ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ทิวซิดิดีส"

เก็บกวาดบทความด้วยบอต
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
| image_size = 200px
| alt = Bust of Thucydides
| caption = รูปปั้นพลาสเตอร์ครึ่งตัวของทิวซิดิดีส ของโรมันทำขึ้นใหม่จากงานต้นแบบ (ราวช่วง ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์กาลคริสตกาล) (อยู่ที่ [[พิพิฒภัณฑ์พุชกิน]], [[มอสโคว]])
| native_name = Θουκυδίδης
| native_name_lang = กรีก
ทิวซิดิดีสพิจารณาว่าการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำถามทางจริยธรรมเสมอไป ท่านตั้งคำถามว่าความยุติธรรมและจารีตประเพณีจะมีบทบาทอย่างไร ต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐซึ่งมีอำนาจเป็นปัจจัยสำคัญ? นักสัจจะนิยมมักจะตั้งแง่กับการนำประเด็นทางศีลธรรมมาเกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศ และบางคนก็เถียงว่าไม่มีพื้นที่ให้กับคำถามทางศีลธรรมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือมิฉะนั้นก็อ้างว่ารัฐอธิปไตยย่อมมี "ศีลธรรมของตนเอง" ที่แตกต่างไปจากศีลธรรมตามจารีตประเพณี ด้วยเหตุนี้นักสัจจะนิยมจึงมองธรรมชาติของมนุษย์ว่ามีความเห็นแก่ตัว และมักคล้อยไปทางความหลงมัวเมาในอำนาจ จนมักจะเอาประโยชน์ส่วนตัวมาอยู่เหนือหลักเกณฑ์ทางศีลธรรมอยู่ตลอดเวลา
 
ด้วยสาเหตุนี้นักสัจจะนิยมจึงคิดว่าสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ - ซึ่งไม่มีกลไกถาวรจะมาสร้างและบังคับใช้กฎเกณฑ์ทางจารีต หรือศีลธรรม - เป็นพื้นที่ที่แต่ละรัฐต้องรับผิดชอบความอยู่รอดของตัวเอง และมีอิสระเสรีเต็มที่ที่จะกำหนดผลประโยชน์ และแสวงหาอำนาจ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นพื้นที่อนาธิปไตย (anarchy) ที่อำนาจมีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนโดย[[บทสนทนาเมเลียน]] (Melian Dialogue)ระหว่างคณะฑูตชาวเอเธนส์ทูตชาวเอเธนส์ และผู้ปกครองของนครเมลอส โดยขณะที่ฝ่ายเมลอสพยายามป้องกันความเป็นอิสระภาพอิสรภาพของตนโดยอ้างหลักความยุติธรรม และความชอบธรรม<ref name="ThV90">Thucydides, [[wikisource:History of the Peloponnesian War/Book 5#5:90|5.90]]</ref> ผู้ถือสารจากเอเธนส์กลับเตือนให้ผู้ปกครองของเมลอสตระหนักถือแสนยานุภาพทางการทหารที่เหนือกว่าของเอเธนส์ ที่สามารถจะทำให้เมลอสพินาศได้ทุกเมื่อ<ref name="ThV101">Thucydides,
[[wikisource:History of the Peloponnesian War/Book 5#5:101|5.101]]</ref>
 
365,778

การแก้ไข