ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ประชาธิปไตยโดยตรง"

ปรับให้ดีขึ้น
(แปลจากวิกีอังกฤษ + รวมเนื้อความเดิม)
(ปรับให้ดีขึ้น)
{{cite web | title = Pure democracy | url = http://m-w.com/dictionary/pure%20democracy | publisher = Merriam-Webster Dictionary }}</ref><ref>
{{cite web | title = Pure democracy | url = http://www.yourdictionary.com/ahd/p/p0667300.html | publisher = American Heritage Dictionary }}</ref>
เป็นการปกครองแบบ[[ประชาธิปไตย]] ที่ประชาชนตัดสินการริเริ่มออก[[กฎหมาย]]/[[นโยบายสาธารณะ|นโยบาย]]ต่าง ๆ โดยตรง ไม่ว่าจะโดยออกเสียงลงคะแนนหรือ[[ลงมติประชามติ]]เป็นต้น
ซึ่งต่างจากรัฐประชาธิปไตยปัจจุบันโดยมากที่อันเป็น[[ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน]]
ที่ประชาชนออกเสียงเลือกผู้แทนเพื่อทำหน้าที่ริเริ่มแล้วออกเสียงตัดสินนโยบายอีกทอดหนึ่ง<ref name=Budge2001 />
ในระบอบนี้ ประชาชนอาจมีอำนาจการตัดสินใจทาง[[ฝ่ายบริหาร]] ริเริ่มแล้วตัดสินการออกกฎหมายทาง[[ฝ่ายนิติบัญญัติ]] เลือกตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ และดำเนินการทาง[[ฝ่ายตุลาการ]]
 
มีประชาธิปไตยกึ่งโดยตรงบางรูปแบบ ที่ผู้แทนจะบริหารการปกครองวันต่อวัน ส่วนประชาชนก็ยังคงเป็นองค์อธิปัตย์และสามารถใช้อำนาจโดยตรงได้โดยสามอย่างคือ
[[การออกเสียงลงประชามติ]] การริเริ่มออกกฎหมาย และ[[การถอดถอนผู้ได้รับเลือกตั้ง]]
การใช้อำนาจสองอย่างแรก คือการออกเสียงลงประชามติและการริเริ่มออกกฎหมาย เป็นตัวอย่างของนิติบัญญัติโดยตรง<ref name =":0">{{Cite book | title = Democratic Innovations: Designing Institutions for Citizen Participation (Theories of Institutional Design) | last = Smith | first = Graham | publisher = Cambridge University Press | year = 2009 | location = Cambridge | pages = 112}}</ref>
 
'''การออกเสียงลงประชามติโดยบังคับ''' (compulsory referendum) ทำบังคับกฎหมายที่ร่างโดยอภิสิทธิชนทางการเมือง ให้อยู่ใต้อำนาจการลงคะแนนเสียงของประชาชนอย่างมีผลบังคับ
เป็นรูปแบบสามัญที่สุดของนิติบัญญัติโดยตรง
ส่วน '''การขอประชามติ''' (popular referendum) หรือ '''การขอประชามติโดยเลือกทำ''' (popular referendum) ให้อำนาจประชาชนเพื่ออุทธรณ์ให้ประชาชนลงคะแนนเสียงในกฎหมายที่มีอยู่แล้ว
โดยอาจมีกำหนดช่วงเวลาหลังการออกกฎหมายที่สามารถอุทธรณ์ได้และจำนวนลายเซ็นที่ต้องมี และอาจบังคับให้มีลายเซ็นจากชุมชนหลายหลากเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย<ref name=":0" />
รูปแบบนี้เท่ากับให้ประชาชนผู้ลงคะแนน[[อำนาจยับยั้ง]]กฎหมายที่ออกโดยผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติ ดังเช่นใน[[ประเทศสวิตเซอร์แลนด์]]{{sfnp | Hirschbühl | 2011a }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011b }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011c }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011d }}
 
'''การริเริ่มกฎหมาย''' (Initiative) ให้อำนาจแก่ประชาชนทั่วไปในการเสนอมาตรการกฎหมายโดยเฉพาะ ๆ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเหมือนกับการออกเสียงประชามติ การออกเสียงลงคะแนนอาจมีผลบังคับหรือเป็นแค่การลงคะแนนแสดงความนิยม
การริเริ่มกฎหมายและอาจเป็นแบบโดยตรงหรือโดยอ้อม แบบตรงจะระบุการริเริ่มที่ทำสำเร็จบนบัตรเลือกตั้งเพื่อการลงคะแนนโดยตรง (เหมือนกับระบบใน[[แคลิฟอร์เนีย]])<ref name=":0" />
แบบอ้อมจะให้สภานิติบัญญัติพิจารณาการริเริ่มที่ทำสำเร็จก่อน
แต่ว่า ถ้าสภาไม่ทำอะไรที่ยอมรับได้ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ การริเริ่มก็จะระบุในบัตรเลือกตั้งให้ลงคะแนนโดยตรง
* สภาฝ่ายบริหาร (boule) ซึ่งมีประชาชน 500 คน
* ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็น[[ลูกขุน]]จำนวนมากที่เลือกโดยลอตเตอรี่ โดยไม่มีผู้พิพากษา
เอเธนส์มีประชาชนชายเพียงแค่ 30,000 คน แต่มีหลายพันที่มีบทบาททางการเมืองแต่ละปี โดยและหลายคนจะทำเป็นปกติหลายปีต่อ ๆ กัน
ประชาธิปไตยชาวเอเธนส์เป็นแบบ "โดยตรง" ไม่ใช่เพียงเพราะการตัดสินใจที่ทำโดยสมัชชาประชาชน แต่เพราะประชาชนก็ยังควบคุมกระบวนการปกครองผ่านฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ และประชาชนสัดส่วนใหญ่มีบทบาทอย่างต่อเนื่องในราชการ<ref name ="Raaflaub5">{{Harvnb | Raaflaub | Ober | Wallace | 2007 | p = 5}}</ref>
ส่วนประชาธิปไตยปัจจุบันเป็นแบบมีผู้แทน ไม่ใช่โดยตรง และไม่เหมือนระบบของชาวเอเธนส์
 
จริง ๆ แล้ว [[วุฒิสภาโรมัน]]ได้ตั้งขึ้นตั้งแต่วันแรก ๆ ของการตั้งเมือง คงอยู่ตลอดยุคราชอาณาจักร สาธารณรัฐ และจักรวรรดิ และยังคงอยู่แม้หลังจากที่โรมตะวันตกเสื่อมลง
โดยโครงสร้างและข้อบังคับของวุฒิสภาโรมันก็ยังทรงอิทธิพลในสภานิติบัญญัติปัจจุบันต่าง ๆ ทั่วโลก
เกี่ยวกับสำหรับกระบวนการประชาธิปไตยโดยตรง สาธารณรัฐโรมันโบราณมีระบบการออกกฎหมายโดยประชาชน ซึ่งรวมการร่างกฎหมาย การผ่านกฎหมาย และอำนาจการยับยั้งกฎหมายที่ฝ่ายนิติบัญญัติออก
นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งกำหนดจุดจบของสาธารณรัฐด้วยการผ่านกฎหมายชื่อว่า ''Lex Titia'' ซึ่งล้างบทบัญญัติการควบคุมดูแลของประชาชนและวุฒิสภาโดยมาก<ref name =cary67/>
 
ส่วนการออกกฎหมายโดยประชาชนในยุคปัจจุบันได้เริ่มในเมืองต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ในคริสต์ทศวรรษที่ 13
ต่อมาในปี 2390 คนสวิสจึงได้เพิ่มอำนาจ "การขอเสียงประชามติต่อบทกฎหมาย" ในสำหรับรัฐธรรมนูญของประเทศ
ต่อมาจึงพบว่า การมีอำนาจเพียงแค่ยับยั้งกฎหมายรัฐสภายังไม่เพียงพอ
ในปี 2434 จึงเพิ่มอำนาจ "การริเริ่มการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ"
การเมืองชาวสวิสตั้งแต่ปี 2434 จึงเป็นประสบการณ์สำคัญของโลกเกี่ยวกับการริเริ่มการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญระดับชาติที่ริ่เริ่มแล้วตัดสินโดยประชาชน<ref name="Kobach1993">{{Harvnb | Kobach | 1993 }}</ref>
 
ใน 120 ปีที่ผ่านมา มีการริเริ่มกว่า 240 ครั้งที่ได้ลงประชามติ
โดยประชาชนค่อนข้างจะ[[อนุรักษนิยม]] คือได้ผ่านการริเริ่มเพียงแค่ 10% เป็นกฎหมาย
นอกจากนั้นแล้ว บ่อยครั้งก็ยังเลือกการริเริ่มฉบับที่เขียนใหม่โดยรัฐบาล
(ดูหัวข้อ ''[[#Switzerland |ประเทศสวิตเซอร์แลนด์]]'' ข้างหน้า) {{sfnp | Hirschbühl | 2011a }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011b }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011c }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011d }}
 
มีประเด็นบางอย่างเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่ใช้[[อินเทอร์เน็ต]]และ[[เทคโนโลยีการสื่อสาร]]อื่น ๆ ในบทความ[[ประชาธิปไตยอิเล็กทรอนิคส์]]และในหัวข้อ "[[#electronic|ประชาธิปไตยโดยตรงแบบอิเล็กทรอนิคส์]]" ข้างหน้า
โดยเฉพาะก็คือ เป็นแนวคิด[[วิธีการปกครองแบบโอเพนซอร์ซ]]ที่ประยุกต์ใช้หลักจากขบวนการ[[ซอฟต์แวร์เสรี]]ในการปกครองประชาชน คือให้ประชาชนทั้งหมดมีส่วนร่วมในการปกครองโดยตรง มากน้อยตามที่ตนต้องการ<ref>{{Cite book | title = Open Source Democracy | last = Rushkoff | first = Douglas | publisher = Project Gutenberg Self-Publishing | year = 2004 | location = Project Gutenburg | url = http://www.gutenberg.org/cache/epub/10753/pg10753.txt}}</ref>
 
ประชาธิปไตยชาวเอเธนส์ได้พัฒนาขึ้นใน[[นครรัฐ]]กรีกโบราณเอเธนส์ ซึ่งรวมนครเอเธนส์เองบวกกับอาณาเขตรอบ ๆ ที่รวมเรียกว่า Attica ประมาณพุทธกาลคือ 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นประชาธิปไตยแรกรัฐหนึ่งที่รู้จัก
แม้ว่านครรัฐกรีกอื่น ๆ จะใช้ระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน และโดยมากจะทำตามแบบเอเธนส์ แต่ก็ไม่มีรัฐอื่นที่มีอำนาจ เสถียร หรือเหลือร่องรอยหลักฐานเท่ากับของเอเธนส์
ในประชาธิปไตยโดยตรงของเอเธนส์ ประชาชนไม่ได้เลือกผู้แทนให้ออกเสียงลงคะแนนเพื่อผ่านกฎหมายฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารเพื่อประโยชน์แห่งตน (ดังที่ทำใน[[สหรัฐอเมริกา]]) แต่ตัวเองนั่นแหละเป็นคนออกเสียงลงคะแนน
การมีส่วนร่วมไม่ได้เปิดโดยทั่วไป คือจำกัดผู้มีส่วนร่วมการจำกัดแม้ว่าจะไม่ได้จำกัดโดยชนชั้นทางเศรษฐกิจ{{ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน | date = 2013-09}}
และประชาชนก็มีส่วนร่วมอย่างมาก
โดยความเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะได้รับอิทธิพลจาก[[ละครเสียดสี]]ทางการเมืองของศิลปินตลกชาวกรีกที่แสดงในโรงละคร<ref>{{Cite book | author = Henderson, J | title = Comic Hero versus Political Elite | pp = 307-19 | editors = Sommerstein, AH; Halliwell, S; Henderson, J; Zimmerman, B | work = Tragedy, Comedy and the Polis | year = 1993 | publisher = Levante Editori | location = Bari}}</ref>
[[รัฐบุรุษ]] Solon (594 ก่อนคริสต์ศักราช) [[ขุนนาง]] Cleisthenes (508-7 ก่อน ค.ศ.) และนักการเมือง Ephialtes (462 ก่อน ค.ศ.) ล้วนแต่มีบทบาทในพัฒนาการของประชาธิปไตยชาวเอเธนส์
แต่นักประวัติศาสตร์เห็นต่างกันว่า พวกเขามีบทบาทสร้างสถาบันอะไร และคนไหนเป็นผู้แทนที่แท้จริงของขบวนการประชาธิปไตย
โดยปกติจะจัดว่า ประชาธิปไตยชาวเอเธนส์เริ่มมาจาก Cleisthenes เพราะว่ารัฐธรรมนูญของ Solon ได้ล่มแล้วถูกทดแทนด้วยระบอบทรราชย์ของ Peisistratus
 
ผู้นำประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและคงยืนที่สุดก็คือเพริคลีส (Pericles)
เป็นช่วงที่ได้รายละเอียดเกี่ยวกับการปกครองมาที่สุด ไม่ใช่ในช่วงการปกครองของเพริคลีส
ต่อมาจึงถูกระงับอีกในปี 322 ก่อน ค.ศ. ภายใต้การปกครองของชาว[[มาเซโดเนีย]]
แม้ภายหลังสถาบันของชาวเอเธนส์จะกลับคืนมากมาอีก แต่ว่าแต่ความเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ ของระบอบก็เป็นเรื่องไม่ชัดเจน<ref>{{Harvnb | Elster | 1998 | pp = 1-3}}</ref>
 
[[ไฟล์:Swiss voting material.jpg | thumb |
<!--เผื่ออนาคต {{ข้อมูลเพิ่มเติม | Landsgemeinde | Federal popular initiative }} -->
ในปัจจุบัน รูปแบบบริสุทธิ์ของประชาธิปไตยโดยตรงมีอยู่เพียงแค่ใน[[แคนทอน]]อัพเพินท์เซลล์อินเนอร์โรเดิน (Appenzell Innerrhoden) และ[[แคนทอนกลารุส]] แห่ง[[ประเทศสวิตเซอร์แลนด์]]<ref name =Golay/>
โดยเทียบกับ[[สมาพันธรัฐสวิส]]โดยรวมที่เป็นประชาธิปไตยกึ่งโดยตรง คือเป็นประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนที่มีกลไกทางประชาธิปไตยโดยตรงที่เข้มแข็ง<ref name=Golay/>
ความเป็นประชาธิปไตยโดยตรงของประเทศ จะบูรณาการด้วยโครงสร้างแบบสหพันธรัฐของรัฐบาลกลาง ({{lang-de |Subsidiaritätsprinzip}}) {{sfnp | Hirschbühl | 2011a }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011b }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011c }}{{sfnp | Hirschbühl | 2011d }}
เทียบกับประเทศตะวันตกโดยมากที่เป็นระบอบประชาธิไปไตยประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน<ref name=Golay>{{cite book | authors = Golay, Vincent; et Remix, Mix | year = 2008 | title = Swiss political institutions | publisher = Éditions loisirs et pédagogie | isbn = 978-2-606-01295-3 }}</ref>
 
สวิตเซอร์แลนด์เป็นตัวอย่างหายากของประเทศที่มีกลไกของประชาธิปไตยโดยตรง ทั้งในระดับเทศบาล [[แคนทอน]] และสหพันธรัฐ
โดยประชาชนจะมีอำนาจมากกว่าในประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
ในระดับการเมืองทุกส่วน ประชาชนสามารถเสนอการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (โดยการริเริ่มกฎหมายโดยประชาชน)
หรือร้องเรียนให้มีการออกเสียงขอประชามติที่โดยเลือกได้ทำ (optional referendum ซึ่งต้องมีลายเซ็น 50,000 ราย) สำหรับต่อกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาระดับสหพันธรัฐ [[แคนทอน]] และ/หรือเทศบาล<ref name =refdum>{{cite web | url = https://www.ch.ch/en/referendum | title = Referendums | publisher = Swiss Confederation | website = ch.ch - A service of the Confederation, cantons and communes | location = Berne, Switzerland | accessdate = 2017-01-09}}</ref>
 
การอนุญาต[[การออกเสียงขอประชามติที่โดยเลือกได้]]หรือ[[ทำ (optional referendum) และการออกเสียงลงประชามติโดยบังคับ]] (compulsory referendum) ในระดับการปกครองต่าง ๆ โดยทั่วไปจะทำมากกว่าในประเทศอื่น ๆ
ยกตัวอย่างเช่น ในระดับประเทศ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องบังคับให้ลงคะแนนเสียงโดยทั้งประชาชนและแคนทอน และส่วนในระดับแคทอนและระดับท้องถิ่นอื่น ๆ การตัดสินใจเรื่องงบประมาณที่พอสมควรไม่ว่าจะโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร ก็ต้องบังคับให้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียงด้วยเหมือนกัน<ref name =refdum/>
 
ประชาชนชาวสวิสจะออกเสียงลงคะแนน 4 ครั้งต่อปี ในประเด็นปัญหาทุกอย่างในทุก ๆ ระดับการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติงบประมาณสำหรับอาคารโรงเรียนหรือการสร้างถนนใหม่
 
ในระหว่างเดือนมกราคม 2538 จนถึงเดือนมิถุนายน 2548 ประชาชนได้ลงคะแนนออกเสียง 31 ครั้ง เกี่ยวกับปัญหาระดับปรเะทศ 103 เรื่อง ปัญหาระดับแคนทอนและเทศบาลมากมายยิ่งกว่านั้น<ref>{{cite web | url = http://www.swissinfo.ch/directdemocracy/explore-600-national-votes_how-direct-democracy-has-grown-over-the-decades/41481992 | title = How direct democracy has grown over the decades | author = Nguyen, Duc-Quang | publisher = swissinfo.ch - the international service of the Swiss Broadcasting Corporation | date = 2015-06-17 | location = Berne, Switzerland | accessdate = 2015-07-27}}</ref>
เทียบกับประชาชน[[ชาวฝรั่งเศส]]ที่มีส่วนร่วมออกคะแนนเสียงลงประชามติเพียงแค่สองครั้งในช่วงเดียวกัน<ref name=Golay/>
 
ในสวิตเซอร์แลนด์ การได้คะแนนเกินครึ่งของที่ออกเสียงลงคะแนน (simple majority) ก็พอแล้วในระดับเทศบาลและแคนทอน แต่ในระดับประเทศ การได้เสียงข้างมากโดยอย่างน้อย 2 เกณฑ์ (double majority) เป็นข้อบังคับในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ<ref name ="Kobach1993" />
ดังนั้น ถ้าประชาชนเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในระดับประเทศ
ถึงแม้ประชาชนโดยมากจะอนุมัติแต่แคนทอนโดยมากคัดค้าน สิ่งที่เสนอก็จะไม่ผ่านเป็นกฎหมาย<ref name ="Kobach1993" />
ส่วนการออกเสียงลงประชามติ หรือญัตติในเรื่องทั่ว ๆ ไป (เช่น หลักของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั่วไป) การได้เสียงส่วนมากจากคนที่ออกเสียงก็พอแล้ว (เช่นรัฐธรรมนูญปี 2548)
 
ในปี 2433 เมื่อกำลังอภิปรายข้อกำหนดการออกฎหมายของประชาชนใน[[ประชาสังคม]]และรัฐบาล
ทนายและนักการเมืองชาวอเมริกันคนหนึ่ง (Kris Kobach) อ้างว่า สวิตเซอร์แลนด์ประสบความสำเร็จทั้งในด้าน[[สังคม]]และด้าน[[เศรษฐกิจ]]โดยมีประเทศอื่น ๆ เพียงแค่ 2-3 ประเทศเท่านั้นที่สามารถเทียบได้
เขาเขียนในท้ายหนังสือของเขาว่า
{{quote |บ่อยเกินไป ที่ผู้สังเกตการณ์จะลงความเห็นว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นตัวประหลาดในบรรดาระบอบการปกครองทั้งหลาย (แต่จริง ๆ) สมควรจะมองเธอมากกว่าว่าเป็นประเทศบุกเบิกมากกว่า}}
ระบอบการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งกลไกของประชาธิปไตยโดยตรงตลอดจนการปกครองแบบแบ่งเป็นหลายระดับ ได้กลายเป็นจุดสนใจของนักวิชาการในเรื่องการรวมหน่วยของ[[สหภาพยุโรป]]<ref>Trechsel (2005)</ref>
 
=== สหรัฐอเมริกา ===
}}
จอห์น วิเธอร์สปูน ซึ่งเป็นผู้เซ็นรับ[[คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา]]กล่าวว่า
"ประชาธิปไตยบริสุทธิ์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานด้วย ไม่สามารถใช้ในส่วนต่าง ๆ ของรัฐด้วย (เพราะ) มันตกอยู่ใต้การทำตามอำเภอใจและตามความบ้าเนื่องจากความคลั่งไคล้ของประชาชน"
ส่วน[[อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน]] ผู้เป็นบิดาของประเทศและเลขาธิการกระทรวงการคลังสหรัฐคนแรก ได้กล่าวไว้ว่า
"จุดยืนว่า ถ้าประชาธิปไตยบริสุทธิ์สามารถปฏิบัติได้ ก็จะเป็นระบบการปกครองที่สมบูรณ์ที่สุด
และรูปร่างของมันก็พิกลพิการ"<ref>{{Harvnb | Zagarri | 2010 | p = 97}}</ref>
 
แม้ว่าผู้กำหนดกรอบจะตั้งใจเช่นนี้เมื่อตั้งประเทศ ทั้งการเสนอกฎหมายเพื่อลงคะแนนโดยประชาชน (ballot measure) และการออกเสียงลงประชามติที่เป็นของคู่กัน ก็ได้ใช้อย่างกว้างขวางในทั้งระดับ[[รัฐ (สหรัฐอเมริกา)|รัฐ]]และระดับท้องถิ่นอื่น ๆ
และก็มีกฎหมายที่ตั้งโดยการพิพากษา (case law) ต่าง ๆ ในทั้งระดับรัฐและระดับประเทศระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1900 จนถึง 1990 ที่ป้องกันสิทธิอำนาจของประชาชนในการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยตรง<ref>
{{cite book | authors = Magleby, David B | year = 1984 | title = Direct Legislation: Voting on Ballot Propositions in The United States | publisher = Johns Hopkins University Press}}</ref><ref>
 
ส่วนประธานาธิบดี[[ธีโอดอร์ โรสเวลต์]] ในปาฐกถาปี 2455 หัวข้อว่า กฎบัตรของประชาธิปไตย (Charter of Democracy) ที่ให้ ณ การประชุมใหญ่เรื่องรัฐธรรมนูญใน[[รัฐโอไฮโอ]] กล่าวว่า
"ผมเชื่อมั่นในกระบวนการริเริ่มออกกฎหมายและการออกเสียงลงประชามติ ซึ่งควรใช้ไม่ใช่เพื่อทำลายรัฐบาลแบบมีตัวแทน แต่เพื่อแก้ไขเธอเมื่อเธอไม่เป็นตัวแทนที่ดี"<ref>{{Harvnb | Watts | 2010 | p = 75}}</ref>
 
ในรัฐต่าง ๆ การออกเสียงขอ/ลงประชามติที่ประชาชนสามารถใช้อำนาจรวมทั้ง{{ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน | date = 2011-05}}
* '''การส่งต่อ''' (Referral) ให้ประชาชนโดยฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวกับ "'''การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เสนอ'''" (proposed constitutional amendments) ซึ่งเป็นบัญญัติตามรัฐธรรมนูญของรัฐ 49 รัฐยกเว้น[[รัฐเดลาแวร์]] (Initiative & Referendum Institute, 2004)
* การส่งต่อให้ประชาชนโดยฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวกับ "'''บทบัญญัติกฎหมายที่เสนอ'''" (proposed statute laws) ซึ่งเป็นบัญญัติตามรัฐธรรมนูญของรัฐ 50 รัฐ (Initiative & Referendum Institute, 2004)
* '''การริเริ่มการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ''' (Constitutional amendment initiative) เป็นกระบวนการเรียกร้องที่กำหนดในรัฐธรรมนูญเพื่อ "กฎหมายหมายในรัฐธรรมนูญที่เสนอ" ซึ่งถ้าสำเร็จ ก็จะมีผลเป็นบทบัญญัติที่ระบุโดยตรงในรัฐธรรมนูญระดับรัฐ เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถแก้บัญญัติในรัฐธรรมนูญได้ องค์เช่นนี้ของประชาธิปไตยโดยตรงให้อำนาจที่เหนือกว่าและสูงสุดแก่ประชาชนโดยอัตโนมัติ เหนือกว่ารัฐบาลที่เป็นผู้แทน (Magelby, 1984) ซึ่งใช้ใน 19 รัฐคือ [[แอริโซนา]] [[อาร์คันซอ]] [[แคลิฟอร์เนีย]] [[โคโลราโด]] [[ฟลอริดา]] [[อิลลินอยส์]] [[ลุยเซียนา]] [[แมสซาชูเซตส์]] [[มิชิแกน]] [[มิสซิสซิปปี]] [[มิสซูรี]] [[มอนแทนา]] [[เนแบรสกา]] [[เนวาดา]] [[นอร์ทดาโคตา]] [[โอไฮโอ]] [[โอคลาโฮมา]] [[ออริกอน]] [[เซาท์ดาโคตา]]<ref name=Cronin1989>{{cite book | author1-last = Cronin | author1-first = Thomas E. | year = 1989 | title = Direct Democracy: The Politics of Initiative, Referendum and Recall | location = Cambridge, MA | publisher = Harvard University Press}}</ref> ในบรรดารัฐเหล่านี้ การริเริ่มเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมี 3 รูปแบบหลัก โดยฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐจะมีบทบาทในระดับต่าง ๆ กัน ซึ่งเป็นตัวแยกแยะรูปแบบ<ref name=Zimmerman-1999-12 />
* '''การริเริ่มบัญญัติกฎหมาย''' (Statute law initiative) เป็นกระบวนการเรียกร้องที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ เริ่มโดยประชาชนในเรื่อง "บัญญัติกฎหมายที่เสนอ" ซึ่งถ้าผ่าน ก็จะมีผลเป็นกฎหมายเขียนลงในบัญญัติกฎหมายของรัฐโดยตรง ซึ่งใช้ในรัฐ 21 รัฐ คือ [[อะแลสกา]] แอริโซนา อาร์คันซอ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด [[ไอดาโฮ]] [[รัฐเมน|เมน]] แมสซาชูเซตส์ มิชิแกน มิสซูรี มอนแทนา เนแบรสกา เนวาดา โอไฮโอ โอคลาโฮมา ออริกอน เซาท์ดาโคตา [[ยูทาห์]] [[รัฐวอชิงตัน|วอชิงตัน]] และ[[ไวโอมิง]]<ref name=Cronin1989 /> ให้สังเกตว่า การออกกฎหมายโดยประชาชน (คือ การริเริ่มบัญญัติกฎหมายและการออกเสียงขอ/ลงประชามติ) ไม่ใช่เป็นบัญญัติในรัฐธรรมนูญของยูทาห์ แต่เป็นบทบัญญัติกฎหมายของรัฐ<ref name=Zimmerman-1999-12 /> ในรัฐโดยมาก กฎหมายที่ออกโดยประชาชนจะไม่พิเศษ คือฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเริ่มเปลี่ยนกฎหมายได้ทันที
* '''การออกเสียงขอประชามติสำหรับบัญญัติกฎหมาย''' (Statute law referendum) เป็นกระบวนการเรียกร้องที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ เริ่มโดยประชาชนเพื่อ "การเสนอยับยั้งกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดหรือบางส่วน" ซึ่งถ้าผ่าน ก็จะยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งใช้ในระดับรัฐ 24 รัฐ คือ อะแลสกา แอริโซนา อาร์คันซอ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด ไอดาโฮ [[เคนทักกี]] เมน [[แมริแลนด์]] แมสซาชูเซตส์ มิชิแกน มิสซูรี มอนแทนา เนแบรสกา เนวาดา [[นิวเม็กซิโก]] นอร์ทดาโคตา โอไฮโอ โอคลาโฮมา ออริกอน เซาท์ดาโคตา ยูทาห์ วอชิงตัน และไวโอมิง<ref name=Cronin1989 />
*'''การถอดถอน''' (recall) เป็นกระบวนการเรียกร้องที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ เริ่มโดยประชาชนเพื่อถอดผู้ได้รับเลือกตั้งจากตำแหน่ง ในรัฐและเขตท้องถิ่นโดยมากที่มีกระบวนการเช่นนี้ ประชาชนจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นพร้อม ๆ กับลงคะแนนเพื่อถอดถอนตำแหน่ง โดยคนที่ได้รับเลือกตั้งในบัตรนี้จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งคนต่อไป ถ้าการถอดถอนผ่าน เป็นกระบวนการซึ่งใช้ในรัฐ 19 รัฐ คือ อะแลสกา แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด [[รัฐจอร์เจีย|จอร์เจีย]] ไอดาโฮ อิลลินอยส์ [[แคนซัส]] [[ลุยเซียนา]] มิชิแกน [[มินนิโซตา]] มอนแทนา เนวาดา [[นิวเจอร์ซีย์]] นอร์ทดาโคตา ออริกอน [[โรดไอแลนด์]] วอชิงตัน และ[[วิสคอนซิน]]<ref>{{cite web | date = 2011 | title = Recall Of State Officials | url = http://www.ncsl.org/default.aspx?tabid =16581 | publisher = National Conference of State Legislatures }}</ref>
 
ปัจจุบันมีรัฐ 24 รัฐที่มีกระบวนการทางประชาธิปไตยโดยตรงที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญและเริ่มโดยประชาชน<ref name=Zimmerman-1999-12 />
 
== ทางเลือกการปฏิรูปประชาธิปไตยที่ยาก 3 อย่าง ==
นักทฤษฎีเกี่ยวกับประชาธิปไตยได้ระบุลักษณะที่พึงปรารถนาแต่ได้พร้อมกันยาก 3 อย่างในระบบประชาธิปไตยโดยตรงที่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้เกิดทางเลือก 3 อย่างที่ได้พร้อมกันยากคือ
ลักษณะ 3 อย่างก็คือ
# '''การมีส่วนร่วม''' - คือประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
# '''การปรึกษาหารือ/การอภิปราย''' - คือมีการสนทนากันโดยเหตุผลที่แสดงน้ำหนักของมุมมองสำคัญต่าง ๆ ตามหลักฐาน
# '''ความเท่าเทียมกัน''' - คือประชาชนทั้งหมดที่มีอำนาจตัดสินมีโอกาสได้การพิจารณามุมมองของตนเสมอกัน
[[หลักฐานเชิงประสบการณ์]]จากงานศึกษาเป็นโหล ๆ แสดงว่า การปรึกษาหารือ/การอภิปราย ทำให้ตัดสินใจได้ดีกว่า<ref name="Ross2011-Chapter-3" /><ref name=Stokes1998>{{Harvnb | Stokes | 1998 }} ซูซาน สโตรกส์กล่าวในเรียงความสำคัญชื่อว่า "พยาธิของการปรึกษาหารือ" ยอมรับว่า นักวิชาการโดยมากมีความเห็นเช่นนี้</ref>
ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตรงที่คัดค้านกันมากที่สุดก็คือ การออกเสียงขอ/ลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ<ref>{{cite journal | authors = Jarinovska, K | year = 2013 | url = http://www.juridicainternational.eu/index.php?id=15331 | title = Popular Initiatives as Means of Altering the Core of the Republic of Latvia | journal = Juridica International | volume = 20 | pages = 152 | ISSN = 1406-5509}} </ref>
 
แต่ว่า ยิ่งมีผู้เข้าร่วมเท่าไร ก็ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้นเท่านั้นเพื่อจัดให้มีการสนทนาที่มีคุณภาพ และให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นกลาง{{ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน | date = 2012-08}}
อนึ่ง ยากที่คนแต่ละคนจะมีส่วนให้ข้อมูลอย่างสำคัญ เมื่อมีคนจำนวนมากร่วมกันสนทนา{{ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน | date = 2012-08}}
ในระบบที่เคารพความเท่าเทียมกันทางการเมือง ไม่ "ทุกคน" ก็จะต้องมีส่วนร่วม หรือไม่ก็จะต้องสุ่มตัวอย่างบุคคลเป็นตัวแทนในการสนทนา
 
ตามนัก[[รัฐศาสตร์]]ที่[[มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด]] เจมส์ ฟิชกิน [[ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ]]นิยามว่าเป็นรูปแบบประชาธิปไตยโดยตรงที่ตอบสนองต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการให้มีการปรึกษาหารือและความเท่าเทียมกัน แต่ก็ไม่ได้ให้ทุกคนผู้ต้องการมีส่วนต้องได้ส่วนร่วม
ส่วนเทียบกับ[[ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม]]ที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ แต่จำต้องสังเวยความเท่าเทียมกัน เพราะถ้าอนุญาตให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วไป การมีทรัพยากรสำหรับเพื่อสนับสนุนประชาชนผู้ให้เวลาเพื่อมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือเป็นไปได้ยาก
ดังนั้น ผู้เข้าร่วมก็มักจะเป็นบุคคลที่มีความสนใจ/มีผลประโยชน์ในเรื่องที่จะตัดสินสูง และบ่อยครั้งจะไม่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด<ref> ฟิชกินแสดงนัยว่า พวกเขาอาจจะถูกรวมพลโดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ หรืออาจประกอบด้วยบุคคลที่เป็นเหยื่อ[[การโฆษณาชวนเชื่อ]]ทางการเมือง ซึ่งก็จะทำให้มีความคิดเห็นที่ร้อนแรงหรือบิดเบือน </ref>
 
ฟิชกินเสนอแทนว่า การชักตัวอย่างแบบสุ่มควรใช้เลือกคนจำนวนน้อยที่ยังสามารถเป็นตัวแทนได้ จากประชาชนทั่วไป<ref name ="FishkinCh2&3" /><ref name="Ross2011-Chapter-3"/>
ดังที่ใช้ใน[[ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ]]ที่เขาสนับสนุน
ฟิชกินยอมรับว่า ระบอบที่แก้ปัญหาทั้งสามอย่างอาจเป็นไปได้ แต่ว่า จะต้องมีการปฏิรูปอย่างสุด ๆ ถ้าระบบที่ว่าจะสามารถรวมเข้ากับระบอบการเมืองการปกครองกระแสหลักได้
 
{{anchor | electronic}}<!-- มีลิงก์จากที่อื่น กรุณาอย่าลบหรือเปลี่ยนโดยไม่แก้ลิงก์ด้วย -->
ซึ่งบางครั้งก็เรียกเป็นชื่อภาษาอังกฤษอย่างอื่น ๆ ได้ด้วยเช่น open-source governance ([[วิธีการปกครองแบบโอเพนซอร์ซ]]) หรือ collaborative governance (วิธีการปกครองแบบปรึกษาหารือ)
 
ระบบนี้ให้ออกคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิคส์ หรือด้วยวิธีการอย่างอื่น ๆ เพื่อลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิคส์
และเหมือนกับประชาธิปไตยโดยตรงแบบอื่น ๆ ประชาชนจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเกี่ยวกับนิติบัญญัติ เขียนกฎหมายใหม่ และถอดถอนผู้แทน ถ้ายังมีผู้แทนอยู่
 
