ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ"

 
 
''''''ปฐมบทของตำนานฟ้า-ขาว ชาวสมุทรปราการ''''''
30 ตุลาคม 2551 สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งขึ้นโดยเป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่สมาชิก 1507 พร้อมการลงนามรับรองจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างถูกต้อง ให้สิทธิ์เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกับสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพครั้งแรกของจังหวัดสมุทรปราการ ในรายการ "ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2" ประจำปี 2009 '''และนี่คือทีมฟุตบอลอาชีพทีมแรกในจังหวัดสมุทรปราการ ทีมตัวแทนจังหวัด ทีมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมาย''' 
 
 
''''''บันทึกหน้าที่ 1''' '''
 
วันที่ 31 มีนาคม 2552 เวลา 16.00 น. คือวันที่ปฎิทินของสมุทรปราการเอฟซีถูกเปิดขึ้นในแผนที่ลูกหนังเมืองไทยอย่างเป็นทางการ โดยลงสนามในฐานะทีมเหย้า ต้อนรับการมาเยือน "สโมสรฟุตบอลโรสเอเชีย ปทุมธานี" ที่ "สนามฟุตบอลธนาคารกรุงเทพ อุดมสุข" ผลการแข่งขันนัดประเดิมสนาม “ป้อมปราการ” สามารถต้อนเอาชนะคู่แข่งไปได้ 3-0 เก็บชัยชนะนัดแรก ตั้งแต่เกมแรกที่ทำการแข่งขัน ที่ทีมได้ประตูจาก ปราโมทย์ บุตะโรต, วุฒิชัย ถิ่นทวี และ จียัมฟี่ อาดู โดยมี ปราโมทย์ บุตะโรต เป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ทำประตูแรกให้กับสมุทรปราการเอฟซีได้ ในนาทีที่ 30
 
''''''3 แต้มแรก ด้วยสกอร์ 3-0 และประตูแรกของสโมสรฯ เกิดขึ้นในนาทีที่ 30''''''
 
''''''ความบังเอิญ หรือ โชคชะตา?'''
 
 
''''''ปรากฏการณ์ "ฟ้า-ขาว''''''"
 
ขวบปีแรกบนลีกอาชีพ สมุทรปราการเอฟซี สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้อย่างรวดเร็วจากผลงานในสนามที่ลงเล่นด้วยสปิริต และหัวจิตหัวใจของยอดนักสู้ ทำให้กระแสแฟนบอล ฟ้า-ขาว เพิ่มมากขึ้น...มากขึ้น ในทุกๆ นัดที่ลงสนาม ชนิดไม่ต้องเสียเวลาโปรโมตหรือทุ่มทุนโฆษณาอะไรมากมายแม้แต่น้อย
 
 
''''''คอนเสิร์ตบ่าววีเพื่อสมุทรปราการเอฟซี''' '''
 
คอนเสิร์ตแห่งแรงพลังศรัทธา "พ.อ.อ. วีระยุทธิ์ นานช้า" หรือที่เรารู้กันในวงกว้างว่า "บ่าววี" นักร้องชื่อดัง ผู้ก้าวเข้ามาเป็น "ศิลปิน-นักกีฬา" คนแรกของสโมสรสมุทรปราการเอฟซี ได้ทำการระดมทุนจากแฟนคลับเพื่อช่วยหาเงินในการพยุงสมุทรปราการเอฟซี ไม่ให้ต้องถูกยุบ ด้วยการจัดคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า "บ่าววีเพื่อสมุทรปราการเอฟซี"
คอนเสิร์ตดังกล่าวได้รับการสนับสนุน และสนอกสนใจจากแฟนบอล รวมถึงสื่อมวลชนทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองไทย ที่มีการจัดคอนเสิร์ตขึ้นเพื่อทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง จนปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่พูดถึงในวงกว้าง
 
'''"พลัง" จาก "ศรัทธา" ของแฟนบอลในวันนั้น ทำให้สมุทรปราการเอฟซี สามารถยืนบนเส้นทางของฟุตบอลอาชีพต่อได้ เพราะแรงกระเพื่อมจากคอนเสิร์ตดังกล่าว ยังผลให้จังหวัดสมุทรปราการมองเห็น "พลัง" อันบริสุทธิ์ของแฟนบอล จึงได้ช่วยเหลือเรื่องงบประมาณมายังสโมสรฯ จวบจนทุกวันนี้'''
 
 
''''''พวกเราคือแชมป์''' '''
 
หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมาย พลังจากศรัทธาของแฟนบอลก็มาผลิดอกออกผลจนสมุทรปราการเอฟซี สามารถผงาดง้ำค้ำยุทธจักรลูกหนังภาคกลางฯ ชนิดที่ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้ายของเกมกันเลยทีเดียว
เกมนัดดังกล่าว สมุทรปราการเอฟซีบุกไปเฉือนชนะโรสเอเชียถึงถิ่น ได้ประตูชัยจากปลายสตั๊ดของ "กฤษดา นาคพันธ์" พร้อมกับโยนความกดดันไปให้อยุธยา เอฟซี ที่สุดท้ายพลาดท่าบุกไปโดน สิงห์บุรี เอฟซี ไล่ตามตีเสมอไปด้วยสกอร์ 1-1
 
'''ส่งผลให้ สมุทรปราการเอฟซี เถลิงบัลลังค์แชมป์ภาคกลางอย่างยิ่งใหญ่ และดราม่าบีบหัวใจกองเชียร์จนก้อนเลือดที่หน้าอกข้างซ้ายแทบจะหยุดทำงานกันเลยทีเดียว นับเป็นแชมป์ครั้งแรกของสโมสรฯ ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าร่วมแข่งขันลีกอาชีพ'''
 
 
''''''ผู้เล่นคนที่ 12 เรียกเขาว่า "ฟอร์เทรสเซี่ยน"''' '''
 
ผู้เล่นหมายเลข 12 ของสมุทรปราการเอฟซีไม่ใช่ผู้ตัดสินในสนาม ไม่ใช่มือลึกลับจากเบื้องบน ไม่ใช่ผู้มีอำนาจนอกสารบบ แต่ผู้เล่นคนดังกล่าวของสมุทรปราการเอฟซีคือ "ฟอร์เทรสเซี่ยน" แฟนบอลฟ้า-ขาว ผู้มีใจรักป้อมปราการป้อมนี้จนสุดหัวใจต่างหาก
พลังบริสุทธิ์จากกลุ่มกองเชียร์ที่ชื่อว่า "ฟอร์เทรสเซี่ยน" นี้ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่างของสมุทรปราการเอฟซี ทุกนัด ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทุกวินาที และทุกๆ หยาดเหงื่อที่นักฟุตบอลสมุทรปราการเอฟซีเสียไปในเกมการแข่งขัน ผู้เล่นคนที่ 12 คนนี้ ก็เหน็ดเหนื่อย และสูญเสียพลังงานไปไม่แพ้กัน
 
'''"พี่ระ" หรือ ธีระพงษ์ ราชดุษฏี กองหน้าตัวเก๋าของทีมเคยหล่นความในใจถึงผู้เล่นคนที่ 12 ไว้ว่า'''"แฟนคลับของสมุทรปราการเอฟซี เป็นแฟนคลับที่สุดยอดมากครับ เชียร์แล้วนักเตะมีความสุขที่สุด ทำให้เราอยากวิ่งไม่มีหมด เพราะสมัยที่ผมเล่นให้เทศบาลนครสมุทรปราการ มีแต่นักฟุตบอลนั่งดูกันเอง ขอบคุณแฟนคลับทุกคนนะครับ ที่ให้กำลังใจกันตลอดมา ขอสัญญาว่าจะทุ่มเทเพื่อทีมทุกนัดครับผม"
 
ด้วยสโลแกนการเชียร์สุดเท่ "90 นาทีไม่มีหยุด...สุภาพบุรุษ สมุทรปราการ" ทำให้ในทุกๆ นัดที่สมุทรปราการเอฟซีลงแข่งขัน ไม่มีเลยสักครั้งที่ความเงียบจะเข้ามากลืนกินอัฒจันทร์ฝั่งที่ "ฟอร์เทรสเซี่ยน" ไปยืนทำหน้าที่อยู่ นี่คืออีกหนึ่งเคล็ดลับและเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สมุทรปราการเอฟซี สร้างตำนานแล้ว...ตำนานเล่า จนสโมสรฟุตบอลสีฟ้า-ขาวสโมสรนี้ กำลังขยับเข้าใกล้ความเป็น "สถาบัน" เข้าไปทุกขณะ
 
 
''''''รังเหย้าลำดับที่ 10''' '''
 
ใครจะเชื่อว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบัน “ป้อมปราการ” จะผ่านการใช้สนามเหย้าในการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพมาแล้วทั้งสิ้น 10 สนามด้วยกัน!!! โดยไล่เรียงลำดับได้ตามนี้คือ สนามสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงเทพ (อุดมสุข), สนามฟุตบอลโรงเรียนนายเรือ จ.สมุทรปราการ,สนามกีฬามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, สนามการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.สมุทรปราการ (กกท. บางพลี), สนามกีฬาศูนย์เฉลิมพระเกียรติ (บางมด), สนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามเทพหัสดิน, สนามลาดกระบัง 54, สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามีนบุรี, สนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ (สนามบางปลา), สนามกีฬาเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า
 
