ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระอริยวงษญาณ (ด่อน)"

ย้อนการแก้ไขที่ 6844783 สร้างโดย Thai.2016 (พูดคุย)
(ย้อนการแก้ไขที่ 6844783 สร้างโดย Thai.2016 (พูดคุย))
|succession = [[สมเด็จพระสังฆราช]] พระองค์ที่ 5
|พระนาม = สมเด็จพระอริยวงษญาณ <br> สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)
|พระอิสริยยศ = สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช
|วันเกิด = [[พ.ศ. 2304]]
|วันบวช =
|สิ้นพระชนม์ = [[พ.ศ. 2385]]
|สถานที่สิ้นพระชนม์ = [[ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]]
|พรรษา = 20 พรรษา
|อายุ = ประมาณ 81 ปี
|สถิต = [[วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]]
|สถานที่ประสูติ = [[กรุงศรีอยุธยา]]
|ศาสนานิกาย = [[พุทธ]] [[มหานิกาย]]
|สมณุตตมาภิเษกสถาปนา = [[พ.ศ. 2325]]
|สถานที่สถาปนา = [[วัดพระศรีรัตนศาสดาราม]]
|ตำแหน่ง =
}}
'''สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช''' (มีพระนามเดิมว่า '''ด่อน)''' เป็น[[สมเด็จพระสังฆราช]]พระองค์ที่ 5 แห่ง[[กรุงรัตนโกสินทร์]] สถิต ณ [[วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]] ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] เมื่อปี [[พ.ศ. 2365]] ดำรงตำแหน่ง 20 พรรษาปีสิ้นพระชนม์ เมื่อปี [[พ.ศ. 2385]] มีสิริพระชนมายุชันษาได้ 81 พรรษาปี
 
พระประวัติในตอนต้นไม่พบรายละเอียด มีแต่เพียงว่าประสูติในรัชสมัย[[สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์]]แห่ง[[กรุงศรีอยุธยา]] เมื่อปี [[พ.ศ. 2304]] ได้เป็นที่ "พระเทพโมลี" อยู่ที่วัดหงส์ ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก]] และได้เป็นที่ "[[พระพรหมมุนี]]" ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นที่ "[[พระพิมลธรรม]]" เมื่อปี พ.ศ. 2359 ต่อมาได้เลื่อนเป็น "[[สมเด็จพระวันรัต|สมเด็จพระพนรัตน์]]" ในรัชกาลเดียวกัน ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายที่สถิต ณ วัดมหาธาตุ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ของ[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ซึ่งผนวชเมื่อปี [[พ.ศ. 2367]]
'''สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)''' เป็น[[สมเด็จพระสังฆราช]]พระองค์ที่ 5 แห่ง[[กรุงรัตนโกสินทร์]] สถิต ณ [[วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]] ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] เมื่อปี [[พ.ศ. 2365]] ดำรงตำแหน่ง 20 พรรษาสิ้นพระชนม์ เมื่อปี [[พ.ศ. 2385]] มีพระชนมายุได้ 81 พรรษา
 
ในช่วงปลายสมัยของสมเด็จพระสังฆราช ได้มีการชำระความ[[พระสงฆ์ภิกษุ]]ที่ประพฤติอนาจารครั้งใหญ่ ได้ตัวมาชำระสึกเสียจำนวนมาก ประมาณถึง 500 รูปเศษ ที่หนีไปก็มีจำนวนมาก และพระราชาคณะก็เป็นปาราชิกหลายรูป นับเป็นการชำระสะสางอลัชชีในคณะสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์ แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของคณะสงฆ์ในยุคนั้น และในขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาพระทัยใส่ในการคณะสงฆ์ของพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง
พระประวัติในตอนต้นไม่พบรายละเอียด มีแต่เพียงว่าประสูติในรัชสมัย[[สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์]]แห่ง[[กรุงศรีอยุธยา]] เมื่อปี [[พ.ศ. 2304]] ได้เป็นที่ "พระเทพโมลี" อยู่ที่วัดหงส์ ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก]] และได้เป็นที่ "พระพรหมมุนี" ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นที่ "[[พระพิมลธรรม]]" เมื่อปี พ.ศ. 2359 ต่อมาได้เลื่อนเป็น "[[สมเด็จพระวันรัต|สมเด็จพระพนรัตน์]]" ในรัชกาลเดียวกัน ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายที่สถิต ณ วัดมหาธาตุ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ของ[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ซึ่งผนวชเมื่อปี [[พ.ศ. 2367]]
 
ในช่วงปลายสมัยของสมเด็จพระสังฆราช ได้มีการชำระความ[[พระสงฆ์]]ที่ประพฤติอนาจารครั้งใหญ่ ได้ตัวมาชำระสึกเสียจำนวนมาก ประมาณถึง 500 รูปเศษ ที่หนีไปก็มีจำนวนมาก และพระราชาคณะก็เป็นปาราชิกหลายรูป นับเป็นการชำระสะสางอลัชชีในคณะสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์ แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของคณะสงฆ์ในยุคนั้น และในขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาพระทัยใส่ในการคณะสงฆ์ของพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง
 
{{เริ่มกล่อง}}