Illustrated London News'' ฉบับหนึ่งในปี ค.ศ. 1861 ได้ตีพิมพ์[[ภาพพิมพ์ลายแกะ]]หลายภาพร่วมกันในชื่อ ''Domestic Life in China'' โดยใช้ภาพ 3 สามมิติที่ถ่ายโดยรอซีเย<ref>Bennett OJP, 119.</ref> หนึ่งในบรรดาภาพถ่ายที่ ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้โฆษณาไว้ในปี ค.ศ. 1860 กลายเป็นภาพถ่ายทิวทัศน์ญี่ปุ่นเชิงพาณิชย์ภาพแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ และเป็นภาพถ่ายญี่ปุ่นที่ลงสีด้วยมือที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ทราบกัน<ref>ภาพชื่อว่านั้นคือภาพ "Japanese ladies in full dress"''สตรีญี่ปุ่นในชุดเต็มยศ'' (Bennett PiJ, 47; 49, fig. 45).</ref>
 
จากเอกสารจำนวนมากในช่วงนั้น ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าภาพทิวทัศน์ในจีนและญี่ปุ่นของบริษัท ''เนเกรตตีและแซมบรา'' นั้นถ่ายโดยรอซีเย แต่หลายปีที่เราคิดว่าภาพเหล่านี้ถ่ายโดยผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น[[วอลเทอร์ บี. วุดเบอรี]] ที่ได้รับการว่าจ้างจาก ''เนเกรตตีและแซมบรา'' เช่นกัน แต่เขาประจำการอยู่ใน[[ปัตตาเวีย]] (ปัจจุบันคือ[[จาการ์ตา]]) หรือ[[อาเบล กาวเวอร์]] ช่างภาพสมัครเล่นในญี่ปุ่น สิ่งที่น่าสนใจคือ คลังสะสมภาพถ่ายของ[[มหาวิทยาลัยไลเดิน]]มีภาพถ่ายที่กล่าวกันว่าเป็นภาพของกาวเวอร์ แต่มีการเซ็นว่า "เป. รอซีเย" และในปี ค.ศ. 1859 ทั้งรอซีเยและกาวเวอร์ได้เดินทางไปด้วยกันในเรือ ''[[เอชเอ็มเอส แซมป์สัน]]'' จากนะงะซะกิไปยังเอะโดะ<ref>Bennett PiJ, 45; 117, fig. 141.</ref>
 
== การสอนถ่ายภาพ ==
[[ไฟล์:Yokohama 1859.jpg|300px|thumb|''View of Yokohamaทิวทัศน์โยะโกะฮะมะ'', ค.ศ. 1859. Stereographภาพสามมิติ, การพิมพ์ภาพแบบอัลบูเมน]]
รอซีเยเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1859 อันเป็นช่วงเวลาที่การทดลองการถ่ายภาพสมัยแรก ๆ กำลังเริ่มต้นใน[[เกาะคีวชู]] โดยเฉพาะที่นะงะซะกิ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของ[[รังงะกุ]] (องค์ความรู้ที่ต่อยอดจากวิทยาการตะวันตก) และเป็นเมืองที่แพทย์ 2 คน ได้แก่ [[ยัน กาเริล ฟัน แด็นบรุก]] และ[[เย. แอ็ล. เซ. โปมเปอ ฟัน เมร์เดอร์โฟร์ต]] เป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาชาวญี่ปุ่น ไม่เฉพาะวิชาการแพทย์ แต่ยังรวมถึงวิชาเคมีและวิชาการถ่ายภาพอีกด้วย<ref>Himeno, 18, 20-21.</ref> แต่ทั้งฟัน แด็นบรุก และโปมเปอ ฟัน เมร์เดอร์โฟร์ต ต่างก็ไม่ใช่ช่างภาพผู้มีประสบการณ์ ความพยายามถ่ายภาพส่วนมากก็ล้มเหลว<ref>แม้กล้องถ่ายภาพที่ฟัน แด็นบรุก นำเข้ามาในญี่ปุ่นจะมีคู่มือการใช้แนบมาด้วย แต่ดูเหมือนว่าเขาก็ยังไม่สามารถผลิตภาพถ่ายได้เป็นที่น่าพอใจ และเขาตัดสินว่า ช่างภาพที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่จะสามารถสอนการใช้กล้องได้ ส่วนโปมเปอ ฟัน เมร์เดอร์โฟร์ต ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จไปมากกว่ากัน โดยมะสึโมะโตะ จุง ได้บรรยายผลการทดลองถ่ายภาพครั้งหนึ่งของโปมเปอ ฟัน เมร์แดรโฟร์ตว่าเป็น "เงาดำ ๆ" (Himeno, 21-22).</ref> ถึงกระนั้น พวกเขาก็ได้สอนการถ่ายภาพด้วย[[กระบวนการกระจกเปียก]]ให้แก่เคอิไซ โยชิโอะ,<ref>เคอิไซ เป็นลุงและครูของช่างภาพอุชิดะ คุอิชิ (Himeno, 24-25).</ref> ฟุรุกะวะ ชุมเป, คะวะโนะ เทโซ, [[มะเอะดะ เก็นโซ]], [[อุเอะโนะ ฮิโกะมะ]], [[โฮะริเอะ คุวะจิโร]] รวมถึงผู้อื่นด้วย<ref>Himeno, 21-22.</ref>
 
