ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สารภูมิต้านทาน"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
{{ต้องการอ้างอิง}}
'''แอนติบอดี''' ({{lang-en|antibody}}) หรือ '''อิมมิวโนโกลบูลิน''' ({{lang-en|immunoglobulin}}) เป็น[[โปรตีน]]ขนาดใหญ่ใน[[ระบบภูมิคุ้มกัน]]ที่ร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ชั้นสูงอื่นๆ สร้างขึ้น ที่มีหน้าที่เพื่อตรวจจับและทำลายฤทธิ์สิ่งแปลกปลอมต่อที่เข้ามาในร่างกาย เช่น [[แบคทีเรีย]] และ[[ไวรัส]] แอนตีบอดีแต่ละชนิดจะจดจำโมเลกุลเป้าหมายที่จำเพาะของมันคือ [[แอนติเจน]] (antigen)
 
แอนติบอดีส่วนใหญ่ถูกหลั่งออกมาจาก[[พลาสมาเซลล์|เซลล์พลาสมา]] (plasma cell) ซึ่งเป็น[[เซลล์เม็ดเลือดขาว]]ชนิด[[บีเซลล์|บีลิมโฟไซต์]] (B lymphocyte) การกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยการสร้างแอนติบอดีเป็นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า [[humeral immune response]]
 
การเพิ่มปริมาณแอนตีบอดีที่สนใจสามารถทำได้โดยฉีดโปรตีนหรือเส้นเพปไทด์ ซึ่งเราเรียกว่า "แอนติเจน" เข้าไปในสิ่งมีชีวิต เช่น หนู กระต่าย แพะ หรือ แกะ เป็นต้น แอนติเจนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้และตำแหน่งบนแอนติเจนที่จำเพาะในการกระตุ้นเรียกว่า [[เอปิโทป]] (epitope) ต่อมาระบบภูมิคุ้มกันแบบสารน้ำ (humoral immune system) ของสัตว์เหล่านี้ก็จะสร้างแอนตีบอดีตอบสนองอย่างจำเพาะต่อแอนติเจนที่ฉีดเข้าไป
อิมมูโนโกลบูลินจี (IgG) เป็นแอนติบอดีที่พบมากที่สุดใน[[ซีรั่ม (เลือด)|ซีรั่ม]] คือประมาณ 13 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร หรือคิดเป็นประมาณ 80% ของ Ig ทั้งหมดในซีรั่ม<ref name="สสวท"></ref><ref>Sadava, David. (2012). LIFE: The Science of Biology 10th ed.</ref> IgG จะอยู่ในรูป[[โมโนเมอร์]] (โครงสร้างรูปตัว Y) IgG ในมนุษย์แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย เรียงตามปริมาณที่พบในซีรั่ม คือ IgG1, IgG2, IgG3 และ IgG4 ทั้ง 4 กลุ่มย่อยนี้มีลำดับกรดอะมิโนคล้ายกันประมาณ 90-95%<ref name="สสวท"></ref> แต่จะมีโครงสร้างแตกต่างกันบ้าง เช่น จำนวนของ[[พันธะไดซัลไฟด์]]ที่เชื่อมบริเวณข้อพับ (hinge region) ของเส้นหนักสองเส้น IgG ในระบบเลือดของแม่สามารถเข้าไปสู่[[ฟีตัส]]ในครรภ์ได้ผ่านทาง[[รก]] จัดเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแบบรับมา (passive immunization) ให้แก่ทารก
 
=== อิมมูโนโกลบูลินเอ (IgA) ===
อิมมูโนโกลบูลินเอ (IgA) เป็นแอนติบอดีหลักที่หลั่งออกนอกร่างกาย พบใน[[น้ำลาย]] [[น้ำตา]] [[น้ำนม]] [[เมือก]]<ref name="สสวท"></ref> [[น้ำอสุจิ]] และ[[สารคัดหลั่ง]]อื่นๆ นอกจากนี้ยังพบที่บริเวณ[[เยื่อเมือก]] (mucosal membrane) ที่บุ[[ทางเดินอาหาร]]และ[[ทางเดินหายใจส่วนบน|ทางเดินหายใจ]] ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมผ่านชั้นเยื่อบุผิวเข้าไปในร่างกายได้
 
== ดูเพิ่ม ==
58

การแก้ไข