ผลต่างระหว่างรุ่นของ "รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์การแผ่กระจายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปก)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  คือ  แถบแสดงความถี่ หรือความยาวคลื่นต่าง ๆ ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเรียงตามลำดับความถี่  เรียงจากความถี่น้อยที่สุดถึงความถี่มากที่สุด  
 
'''ประเภทของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า'''   
==ฟิสิกส์==
 
แสงที่ตามองเห็น (Visible light) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในช่วงซึ่งประสาทตาของมนุษย์สามารถสัมผัสได้ ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 400 – 700 นาโนเมตร (1 เมตร = 1,000,000,000 นาโนเมตร)  หากนำแท่งแก้วปริซึม (Prism) มาหักเหแสงอาทิตย์ เราจะเห็นว่าแสงสีขาวถูกหักเหออกเป็นสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง คล้ายกับสีของรุ้งกินน้ำ เรียกว่า “สเปคตรัม” (Spectrum)   แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน สีม่วงมีความยาวคลื่นน้อยที่สุด   สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด  นอกจากแสงที่ตามองเห็นแล้วยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ได้แก่ รังสีที่มีความยาวคลื่นถัดจากสีแดงออกไป เราเรียกว่า “รังสีอินฟราเรด” หรือ “รังสีความร้อน” เรามองไม่เห็นรังสีอินฟราเรด แต่เราก็รู้สึกถึงความร้อนได้ สัตว์บางชนิด เช่น งู มีประสาทสัมผัสรังสีอินฟราเรด มันสามารถทราบตำแหน่งของเหยื่อได้ โดยการสัมผัสรังสีอินฟราเรดซึ่งแผ่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อ  รังสีที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่าแสงสีม่วงเรียกว่า “รังสีอุลตราไวโอเล็ต” แม้ว่าเราจะมองไม่เห็น แต่เมื่อเราตากแดดนานๆ ผิวหนังจะไหม้ด้วยรังสีชนิดนี้ นอกจากรังสีอุลตราไวโอเล็ตและรังสีอินฟราเรดแล้ว ยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ซึ่งเรียงลำดับตามความยาวคลื่นได้ดังนี้
 
·       '''รังสีแกมมา (Gamma ray)''' เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร  โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต
 
·       '''รังสีเอ็กซ์ (X-ray)''' มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร  มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์ เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ    แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ ก็จะเป็นอันตราย
 
·       '''รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet radiation)''' มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์  เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
 
·       '''แสงที่ตามองเห็น (Visible light)''' มีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร   พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้  แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก และยังช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช
 
·       '''รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation)''' มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร  โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
 
·       '''คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)''' มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร – 10 เซนติเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล  นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร
 
·       '''คลื่นวิทยุ (Radio wave)''' เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด คลื่นวิทยุสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้ จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม
 
=== '''ประโยชน์ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า''' ===
 
==== '''1.ประโยชน์ของคลื่นวิทยุ''' ====
การสื่อสารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับมนุษย์เรา เรามีการติดต่อสื่อสารกันหลายลักษณะนอกเหนือจากการพูดคุยกัน การใช้วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมนุษย์ที่จะรับทราบความเป็นไปต่างๆซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะทำงานได้ต้องอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรียกว่า คลื่นวิทยุ
 
'''2.ประโยชน์ของคลื่นไมโครเวฟ'''
 
ได้มีการนำคลื่นไมโครเวฟมาใช้เพื่อตรวจหาตำแหน่ง โดยในช่วงความยาวคลื่นประมาณ 0.5 cm.- 1 m. เป็นเรดาร์จับวัตถุที่เคลื่อนไหว เช่น วัตถุหรือเครื่องบินในอากาศ เป็นต้น ใช้เป็นแหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ทำให้อาหารสุกโดยใช้เตาไมโครเวฟ เป็นต้น
 
'''3.ประโยชน์ของรังสีอินฟาเรต'''
 
           มีการนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงรังสีอินฟาเรต มาใช้ประโยชน์ในการค้นหาสัตว์ป่าในที่มืดเพื่อการศึกษา ใช้ในการถ่ายรูปในช่วงที่มีเมฆ หมอก หนาทึบหรือทัศนวิสัยไม่ดี ใช้อบอาหารในเตาที่ใช้รังสีอินฟาเรต ใช้ในอุตสาหกรรมอบสี ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิด
 
'''4.ประโยชน์ของรังสีอัลตาไวโอเลต'''
 
การรับรังสีอัลตาไวโอเลตในปริมาณที่ไม่มากจนเป็นอันตราย จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ในการช่วยสร้างวิตามินดี แต่การรับในปริมาณที่มากเกินไปจะเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งที่ผิวหนังได้ การนำรังสีอัลตาไวโอเลตมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ มีหลายประการ เช่น การใช้รังสีอัลตาไวโอเลตในการแพทย์โดยใช้ฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ ใช้รักษาอาการตัวเหลืองในเด็กทารก ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารโดยนำรังสีอัลตาไวโอเลตมาใช้ฆ่าเชื้อโรค
 
