ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ ''พระองค์ดำ'' เป็นพระราชโอรสใน[[สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช]]และ[[พระวิสุทธิกษัตริย์]] พระราชธิดาของ[[สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ]]และ[[สมเด็จพระสุริโยทัย]] เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่[[พระราชวังจันทน์]] [[เมืองพิษณุโลก]] พระองค์มีพระเชษฐภคินีคือ[[พระสุพรรณกัลยา]] และพระอนุชาคือ[[สมเด็จพระเอกาทศรถ]] (พระองค์ขาว)
 
ขณะที่ทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก จนกระทั่ง[[พระเจ้าบุเรงนอง]]ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลกใน[[สงครามช้างเผือก]] สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เจ้าเมืองพิษณุโลก ยอมอ่อนน้อมต่อหงสาวดีจึงทำให้เมืองพิษณุโลกต้องเป็นเมืองประเทศราชของกรุง[[หงสาวดี]]และไม่ขึ้นต่อ[[กรุงศรีอยุธยา]] [[พระเจ้าบุเรงนอง]]ทรงขอพระสุพรรณกัลยาและพระนเรศวรไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีใน พ.ศ. 2107 ทำให้พระองค์ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา ประทับอยู่กรุงหงสาวดี 8 ปี เสด็จกลับกรุงอโยธาพระชนมายุ 17 พรรษา พ.ศ. 2115
 
ครั้งที่ประทับอยู่ในกรุงเมืองหงสาวดีก็ได้แสดงความพระปรีชาสามารถให้ปรากฏหลายต่อหลายครั้ง เหตุการณ์สำคัญ คือ การเข้าสู้ศึกสนาม[[บ่อนไก่]]ชน "จะตีพนันเอาบ้านเอาเมืองกันก็ยังได้"{{citation needed}}
 
=== ปกครองเมืองพิษณุโลก ===
 
อย่างไรก็ตามก็มีหลักฐานเกี่ยวกับพระอัครมเหสีรวมไปถึงพระราชโอรสและพระราชธิดาน้อยมาก เนื่องจากผู้ที่เขียนจดหมายเหตุสเปนเองก็บันทึกจากผู้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่รู้รายละเอียด รวมไปถึงพงศาวดารของพม่าที่กล่าวถึงพระราชธิดาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างผ่าน ๆ เท่านั้น<ref>กิตติ วัฒนะมหาตม์, หน้า 334</ref> ภายหลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตแล้ว ราชสมบัติจึงตกแก่สมเด็จพระเอกาทศรถ<ref name="ชีวิตส่วนพระองค์">ชาดา นนทวัฒน์, หน้า 175</ref>
 
== พระบรมราชานุสรณ์ ==
<center>
<gallery>
ไฟล์:Seal Tak.png|ตราประจำ[[จังหวัดตาก]]
ไฟล์:Seal Suphanburi.png|ตราประจำ[[จังหวัดสุพรรณบุรี]]
ไฟล์:Seal Nongbualamphu.png|ตราประจำ[[จังหวัดหนองบัวลำภู]]
</gallery>
</center>
[[ไฟล์:Donchediwarmrl0609.jpg|thumb|150px|[[พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์]] [[จังหวัดสุพรรณบุรี]]]]
[[ไฟล์:Royal statue king naresuan ay.jpg|thumb|150px|[[พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช]] [[จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]]]]
* [[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]ได้ทรงสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้เป็นที่สักการบูชา ในสมัย[[รัตนโกสินทร์]] [[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]]ก็ได้โปรดให้สร้างไว้อีก พระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรยังประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชา อยู่ใน[[พระที่นั่งภานุมาศจำรูญ]] (ปัจจุบันคือ [[พระที่นั่งบรมพิมาน]]) จนทุกวันนี้<ref>วิบูลย์ วิจิตรวาทการ, หน้า 61</ref>
* [[ตราประจำจังหวัดของไทย]]ที่มีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ [[จังหวัดสุพรรณบุรี]] [[จังหวัดตาก]] และ[[จังหวัดหนองบัวลำภู]]
* มีการสร้างพระบรมราชานุสรณ์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น พระบรมราชานุสรณ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[พระราชวังจันทน์]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช [[จังหวัดพิษณุโลก]], พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[มหาวิทยาลัยนเรศวร]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], [[พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์]] [[จังหวัดสุพรรณบุรี]], ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ริมหนองบัวลำภู ใน[[จังหวัดหนองบัวลำภู]] เป็นต้น
* มีการนำพระนามของสมเด็จพระนเรศวรมหาราขไปตั้งเป็นชื่อของ[[มหาวิทยาลัยนเรศวร]] จังหวัด[[พิษณุโลก]]<ref>[http://www.lib.nu.ac.th/his_nu/main.htm ประวัติมหาวิทยาลัยนเรศวร]</ref><ref name="ประวัติมหาวิทยาลัยนเรศวร">รังสรรค์ วัฒนะ. '''อนุทินของการเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร.''' กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, 2547.</ref> และค่ายทหารต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่จังหวัด[[พิษณุโลก]] ค่ายนเรศวร ที่[[จังหวัดลพบุรี]] ค่ายนเรศวรมหาราช ที่[[อำเภอแม่แตง]] [[จังหวัดเชียงใหม่]] เป็นต้น ส่วนทาง[[กรมตำรวจ]]ได้นำพระนามของพระองค์มาตั้งเป็นชื่อค่าย[[ตำรวจตระเวนชายแดน]]ที่[[อำเภอชะอำ]] [[จังหวัดเพชรบุรี]]ว่า "ค่ายนเรศวร" ด้วยเช่นกัน<ref>[http://www2.bpp.go.th/paru/ ค่ายนเรศวร กองบัคับการตำรวจตระเวนชายแดน]</ref>
* ชาวไทยนิยมนำหุ่นรูป[[ไก่ชน]]พันธุ์[[เหลืองหางขาว]]ไปบนบานกับพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเชื่อกันว่าเป็นไก่พันธุ์เดียวกับตัวที่เอาชนะไก่ชนของพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีได้<ref>[http://www.moohin.com/trips/prachinburi/kaichon/ ชมหุ่นไก่ชนนับพันตัวที่ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมืองปราจีนบุรี] moohin.com</ref>
 
วันที่ 25 มกราคมของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระลึกถึงพระองค์ผู้ทรงต่อสู้อริราชศัตรูและทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะพระมหาอุปราชา และทรงกอบกู้เอกราชประกาศอิสรภาพจาก[[การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่หนึ่ง]]
 
* ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีอยู่หลายแห่ง เช่น ที่สนามนเรศวร หน้าศูนย์ราชการ[[อำเภอเมืองหนองบัวลำภู]] กล่าวกันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เคยมาประทับแรมที่หนองบัวลำภูเมื่อ พ.ศ. 2117 ศาลอีกแห่งหนึ่งคือที่จังหวัดหนองบัวลำภู ปั้นโดย[[กรมศิลปากร]] เมื่อ พ.ศ. 2511 ตั้งอยู่ในบริเวณ[[พิพิธภัณฑ์สุสานหอยหิน 150 ล้านปี]] ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู
 
== ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ==
ได้มีการนำพระราชประวัติของพระองค์สร้างมาสร้างเป็นภาพยนตร์ 3 ครั้ง ครั้งแรก ใช้ชื่อว่า ''[[นเรศวรมหาราช]]'' ในปี [[พ.ศ. 2500]] ครั้งที่ 2 ใช้ชื่อว่า ''[[มหาราชดำ]]'' ในปี [[พ.ศ. 2522]]<ref>[http://www.siamzone.com/movie/m/117 มหาราชดำ] siamzone.com</ref> และครั้งที่ 3 ใช้ชื่อว่า ''[[ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช]]'' ในปี [[พ.ศ. 2550]]<ref>[http://www.thaicinema.org/kit28nare.asp ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช]</ref> เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง ''[[กษัตริยา]]'' ควบคู่กับ ''[[มหาราชกู้แผ่นดิน]]'' ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ [[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ]] มีพระชนมายุครบ 72 พรรษา ใน [[พ.ศ. 2542]] โดย[[บริษัท กันตนา จำกัด]] เป็นผู้ผลิตรายการ ออกฉายทาง[[สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5]] ในช่วงปี [[พ.ศ. 2545]] ถึง [[พ.ศ. 2546]]<ref>[http://movie.sanook.com/drama/drama_06128.php กษัตริยา] movie.sanook.com</ref>
 
พระราชประวัติของพระองค์ยังได้มีการนำไปสร้างเป็นละครเรื่อง ''[[สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ละครโทรทัศน์)|สมเด็จพระนเรศวรมหาราช]]'' เมื่อ [[พ.ศ. 2530]] ทาง[[ไทยทีวีสีช่อง 3]] และได้รับ[[รางวัลโทรทัศน์ทองคำ]]ในปีนั้นถึง 5 รางวัล ภายหลังมีการนำละครเรื่องนี้มาฉายใหม่ทางช่อง [[สทท.11]] อีกครั้ง (ประมาณ พ.ศ. 2540) เช่นเดียวกับการนำไปสร้างเป็นหนังสือการ์ตูนอยู่หลายครั้ง เช่น ''[[มหากาพย์กู้แผ่นดิน]]'' ผลงานของ[[มนตรี คุ้มเรือน]] เป็นต้น<ref>มนตรี คุ้มเรือน. '''มหากาพย์กู้แผ่นดิน บทอวสาน: มหาสงครามยุทธหัตถี'''. กรุงเทพฯ : คลีเนทีฟ, 2550. ISBN 978-974-06-5407-0</ref>
 
