ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าชุงจง"

 
== ความพยายามในการปฏิรูป ==
เมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้ว พระเจ้าจุงจงก็มีพระปณิธานจะเยียวยารักษาบ้านเมืองหลังจากกลียุคในรัชสมัยขององค์ชายยอนซัน แต่ทว่าตลอดรัชสมัยนั้นพระเจ้าจุงจงทรงตกอยู่ใต้อำนาจของขุนนางเป็นเพียงกษัตริย์หุ่นเชิดเท่านั้น พระเจ้าจุงจงก็ได้ทรงปูนบำเหน็จแก่คณะปฏิวัติรัฐประหารทั้งหลายให้เป็นผู้มีความดีความชอบ เรียกว่า ผู้มีความดีความชอบต่อความสงบของอาณาจักร (정국공신, 靖國功臣) พระราชทานที่ดินและทรัพย์สมบัติให้มากมายรวมทั้งมีอภิสิทธิ์ต่างๆ คณะปฏิวัติผูกขาดตำแหน่งสำคัญระดับสูง ผู้นำคณะปฏิวัติได้แก้รัฐประหารได้แก่พัควอนจง ยูซุนจอง และซองฮีอัน ผลัดกันเป็นอัครเสนาบดี ซึ่งเป็นที่ต่อต้านจากขุนนางฝ่ายซาริม จากสามกรม ซึ่งคอยโจมตีว่าคณะปฏิวัติรัฐประหารไม่คู่ควรกับการปูนบำเหน็จและการผูกขาดตำแหน่งระดับสูง<ref>http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C10/E1004.htm</ref> และพระเจ้าจุงจงก็ทรงต้องกลายเป็นหุ่นเชิดของคณะปฏิวัติรัฐประหารที่นำพระองค์ขึ้นสู่บัลลังก์เอง
 
ในค.ศ. 1510 โจรสลัดญี่ปุ่นได้ทำการบุกปล้นสะดมอย่างหนักที่เมืองท่าของโจซอน เรียกว่า การปล้มสะดมสามท่าของโจรสลัดญี่ปุ่น (삼포왜란, 三浦倭亂) ได้แก่ ปูซาน เจ และยอม
 
ในค.ศ. 1515 พระมเหสีตระกูลยุน พระมเหสีองค์ที่สองของพระเจ้าจุงจง สิ้นพระชนม์ขณะมีพระประสูติการประสูติกาลพระโอรส ได้รับพระนามว่า พระมเหสีชังกยอง (장경왕후, 章敬王后) และเกิดเหตุการณ์ขุนนางท้องที่ซึ่งเป็นฝ่ายซาริมได้ถวายฎีกากล่าวหาคณะปฏิวัติรัฐประหารว่าได้ทำร้ายอดีตพระมเหสีตระกูลชิน (폐비 신씨, 廢妃 愼氏) อย่างไม่ยุติธรรมและขอให้พระเจ้าจุงจงคืนตำแหน่งให้แก่อดีตพระมเหสีชิน ฎีกานี้เป็นที่ต่อต้านทั่วไปจากขุนนางในราชสำนักแต่ขุนนางฝ่ายซาริมคนหนึ่ง ชื่อโจกวางโจ (조광조, 趙光祖) ได้ออกมาปกป้องฎีกานี้โดยกล่าวว่ากษัตริย์ควรจะฟังการถวายคำแนะนำของขุนนางหลายๆฝ่าย แม้พระเจ้าจุงจงจะไม่ทรงคืนตำแหน่งแก่พระมเหสีชิน (อภิเษกใหม่กับพระมเหสีตระกูลยุนในค.ศ. 1517 ภายหลังคือพระมเหสีมุนจอง (문정왕후, 文定王后)) แต่พระเจ้าจุงจงก็ทรงประทับใจในความซื่อสัตย์ของโจกวางโจ
 
พระเจ้าจุงจงทรงไว้วางพระทัยโจกวางโจอย่างมาก ไม่ว่าโจกวางโจจะพูดอะไรพระเจ้าจุงจงก็ทรงเชื่อไปเสียหมด ในค.ศ. 1518 พระเจ้าจุงจงทรงล้มเลิกแผนการปราบชาว [[นูร์เชน]] (บรรพบุรุษของ [[ชาวแมนจู]]) ที่วางแผนมานานจากคำประท้วงของโจกวางโจ ทำให้ขุนนางกลุ่มอำนาจเก่าไม่พอใจ โจกวางโจเมื่อมีอำนาจก็ได้นำขุนนางฝ่ายซาริมคนอื่นๆเข้ามาดำรงตำแหน่งระดับสูงแทนที่ขุนนางกลุ่มเก่า ในค.ศ. 1519 โจกวางโจได้เสนอระบบการสอบจอหงวนแบบใหม่ เรียกว่า การสอบเพื่อวัดคุณงามความดี (현량과, 賢良科) เป็นการสอบโดยอาศัยการแนะนำจากขุนนางผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว เพราะโจกวางโจเชื่อว่าการสอบข้อเขียนนั้นไม่อาจวัดความดีของคนได้<ref>Jae Un-Kang, Jae Eun-Kang. ''The land of scholars: two thousand years of Korean Confucianism''.</ref> และที่ร้ายแรงที่สุดคือโจกวางโจได้เสนอให้พระเจ้าจุงจงทรงยกเลิกการปูนบำเหน็จผู้มีความดีความชอบต่อความสงบของอาณาจักรไปเสีย
 
ขุนนางกลุ่มเก่าจึงไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป ฮงคยองจู นัมกอน (남곤, 南袞) และชิมจอง (심정, 沈貞) จึงวางแผนขับโจกวางโจออกจากอำนาจโดยการให้พระสนมคยองบิน ตระกูลพัค (경빈 박씨, 敬嬪 朴氏 ธิดาบุญธรรมของพัควอนจง) และพระสนมซุกอี ตระกูลฮง (, ธิดาของฮงคยองจู) ปล่อยข่าวในวังว่าราษฎรพากันสนับสนุนโจกวางโจให้เป็นกษัตริย์<ref>http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C10/E1005.htm</ref> และขุนนางทั้งสองคนจึงไปกราบทูลยุยงพระเจ้าจุงจงว่าโจกวางโจนั้นเป็นกบฏ พระเจ้าจุงจงก็ทรงเชื่อเพราะสิ่งที่พระองค์เกรงกลัวที่สุดคือการเป็นเพียงกษัตริย์หุ่นเชิดของขุนนางที่มีอำนาจ จึงทรงให้เนรเทศโจกวางโจและพรรคพวกไปที่เมืองนึงจูและประหารชีวิต ขุนนางฝ่ายซาริมทั้งหลายถูกขับออกจากราชสำนักและถูกลงโทษกันต่างๆนานา เรียกว่า '''เหตุการณ์สังหารหมู่ปราชญ์ปีคีมโย''' (기묘사화, 己卯士禍)
 
== ตระกูลยุนเรืองอำนาจ ==
ผู้ใช้นิรนาม