'''5.ประโยชน์ของรังสีเอกซ์'''
 
รังสีเอกซ์เป็นคลื่่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีอำนาจทะลุผ่านสูงจึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน
 
- ใช้ตรวจสอบรอยร้าวของส่วนประกอบสิ่งก่อสร้าง
 
- ใช้ตรวจหาอาวุธหรือระเบิดในกระเป๋าเดินทางบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง
 
- ใช้ตรวจดูอวัยวะภายในและใช้รักษาโรคมะเร็งหรือใช้ในการศึกษาการจัดเรียงตัวของอะตอมในผลึก
 
'''6.ประโยช์ของรังสีแกมม่า'''
 
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีอันตรายมากที่สุดคือรังสีแกมม่า เนื่องจากเป็นคลื่่นที่มีพลังงานมากที่สุดจึงสามารถทำลุทะลวงสิ่งต่างๆได้ดีแต่เราก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ เช่น
 
- การใช้รังสีแกมม่าจากการสลายตัวของโคบอลต์ - 60 เพื่อรักษาโรคมะเร็ง
 
- การใช้รังสีแกมม่าจากการสลายตวของไอโอดีน -1-3-1 เพื่อรักษาโรคคอพอก
 
- นำไปใช้ในการตรวจสอบรอยรั่วและรอยร้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากโลหะ
 
- ใช้ในการศึกษาการดูดซึมของแร่ธาตุของรากพืชและการสังเคราะห์แสง
 
- ใช้ในการรักษาโรคพืชบางชนิด
 
-ใช้เปลี่ยนแปลงพันธุ์พืช
 
- ใช้ฉายลงบนผลการเกษตรบางชนิดเพื่อให้เก็บรักษาผลผลิตไว้ได้เป็นเวลานาน
 
== อันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ==
เกิดขึ้นจาก 2 กรณี :-
 
-เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ สนามแม่เหล็กโลก คลื่นรังสีที่มาจากดวงอาทิตย์ ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เป็นต้น
 
-เกิดขึ้นจากมนุษย์ เป็นคนสร้างขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สถานีกระจายสัญญาณโทรศัพท์ เรดาร์การติดต่อสื่อสาร คอมพิวเตอร์ เป็นต้น>> คลื่นที่ส่งออกมาจาก เครื่องคอมพิวเตอร์ และหน้าจอ ส่งผลให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เด็กในครรภ์ จะมีภาวะเสี่ยงผิดปกติ หรืออาจแท้งได้ และไม่ควรนั่งหน้าจอใกล้เกินไป จะส่งผลเสียต่อดวงตา เพราะในขณะที่ใช้งานอยู่นั้น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะส่งออกมาจากหน้าจอ เช่นกัน
 
>> หากผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่มี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แผ่ออกมาจากเสาสัญญาณ จะส่งผลให้ ร่างกายอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ความจำสั้น ไม่มีสมาธิ เศร้าซึม นอกหลับยาก
 
>> เด็กที่ใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำลายเซลล์สมอง ส่งผลให้เป็นเนื้องอก ในสมองได้ เพราะเนื่องจาก เด็กมีกะโหลกที่บางกว่า ผู้ใหญ่ ทำให้สมองถูกทำลายได้ง่ายกว่า จึงไม่ควรให้เด็ก ใช้โทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด
 
>> อย่าคุยโทรศัพท์ หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน หากเรายิ่งใช้นาน มากเท่าไหร่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำลายมากขึ้นเท่านั้น อาจจะเปลี่ยนมาใช้เป็น สมอร์ลทอร์ก แทน และควรวางโทรศัพท์ให้ห่างจากตัว รวมถึงอย่าเหน็บ โทรศัพท์มือถือไว้บริเวณเอว ในบริเวณนั้น เป็นจุดที่มีอวัยวะสำคัญ ๆ ที่มีหน้าที่ผลิตเม็ดเลือดแดง
 
>>คลื่นไมโครเวฟ จะเป็นคลื่นเดียวกันกับ คลื่นโทรศัพท์มือถือ คลื่นความร้อนจากไมโครเวฟ ก็สามารถทำลายเซลล์ และทำลายสมอง ส่งผลให้สมองเสี่อมได้ไว เช่นกัน อย่านั่ง หรือยืนใกล้เตาไมโครเวฟที่กำลังใช้งานอยู่ ยิ่งอยู่ห่างได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี
 
>> คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เกิดอาการผิดปกติ ในการหลั่งสารเคมี และฮอร์โมนในร่างกาย จึงควรเก็บมือถือ ให้ห่างจากร่างกาย จะได้ส่งผลน้อยที่สุด
 
>> หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ ในรถยนต์ เนื่องจากบนท้องถนน มีคลื่นสัญญาณมากมาย หลายเครือข่าย ทำให้การส่งสัญญาณนั้นวิ่งชนกัน และดึงสัญญาณทั้งหมด รวมอยู่ที่โทรศัพท์ ขณะที่เราโทรศัพท์ อยู่นั้นจะส่งผลกระทบ ต่อสมองมากขึ้นหลายเท่าตัว
 
== ฟิสิกส์ ==
ทฤษฎี
1

การแก้ไข