[[ไม้ เมืองเดิม]] ได้นำเหตุการณ์ในสมัยนี้ไปใช้เป็นฉากในนวนิยายเรื่อง [[ขุนศึก (นวนิยาย)|ขุนศึก]] ซึ่งตัวเอกของเรื่องคือ เสมา ทหารในสมัยสมเด็จพระนเรศวรซึ่งมีชาติกำเนิดเป็น[[ช่างตีเหล็ก]] นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เช่นกัน<ref>[http://www.siamzone.com/movie/m/1394 ขุนศึก] siamzone.com</ref><center>
 
== พงศาวลี ==
<center>
'''พระราชตระกูลในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช '''
</center>{{ahnentafel-compact5
<center>
{{ahnentafel-compact5
|style=font-size: 90%; line-height: 110%;
|border=1
|25=
}}
== พระบรมราชานุสรณ์ ==
<center>
<gallery>
ไฟล์:Seal Tak.png|ตราประจำ[[จังหวัดตาก]]
ไฟล์:Seal Suphanburi.png|ตราประจำ[[จังหวัดสุพรรณบุรี]]
ไฟล์:Seal Nongbualamphu.png|ตราประจำ[[จังหวัดหนองบัวลำภู]]
</gallery>
</center>
[[ไฟล์:Donchediwarmrl0609.jpg|thumb|150px|[[พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์]] [[จังหวัดสุพรรณบุรี]]]]
[[ไฟล์:Royal statue king naresuan ay.jpg|thumb|150px|[[พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช]] [[จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]]]]
* [[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]ได้ทรงสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้เป็นที่สักการบูชา ในสมัย[[รัตนโกสินทร์]] [[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]]ก็ได้โปรดให้สร้างไว้อีก พระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรยังประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชา อยู่ใน[[พระที่นั่งภานุมาศจำรูญ]] (ปัจจุบันคือ [[พระที่นั่งบรมพิมาน]]) จนทุกวันนี้<ref>วิบูลย์ วิจิตรวาทการ, หน้า 61</ref>
* [[ตราประจำจังหวัดของไทย]]ที่มีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ [[จังหวัดสุพรรณบุรี]] [[จังหวัดตาก]] และ[[จังหวัดหนองบัวลำภู]]
* มีการสร้างพระบรมราชานุสรณ์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น พระบรมราชานุสรณ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[พระราชวังจันทน์]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช [[จังหวัดพิษณุโลก]], พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ [[มหาวิทยาลัยนเรศวร]] [[จังหวัดพิษณุโลก]], [[พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์]] [[จังหวัดสุพรรณบุรี]], ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ริมหนองบัวลำภู ใน[[จังหวัดหนองบัวลำภู]] เป็นต้น
* มีการนำพระนามของสมเด็จพระนเรศวรมหาราขไปตั้งเป็นชื่อของ[[มหาวิทยาลัยนเรศวร]] จังหวัด[[พิษณุโลก]]<ref>[http://www.lib.nu.ac.th/his_nu/main.htm ประวัติมหาวิทยาลัยนเรศวร]</ref><ref name="ประวัติมหาวิทยาลัยนเรศวร">รังสรรค์ วัฒนะ. '''อนุทินของการเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร.''' กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, 2547.</ref> และค่ายทหารต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่จังหวัด[[พิษณุโลก]] ค่ายนเรศวร ที่[[จังหวัดลพบุรี]] ค่ายนเรศวรมหาราช ที่[[อำเภอแม่แตง]] [[จังหวัดเชียงใหม่]] เป็นต้น ส่วนทาง[[กรมตำรวจ]]ได้นำพระนามของพระองค์มาตั้งเป็นชื่อค่าย[[ตำรวจตระเวนชายแดน]]ที่[[อำเภอชะอำ]] [[จังหวัดเพชรบุรี]]ว่า "ค่ายนเรศวร" ด้วยเช่นกัน<ref>[http://www2.bpp.go.th/paru/ ค่ายนเรศวร กองบัคับการตำรวจตระเวนชายแดน]</ref>
* ชาวไทยนิยมนำหุ่นรูป[[ไก่ชน]]พันธุ์[[เหลืองหางขาว]]ไปบนบานกับพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเชื่อกันว่าเป็นไก่พันธุ์เดียวกับตัวที่เอาชนะไก่ชนของพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดีได้<ref>[http://www.moohin.com/trips/prachinburi/kaichon/ ชมหุ่นไก่ชนนับพันตัวที่ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมืองปราจีนบุรี] moohin.com</ref>
 
วันที่ 25 มกราคมของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระลึกถึงพระองค์ผู้ทรงต่อสู้อริราชศัตรูและทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะพระมหาอุปราชา และทรงกอบกู้เอกราชประกาศอิสรภาพจาก[[การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่หนึ่ง]]
 
* ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีอยู่หลายแห่ง เช่น ที่สนามนเรศวร หน้าศูนย์ราชการ[[อำเภอเมืองหนองบัวลำภู]] กล่าวกันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เคยมาประทับแรมที่หนองบัวลำภูเมื่อ พ.ศ. 2117 ศาลอีกแห่งหนึ่งคือที่จังหวัดหนองบัวลำภู ปั้นโดย[[กรมศิลปากร]] เมื่อ พ.ศ. 2511 ตั้งอยู่ในบริเวณ[[พิพิธภัณฑ์สุสานหอยหิน 150 ล้านปี]] ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู
 
== ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ==
พระราชประวัติของพระองค์สร้างเป็นภาพยนตร์ 3 ครั้ง ครั้งแรก ใช้ชื่อว่า ''[[นเรศวรมหาราช]]'' ในปี [[พ.ศ. 2500]] ครั้งที่ 2 ใช้ชื่อว่า ''[[มหาราชดำ]]'' ในปี [[พ.ศ. 2522]]<ref>[http://www.siamzone.com/movie/m/117 มหาราชดำ] siamzone.com</ref> และครั้งที่ 3 ใช้ชื่อว่า ''[[ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช]]'' ในปี [[พ.ศ. 2550]]<ref>[http://www.thaicinema.org/kit28nare.asp ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช]</ref> เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง ''[[กษัตริยา]]'' ควบคู่กับ ''[[มหาราชกู้แผ่นดิน]]'' ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ [[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ]] มีพระชนมายุครบ 72 พรรษา ใน [[พ.ศ. 2542]] โดย[[บริษัท กันตนา จำกัด]] เป็นผู้ผลิตรายการ ออกฉายทาง[[สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5]] ในช่วงปี [[พ.ศ. 2545]] ถึง [[พ.ศ. 2546]]<ref>[http://movie.sanook.com/drama/drama_06128.php กษัตริยา] movie.sanook.com</ref>
 
พระราชประวัติของพระองค์ยังได้มีการนำไปสร้างเป็นละครเรื่อง ''[[สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ละครโทรทัศน์)|สมเด็จพระนเรศวรมหาราช]]'' เมื่อ [[พ.ศ. 2530]] ทาง[[ไทยทีวีสีช่อง 3]] และได้รับ[[รางวัลโทรทัศน์ทองคำ]]ในปีนั้นถึง 5 รางวัล ภายหลังมีการนำละครเรื่องนี้มาฉายใหม่ทางช่อง [[สทท.11]] อีกครั้ง (ประมาณ พ.ศ. 2540) เช่นเดียวกับการนำไปสร้างเป็นหนังสือการ์ตูนอยู่หลายครั้ง เช่น ''[[มหากาพย์กู้แผ่นดิน]]'' ผลงานของ[[มนตรี คุ้มเรือน]] เป็นต้น<ref>มนตรี คุ้มเรือน. '''มหากาพย์กู้แผ่นดิน บทอวสาน: มหาสงครามยุทธหัตถี'''. กรุงเทพฯ : คลีเนทีฟ, 2550. ISBN 978-974-06-5407-0</ref>
 
[[ไม้ เมืองเดิม]] ได้นำเหตุการณ์ในสมัยนี้ไปใช้เป็นฉากในนวนิยายเรื่อง [[ขุนศึก (นวนิยาย)|ขุนศึก]] ซึ่งตัวเอกของเรื่องคือ เสมา ทหารในสมัยสมเด็จพระนเรศวรซึ่งมีชาติกำเนิดเป็น[[ช่างตีเหล็ก]] นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เช่นกัน<ref>[http://www.siamzone.com/movie/m/1394 ขุนศึก] siamzone.com</ref><center>
 
</center>
== อ้างอิง ==
<div style="overflow:scroll;height:300px;">
ผู้ใช้นิรนาม