''''''ปี 2016 ทีมได้รับการตอบรับจาก กกท.สป. ในการย้ายกลับไปใช้สนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนาม กกท.บางพลี) สนามมาตรฐานระดับไทยลีก เพื่อตอบโจทย์กับระเบียบใหม่ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในเรื่องของคลับไลเซนต์ซิ่ง ที่ถูกนำมาปรับใช้กับทีมในระดับดิวิชั่น 2 ในปัจจุบัน''''''
 
 
''''''ผนึกกำลัง สองสิงห์''' '''
 
บนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ คุณสมพร สิงห์รื่นรมย์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของธุรกิจจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์รายใหญ่หลายสาขา และเจ้าของฟุตบอลหญ้าเทียม สองสิงห์ อารีน่า สปอร์ตคลับ ได้ก้าวเข้ามานั่งแท่นรองประธานสโมสรฯ พร้อมทำหน้าที่ผู้จัดการทีม
 
 
''''''“เพราะเราคือความภาคภูมิใจของจังหวัดสมุทรปราการ”''' '''
 
ตลอดระยะเวลา 8 ปี บนเส้นทางลูกหนัง “ป้อมปราการ” ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน แน่นอนว่าระหว่างทางนั้นล้วนมีเรื่องราวชวนจดจำมากมาย และในฤดูกาล 2016 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นการแข่งขันไปก็เช่นกัน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สมุทรปราการเอฟซี ยังคงหยัดยืนได้อย่างมั่นคง ด้วยขุมกำลังสายเลือดใหม่ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเป็นตัวแทนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ คว้าตำแหน่งแชมป์ ในการแข่งขัน ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร <nowiki>''มวก.นนทบุรี คัพ''</nowiki> ครั้งที่ 24 ได้สำเร็จ
 
''''''โดยในทีมชุดนี้มี “เดอะดั๊ก” พงษ์สิริ ยะกัณฐะ หรือชื่อเดิมคือ ประพัฒน์ ยะกัณฐะ ตำนานกัปตันทีมผู้อยู่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ที่หวนกลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม พาทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ ลำดับที่ 2 บนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรฯ แห่งนี้''''''
 
 
''''''สู่การเป็นทีมฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง''' '''
 
สมุทรปราการเอฟซี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัว นั่นคือการที่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรูปแบบบริษัท โดยได้ทำการจดทะเบียนบริษัทขึ้นมาในชื่อ "บริษัท สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ จำกัด" เพื่อการบริหารจัดการสู่ธุรกิจฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง มีหลักฐานการทำทีมทุกอย่างที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยรายได้หลักของสโมสรฯ จะเกิดจากผลงานในสนาม อันจะนำมาซึ่งแฟนคลับ ก่อนกระจายออกวงกว้างสู่การได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ และต่อยอดไปสู่การเป็น "แบรนด์" ชั้นนำ ที่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ตามแบบฉบับของทีมฟุตบอลอาชีพ
สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ ยังเดินหน้าพัฒนาอย่างเป็นระบบ ด้วยการดำเนินการจดแจ้งสโมสรกีฬาอาชีพ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมลีกอาชีพ กับการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเป็นสมาชิกเลขที่ 062 เพื่อให้ได้มาตรฐาน คลับไลเซนซิ่ง หรือ ข้อกำหนดที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)
 
'''ปัจจุบันสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นทีมในระดับ ดิวิชั่น 2 ลำดับต้นๆ ที่ผ่านเกณฑ์ คลับไลเซนซิ่ง ที่ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กำหนดไว้ ทั้งในเรื่องโครงสร้าง การจัดการ สนามแข่งขัน ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน'''
 
 
''''''สร้างเยาวชนเพื่อสร้างสโมสรอย่างยั่งยืน''' '''
 
ปัจจุบันกีฬาลูกหนังเมืองไทยกำลังอยู่ในยุคทุนนิยม แต่ฝ่ายบริหารของสมุทรปราการเอฟซี กลับเห็นพ้องต้องกันว่าการสร้างสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องเริ่มที่การวางรากฐานตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยเน้นไปที่เด็กในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความรักในบ้านเกิด
 
 
''''''ก้าวต่อไปสู่เป้าหมายสูงสุด''' '''
 
หลังจากต้องน้ำตาตก จากปัจจัยรอบด้านตลอดหลายปีที่ผ่านมา สมุทรปราการเอฟซียังคงไม่ละความพยายามในการต่อสู้เพื่อเลื่อนชั้นไปสู่ลีกในระดับที่สูงกว่านี้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับจังหวัดสมุทรปราการ