ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พิษวิทยา"

เพิ่มขึ้น 59 ไบต์ ,  3 ปีที่แล้ว
== ประเภทของสารพิษ ==
ประเภทของสารพิษ
สารพิษสามารถแบ่งได้เป็น9ชนิด<br />
 
1.) สารพิษป้องกันกำจัดศัตรูพืช (Pesticides)
1.) สารพิษป้องกันกำจัดศัตรูพืช (Pesticides) หมายถึงสารพิษที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ออกฤทธิ์ทำลายหรือขับไล่ศัตรูพืชสัตว์ ส่วนมนุษย์เป็นตัวสร้างสารพิษที่สำคัญนั่นเอง
สารพิษป้องกันและกำจัดแมลง(Insecticides) เป็นสารพิษที่ใช้ป้องกันและกำจัดแมลง หนอนของพืช สัตว์ และมนุษย์ อาจเป็นสารพิษที่อยู่ในธรรมชาติหรือเป็นสารพิษที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น
<br />
 
สารพิษที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมี4กลุ่ม ได้แก่
👉สารพิษกำจัดวัชชพืช (herbicides) เป็นสารเคมีที่ใช้ป้องกันกำจัดวัชพืช ปัจจุบันมีสารพิษกำจัดวัชชพืชจำกน่ายอยู่มากกว่า150ชนิด หลายร้อยสูตรมีประสิทธิภาพการตกค้างอยู่ในดินเวลานาน ได้แก่ 2,4,5-7,2,4-D,ดาราบอน 85% อะตราซีน และอื่นๆ
👉สารพิษกำจัดเชื้อรา (fungicides) เป็นสารเคมีที่ใช้ป้องกันและกำจัดเชื้อราที่เมล็ดพืช ผลไม้ พืชพันธุ์ธัญญาหาร ตลอดจนเชื้อราบนผิวดิน สารพิษกลุ่นี้มีมากกว่า250ชนิด เช่น คอปเปอร์ซัลเฟต แคปเทน ไชเนป นาเนบ เบนเลท และอื่นๆ
👉สารพิษป้องกันกำจัดสัตว์แทะ (rodenticides) เป็นสารเคมีที่ใช้กำจัดหนูหรือสัตว์ฟันคู่ บางชนิดมีพิษร้ายแรงมาก ตัวอย่างของสารพิษพวกนี้ ได้แก่ โซเดียมโมโนฟลูออไรด์-อาซีเดท,ซิงค์ฟอสไซด์,วอฟาริน และอื่นๆ<br />
 
2.)โลหะหนัก
2.)โลหะหนัก เป็นสารพิษที่พบในธรรมชาติและที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น โลหะหนักที่สำคัญ ได้แก่
-ตะกั่ว เป็นโลหะที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ต่างๆมากมาย เช่น ใช้เป็นสารผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง ทำโลหะเจือ สีทาเหล็ก กระสุนปืน ใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมกรดซัลฟูริค เป็นต้น ตะกั่วสามารถปะปนอยู่ในอาหาร ในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมอื่นๆได้ ตะกั่วมีพิษทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดที่มีผลกระทบต่อประสาทและทำให้เกิดอันตรายต่อไต<br />
 
3.)สารระคายผิว
3.)สารระคายผิว เป็นสารที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบได้ ได้แก่ พวกที่ดึงน้ำออก เมื่อถูกผิวหนังจะดึงจ้ำออกผิว เกิดความร้อนให้กรดที่กัดผิวหนัง เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์,ซัลเฟอร์ไทรออกไซด์,ฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์,แคลเซียมออกไซด์,แคลเซียมคลอไรด์
-พวกที่ดึงน้ำออก เมื่อถูกผิวหนังจะดึงจ้ำออกผิว เกิดความร้อนให้กรดที่กัดผิวหนัง เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์,ซัลเฟอร์ไทรออกไซด์,ฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์,แคลเซียมออกไซด์,แคลเซียมคลอไรด์
-พวกที่ละลายไขมัน ได้แก่ ตัวทำละลายที่ใช้กันทั่วๆไป เช่น อะซีโตน ,อีเทอร์,เอสเตอ,สารละลายด่าง ตัวทำละลายนี้จะละลายไขมันตามธรรมชาติและอาจละลายผิวชั้นนอกได้ด้วย
-พวกที่ทำปฏิกิริยากับน้ำ น้ำจะทำให้สารหลายชนิดแตกตัวให้อิออน เช่น น้ำกับฟอสฟอรัสเพนตะคลอไรด์ ให้คลอได์อิออนและกรดไฮไฮโปโครัส เป็นต้น
-พวกรีดิวเซอร์ จะไปดึงออกซิเจนออกมาและส่งผลให้ผิวลอกหรือผิวชั้นนอดกหนาขึ้น เช่น ไฮโดควินโนน,ซัลไฟท์ เป็นต้น
-พวกออกซิไดเซอร์ ซึ่งจะรวมกับไฮโดรเจน ปล่อยออกซิเจนออกมา เช่น คลอรีน,เฟอร์รัคคลอไรด์,กรดโครมิล,สารเปอแมงกา-เนท เป็นต้น
-พวกทำให้เป็นมะเร็ง โดยไปกระตุ้นการเติบโตของชั้นผิวนอกและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง<br />
 
4.)สารที่เป็นผงหรือฝุ่นซึ่งมีอนุภาคเล็กๆ
4.)สารที่เป็นผงหรือฝุ่นซึ่งมีอนุภาคเล็กๆ เข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ ตัวอย่างเช่น ผงฝุ่นของแอสเบสเตอสทำให้เกิดโรคปอดแข็ง (Asbestosis) ผงฝุ่นของซิลิเกทเป็นอันตรายต่อปอด ผงฝุ่นของโลหะต่างๆ เช่น ตะกั่ว,ปรอท,แคดเมี่ยม และอื่นๆ<br />
 
5.)สารที่ไอเป็นพิษ
5.)สารที่ไอเป็นพิษ เป็นสารเคมีที่ให้ไอพิษ หากสูดดมเข้าไปทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่ ตัวทำละลายชนิดต่างๆ เช่น เบนซิน,คาร์บอนไดซัลไฟต์,คาร์บอนเคดตะคลอไรด์,เมทธิบแอลกอฮอล์<br />
 
6.)ก๊าซพิษ
6.)ก๊าซพิษ มีหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมทจัมีก๊าซพิษบางชนิดที่อันตรายมาก โดยส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน ทำให้ร่างกายระคายเคือง เช่น พอสจีน,ไนโตรเจนออกไซด์,คาร์บอนมอนอกไซด์<br />
 
7.)สารเจือปนในอาหาร
7.)สารเจือปนในอาหาร เป็นสารเคมีที่นำมาใส่เข้าไปในอาหารโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันมิให้อาหารเสีย และเพื่อคงหรือเพิ่มคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของอาหาร ตลอดจนเพื่อให้อาหารนั้นมีกลิ่น รส สี ที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สารเคมีเหล่านี้ บางชนิดถ้าใส่ในปริมาณมากเกินไปก็จะก่อให้เกิดเป็นพิษเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ตัวอย่าง เช่น สารไนเตรทไนไตรท์ ผงชูรส โซเดียม เบนโซเอท เป็นต้น นอกจากนี้สารเคมีบางชนิดก็เป็นสารที่เป็นพิษมีอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ตัวอย่างเช่น สีย้อมผ้า กรดกำมะถัน บอแรกซ์ กรดซาลิโซลิก เป็นต้น<br />
 
8.)สารที่สังเคราะห์โดยสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
8.)สารที่สังเคราะห์โดยสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้แก่ สารที่สังเคราะห์จากเชื้อรา แบคทีเรีย พืช และสัตว์บางชนิด ตัวอย่างของสารพิษที่เกิดจากเชื้อรา เช่น สารพิษ Aflatoxin เกิดจากเชื้อราพวก Aspergillus flavus ที่ขึ้นอยู่ในถั่วลิสง ข้าวโพดหรืออาหารแห้งอื่นๆ หรือสารพิษ Botulinum toxin เกิดจากเชื้อแบททีเรีย Clostridium botulinum ที่ขึ้นในอาหารกระป๋องที่ผลิตไม่ได้มาตราฐานสารพิษ Trichothecene หรือ T-2 toxin เกิดจากเชื้อรา Fusarium tricinetum ที่ขึ้นในข้าวโพด เป็นต้น สำหรับพืชและสัตว์ที่สามารถสร้างสารพิษได้ เช่น เห็ดพิษ กลอย มันสำปะหลัง คางคก เหรา (สัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง) ปลาปักเป้า เป็นต้น<br />
 
9.) สารกัมมันตภาพรังสี
9.) สารกัมมันตภาพรังสี เป็นสารที่สามารถแผ่รังสีมาจากตัวเองได้ มนุษย์ได้มำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่สำคัญคือในด้านการแพทย์ และการผลิตไฟฟ้า สารกัมมันตภาพรังสีนับเป็นสารที่มีพิษต่อสิ่งมีชีวิตมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับสารพิษชนิดอื่นๆ โดยจะทำอันตรายโดยตรง และถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้อีกด้วย กัมมันตภาพรังสีที่แผ่ออกมามี 3 ชนิด คือ รังสีอัลฟา รังสีเบต้า และรังสีแกมมา สารกัมมันตภาพรังสีในธรรมชาติมีหลายตระกูล แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ตระกูลยูเรเนียม และตระกูลทอเรียม ที่สำคัญรองลงมาคือ โปแตสเซียม -40 ยูบีเดียม – 87 สมาเรียม – 147 ลูซีเตียม – 176 และเรเดียม – 220 เป็นต้น
 
== อ้างอิง ==
22

การแก้ไข