 
== ช่วงท้ายของชีวิตและมรดกตกทอด ==
[[File:Siamese woman.jpg|thumb|''Portrait of a Siamese womanภาพถ่ายสตรีสยาม'', ประมาณ ค.ศ. 1861. การพิมพ์ภาพแบบอัลบูเมน]]
ในปี ค.ศ. 1861 รอซีเยอยู่[[สยาม]] เขาทำงานร่วมกับ[[มารี ฟีร์แม็ง บอกูร์]] นักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศส โดยช่วยถ่ายภาพทาง[[ชาติพันธุ์วรรณนา]]ให้แก่คณะสำรวจด้านวิทยาศาสตร์ของบอกูร์ระหว่างปี ค.ศ. 1861–1862 และในปี ค.ศ. 1863 ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้ตีพิมพ์ชุดภาพถ่าย 3 สามมิติของบุคคลและภาพทิวทัศน์ในสยามจำนวน 30 รูป ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นผลงานของรอซีเยอย่างไม่มีข้อสงสัย<ref name="Bennett PiJ, 49."/> ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1862 รอซีเยกลับมายังเซี่ยงไฮ้อีกครั้ง เขาขายกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพก่อนที่จะลงเรือกลับยุโรป<ref>รายชื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีอยู่ในประกาศโฆษณา (Bennett PiJ, 49).</ref> ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในเอเชีย เป็นไปได้ว่ารอซีเยได้ไปถ่ายภาพในอินเดียด้วย สันนิษฐานจากการที่ ''เนเกรตตีและแซมบรา'' ได้ตีพิมพ์ภาพชุดทิวทัศน์อินเดียในช่วงเวลาเดียวกับภาพถ่ายทิวทัศน์จีนของรอซีเย<ref name="Bennett PiJ, 49."/>
 
รอซีเยเดินทางกลับถึงสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1862 และได้สมรสกับแคเทอริน บาร์บ เคลิน (ค.ศ. 1843–1867) ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1865 ทั้งคู่มีบุตรชายชื่อ คริสต็อฟ มารี ปีแยร์ โฌแซ็ฟ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1866 ต่อมาแคเทอรินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1867
 
รอซีเยยังคงดำเนินกิจการ[[สตูดิโอถ่ายภาพ]]ในฟรีบูร์จนกระทั่งปี ค.ศ. 1876 เป็นอย่างน้อย เขายังมีสตูดิโอในในเมือง[[Einsiedeln, Switzerland|ไอน์ซีเดิล์น]] และระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1860 และถึงคริสต์ทศวรรษ 1870 เขาผลิตภาพถ่าย 3 สามมิติและ[[การ์ตเดอวีซิต]]อันประกอบด้วยภาพบุคคลและภาพทิวทัศน์ของเมืองฟรีบูร์, ไอน์ซีเดิล์น และสถานที่อื่น ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1871 ''ลาลีแบร์เต'' หนังสือพิมพ์ภาษาฝรั่งเศสจากเมืองฟรีบูร์ได้ลงโฆษณาโดยเสนอภาพถ่ายงานจิตรกรรมทางศาสนาของศิลปินที่ชื่อ เม็ลชียอร์ เพาล์ ฟ็อน เดชวันเดิน ซึ่งถ่ายโดยรอซีเย<ref>Bennett OJP, 120.</ref> ในปี ค.ศ. 1872 รอซีเยได้ทำเรื่องขอหนังสือเดินทางเพื่อเดินทางไปยังฝรั่งเศส คาดว่าเขาอาจถ่ายภาพที่นี่ จากนั้นในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างปี ค.ศ. 1871 ถึง 1884 เขาสมรสอีกครั้ง ภรรยาคนที่ 2 ชื่อ มารี วีร์ฌีนี ออแวร์แน ได้รับการว่าจ้างให้เป็นคนรับใช้จากเจ้าของที่ดินของสตูดิโอเขา ทั้งคู่มีบุตรชายชื่อ โฌแซ็ฟ หลุยส์ ซึ่งเกิดในปารีสเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1884 ต่อมาบุตรคนนี้มีร้านกาแฟในเมือง[[เวอแว]] ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1927
 
ปีแยร์ รอซีเย เสียชีวิตในปารีสในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างปี ค.ศ. 1883 ถึง 1898<ref name="Bennett."/>
116,514

การแก้ไข