สถาบันเทคโนโลยีฟลอลิดาได้ทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุน EDD<ref>{{cite conference | authors = Kattamuri et al | title = Supporting Debates Over Citizen Initiatives | conference = Digital Government Conference | pp = 279-280 | year = 2005}}</ref>
ซึ่งสถาบันเองก็ได้ใช้ในองค์กรต่าง ๆ ของนักศึกษา
อนึ่ง ยังมีโปรเจ็กต์พัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกมาก<ref>{{cite web | title = List of active projects involved in the Metagovernment project | url = http://www.metagovernment.org/wiki/Active_projects}}</ref>
ตลอดจนโครงการสนับสนุนอื่น ๆ<ref>{{cite web | title = List of related projects] from the Metagovernment project | url = http://www.metagovernment.org/wiki/Related_projects}}</ref>
มีหลายโครงการที่ทำงานร่วมมือกันโดยใช้สถาปัตยกรรม[[ข้ามแพลตฟอร์ม]] ภายใต้โครงการ Metagovernment (อภิรัฐบาล)<ref>{{cite web | title = Standardization project of the Metagovernment project | url = http://www.metagovernment.org/wiki/Standardization }}</ref>
* ในสวิตเซอร์แลนด์ ที่ปกครองด้วยประชาธิปไตยโดยตรงเป็นบางส่วน ก็กำลังดำเนินการใช้ระบบเช่นนี้<ref>{{cite web | date = 2004 | title = Electronic Voting in Switzerland | url = http://www.swissworld.org/dvd_rom/eng/direct_democracy_2004/content/votes/e_voting.html | archiveurl = https://web.archive.org/web/20070212194901/www.swissworld.org/dvd_rom/eng/direct_democracy_2004/content/votes/e_voting.html | archivedate = 2007-02-12 }}</ref>
* พรรคประชาธิปไตยโดยตรงออนไลน์ (Online Direct Democracy, ชื่อเดิม Senator Online) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใน[[ประเทศออสเตรเลีย]]ที่ได้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของรัฐบาลกลางออเสตรเลียในปี 2550 ได้เสนอใช้ระบบ EDD เพื่อให้คนออสเตรเลียตัดสินว่า สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกจะลงคะแนนออกเสียงในแต่ละเรื่องอย่างไร<ref>{{Cite web | title = Senator On-Line | url = http://senatoronline.com.au/ | accessdate = 2008-06-03}}</ref>
* มีโครงการริเริ่มคล้ายกันปี 2545 ของพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง (Direktdemokraterna, ชื่อเดิม Aktivdemokrati) ในการสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในรัฐสภา[[สวีเดน]] ซึ่งเสนอให้สมาชิกมีอำนาจตัดสินการดำเนินการของพรรคทั่วไปหรือในบางเรื่อง หรือให้ใช้โดยเป็นทางเลือก การมีผู้แทนที่อันสมาชิกมีอำนาจสามารถถอดถอนได้ทันทีในเรื่องบางเรื่องโดยเป็นทางเลือก
ตั้งแต่ต้นปี 2554 พรรคการเมืองแบบ EDD เช่นนี้ก็เริ่มร่วมมือกันผ่านองค์กร Participedia wiki<ref>{{cite web | date = 2011-01-30 | title = E2D International | url = http://participedia.net/organizations/e2d-international | deadurl = no | publisher = Participedia wiki | accessdate = https://web.archive.org/web/20160726104221/http://participedia.net:80/organizations/e2d-international }}</ref>
 
 
ฟลักซ์ (Flux) เป็นขบวนการทางการเมืองมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนระบบนิติบัญญัติแบบเลือกตั้งของโลกด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ใหม่ที่เรียกว่า issue-based direct democracy (ประชาธิปไตยโดยตรงตามประเด็นปัญหา)
เป็นขบวนการที่เกิดและมีการดำเนินงานมากที่สุดใน[[ออสเตรเลีย]] แต่ก็เป็นขบวนการสากลด้วยโดยมีกลุ่มดำเนินการใน[[ประเทศบราซิล]]<ref>{{cite web | date = 2016 | title = FLUX BRASIL | url = https://voteflux.com.br/ }}</ref>
 
== ความสัมพันธ์กับขบวนการอื่น ๆ ==
== ในสถาบันการศึกษา ==
<!--เผื่ออนาคต {{บทความหลัก | Democratic school }} -->
โรงเรียนประชาธิปไตย (democratic school) มีหลักอำนวยสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาแบบประชาธิปไตย โดยให้ส่วนร่วม "ที่สมบูรณ์และเท่าเทียม" เพื่อการตัดสินใจ แก่ทั้งนักเรียนและคณะทำงาน
สิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้เช่นนี้ ตั้งเสียงของเยาชนเยาวชนให้เป็นหลักในกระบวนการศึกษา โดยจัดให้นักเรียนมีส่วนร่วมผ่านประสบการณ์ในการดำเนินการของโรงเรียนทุกอย่าง รวมทั้งการเรียนรู้ การสอน ความเป็นผู้นำ ความยุติธรรม และกระบวนการประชาธิปไตย<ref>
{{cite book | authors = Greenberg, D | year = 1992 | title = Education in America - A View from Sudbury Valley | quote = Democracy must be Experienced to be Learned}} {{Page needed | date = 2010-07}}</ref><ref>
{{cite web | authors = Greenberg, D | date = 1987 | title = The Sudbury Valley School Experience | at = Teaching Justice Through Experience }} {{Page needed | date = 2010-07}}</ref>
แต่ก็ได้ชัยชนะเมื่ออุทธรณ์ศาลสูงอังกฤษปี 2542 หลังจากถูกขู่ว่าจะให้ปิด
แล้วออกคำแถลงการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยยืนยันว่า
"กระทรวงยอมรับว่า โรงเรียนมีสิทธิในการมีปรัชญาของตนเอง และการตรวจสอบ (ของรัฐ) ทุกอย่างควรคำนึงถึงจุดมุ่งหมายของสถาบันเพื่อเป็นโรงเรียน "'อิสระ"' สากล..
ทั้งสองฝ่ายกล่าวยืนยันตกลงร่วมกันว่า นักเรียนควรมีเสียงเป็นตัวแทนในการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ รร. ซัมเมอร์ฮิลล์
และว่า การตรวจสอบต้องพิจารณาการเรียนรู้ทุกอย่างที่โรงเรียน เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่บทเรียน"<ref>{{Cite web | url = http://news.bbc.co.uk./1/hi/education/688152.stm | title = Summerhill closure threat lifted | work = BBC News | accessdate = 2010-03-11}}</ref>
* [[เศรษฐศาสตร์แบบมีส่วนร่วม]]
* [[ลัทธิอิงสามัญชน]]
* [[การออกเสียงลงประชามติ]]
* [[Sociocracy|สังคมธิปไตย]]
* [[เผด็จการโดยเสียงข้างมาก]]
11,484

การแก้ไข