ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ปารีส"

เพิ่มขึ้น 4 ไบต์ ,  3 ปีที่แล้ว
=== [[ยุคกลาง]] ===
[[ไฟล์:Les Très Riches Heures du duc de Berry octobre.jpg|200px|left|thumb|ปราสาทลูฟร์ใน[[คริสต์ศตวรรษที่ 15]]]]
ประมาณปี [[พ.ศ. 1043]] ปารีสได้กลายเป็นเมืองหลวงของกษัตริย์[[โกลวิสที่ 1]] แห่งแฟรงค์ เมื่อ[[โกลวิสที่ 1]] ได้สวรรคตลง [[อาณาจักรแฟรงค์]]ได้ถูกแบ่งออก และปารีสได้กลายเป็นเมืองหลวงของรัฐอิสระขนาดเล็ก ในช่วง[[คริสต์ศตวรรษที่ 9]] สมัย[[ราชวงศ์กาโรแล็งเชียง]] เมืองปารีสได้กลายเป็นเขตฐานกำลังของพวกศักดินา เค้านต์แห่งปารีสมีอำนาจมากขึ้น จนกระทั่งมีอำนาจมากกว่ากษัตริย์แห่งแฟรงค์ตะวันตก (''Francie occidentale'') เสียด้วยซ้ำไป เค้านต์แห่งปารีสนามว่า "โอโด" (''Odo'') ได้ถูกเลือกให้เป็นกษัตริย์แทน[[ชาร์ลส์ที่ 3]] (ชาร์ลส์ อ้วน - ''Charles III le Gros'') เนื่องจากชื่อเสียงอันโด่งดังของเขาที่ได้ป้องกันเมืองปารีสจากการโจมตีของพวก[[ไวกิง]] ([[ศึกปารีส]] ([[พ.ศ. 1428]] - [[พ.ศ. 1429]])) แม้ว่า[[อีล เดอ ลา ซิเต้]]จะรอดจากการโจมตีของพวก[[ไวกิง]] แต่[[ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน]]ที่ไม่มีการป้องกันก็ถูกทำลายอย่างย่อยยับ และแทนที่จะสร้างเมืองขึ้นมาใหม่บริเวณ[[ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน]] ชาวปารีสได้เริ่มที่จะขยายตัวเมืองไปทางด้าน[[ฝั่งขวาของแม่น้ำแซน]]แทน ในปี [[พ.ศ. 1530]] อูช กาเปต์ (''Hugh Capet'') เค้านท์แห่งปารีสได้ถูกเลือกให้กลายเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศส เป็นผู้ก่อตั้ง[[ราชวงศ์กาเปเตียง]]และทำให้เมืองปารีสเป็นเมืองหลวงของ[[ประเทศฝรั่งเศส]]
 
ตั้งแต่ [[พ.ศ. 1733]] [[พระเจ้าฟิลิปที่ 2]] (''Philippe Auguste'') ได้สร้างกำแพงเมืองล้อมรอบปารีสโดยมี[[ลูฟร์]]เป็นป้อมปราการฝั่งตะวันตกและต่อมาในปี [[พ.ศ. 1743]] ได้ตั้ง[[มหาวิทยาลัยปารีส]]ขึ้นมาซึ่งทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังปารีสเป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้เองที่เมืองปารีสได้พัฒนาในหลายๆ ด้านซึ่งในปัจจุบันยังมีให้เห็นเช่น เกาะ ([[อีล เดอ ลา ซิเต้]]) เป็นที่ตั้งรัฐบาลและสถาบันสอนศาสนา ทาง[[ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน]]เป็นที่ตั้งสถาบันทางการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ฯลฯ ส่วนทาง[[ฝั่งขวาของแม่น้ำแซน]]เป็นที่ตั้งของการค้าขายและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของปารีส เช่น ตลาดเลส์ อาลส์ (''Les Halles'')
ผู้ใช้นิรนาม