ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ครุฑ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{ชื่ออื่น|สัตว์ในวรรณคดี|แบบคนบ้าอักษร|ควายครุฑ (แบบอักษร)}}
[[ไฟล์:PB Temple Facade.jpg|thumb|350px|ครุฑยุดนาคปูนปั้นปิดทอง ประดับรอบพระอุโบสถ [[วัดพระศรีรัตนศาสดาราม]]]]
 
'''พญาสุบรรณราชปักษา''' หรือ'''พญาครุฑ''' ({{lang-en|Garuda}}, [[สันสกฤต]]: गरुड) เป็นสัตว์กึ่งเทพใน[[ปกรณัมอินเดีย]]และปรากฏใน[[วรรณคดี]]สำคัญหลายเรื่อง เช่น [[มหากาพย์]] ''[[มหาภารตะ]]'' เล่าว่า ครุฑเป็นพี่น้องกับนาคและทะเลาะกันจนเป็นศัตรู นอกจากนี้ ยังมี[[คัมภีร์]][[ปุราณะ]]ที่ชื่อว่า [[ครุฑปุราณะ]] เป็นเรื่องเล่าพญาครุฑ
 
ตามคติไทยโบราณ เชื่อว่าพญาครุฑเป็นพญาแห่งนก และเป็นพาหนะของ[[พระนารายณ์]] ปกติอาศัยอยู่ที่[[วิมานฉิมพลี]] มีรูปเป็นครึ่งคนครึ่ง[[นกอินทรี]] ได้รับพรจากพระนารายณ์ให้เป็นอมตะ ไม่มีอาวุธใดทำลายลงได้ แม้กระทั่งสายฟ้าของ[[พระอินทร์]]ก็ได้แต่เพียงทำให้ขนของพญาครุฑหลุดร่วงลงมาเพียงเส้นหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พญาครุฑจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สุบรรณ" ซึ่งหมายถึง "ขนวิเศษ"
 
พญาครุฑเป็นสัตว์ใหญ่ มีอานุภาพและพละกำลังมหาศาล แข็งแรง บินได้รวดเร็ว มีสติปัญญาเฉียบแหลม อ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ
 
ครุฑพอจะแบ่งได้ 5 ประเภทคือ
[[ไฟล์:Vishnu on Garuda det.jpg|thumb|200px|ภาพแกะสลัก[[พระนารายณ์]]ทรงครุฑ ที่[[ปราสาทนครวัด]]]]
 
เทพปกรณัมของพญาครุฑในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เล่าว่าพญาครุฑเป็นบุตรของ[[พระกัศยปมุนี]]เทพบิดรมหาฤๅษี และ[[นางวินตา]] พระกัศยปเทพบิดรมหาฤๅษีมุนีองค์นี้เป็นฤๅษีฤษีที่มีฤทธิ์เดชมากองค์หนึ่ง และเป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์ในศาสนาพราหมณ์ พระองค์มีชายาหลายองค์ แต่องค์ที่เกี่ยวข้องกับพญาครุฑนั้น นอกจากนางวินตาแล้ว ยังมีอีกองค์หนึ่งคือ [[นางกัทรุ]] ซึ่งเป็นพี่น้องกับนางวินตาและเป็นมารดาของนาคทั้งปวง
 
ทั้งสองนางได้ขอพรให้กำเนิดบุตรจากพระกัศยปเทพบิดรมหาฤๅษี โดยนางกัทรุได้ขอพรว่าขอให้มีบุตรจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิด[[นาค]]จำนวน 1000 หนึ่งพันตัว อาศัยอยู่ในแดนบาดาล ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสององค์และขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา เมื่อนางคลอดบุตรปรากฏว่าออกมาเป็นไข่สองฟอง นางรออยู่เป็นเวลา 500 ปี ไข่ก็ยังไม่ฟัก นางทนรอไม่ไหวว่าบุตรของตนจะมีหน้าตาอย่างไร จึงทุบไข่ออกมาฟองหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นเทพบุตรที่มีกายแค่ครึ่งท่อนบนชื่อ อรุณ อรุณเทพบุตรโกรธมารดาของตนที่ทำให้ตนออกจากใข่ก่อนกำหนด จึงสาปให้มารดาของตนเป็นทาสนางกัทรุ และให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับ[[พระอาทิตย์]]หรือสุริยเทพ นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดู นางรอต่อไปอีก 1000 ปี รอให้ถึงกำหนดที่บุตรคนที่สองซึ่งก็คือพญาครุฑออกมาจากไข่เอง อนึ่ง เมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ ซึ่งทำให้บรรดาเทวดาทั้งหลายเดือดร้อนอย่างมาก บรรดาเทวดาจึงพากันไปขอร้อง ให้ลดขนาดลงมา
 
ในกาลต่อมา นางกัทรุและนางวินตาได้พนันกันถึงสีของ[[ม้าอุไฉศรพ]]ที่เกิดคราวกวน[[กูรมาวตสร|กวนเกษียรสมุทร]]และเป็นสมบัติของ[[พระอินทร์]] โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้า[[สีขาว]]ส่วนนางกัทรุทายว่า[[สีดำ]] ความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า (บางตำนานว่าให้นาคพ่นพิษใส่ม้าจนเป็นสีดำ) นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึง 500 กัทรุถึงห้าร้อยปี
 
ภายหลังเมื่อพญาครุฑได้ทราบสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาสและได้ทราบเงื่อนไขจากพวกนาคว่า ต้องไปเอาน้ำอมฤตให้นาคเสียก่อนจึงจะให้นางวินตาเป็นไท พญาครุฑจึงบินไปสวรรค์ไปเอา[[น้ำอมฤต]]ซึ่งอยู่กับ[[พระจันทร์]] แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูก[[พระอินทร์]]และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้น ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ โดยเมื่อพระอินทร์ใช้วัชระโจมตีครุฑนั้น พญาครุฑไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่คพญาแรุฑครุฑก็จำได้ว่าวัชระเป็นอาวุธที่[[พระอิศวร]]ประทานให้แก่พระอินทร์ จึงสลัดขนของตนให้หล่นลงไปเส้นหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพต่อวัชระและรักษาเกียรติของพระอินทร์ผู้ป็นหัวหน้าของเหล่าเทพ ด้าน[[พระนารายณ์วิษณุ]]หรือพระนารายณ์ก็ได้ออกมาขวางพญาครุฑไว้และสู้รบพญาครุฑด้วยเช่นกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะกันได้ ทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึกต่อกัน โดยพระนารายณ์วิษณุให้พรแก่พญาครุฑว่าจะให้พญาครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ ส่วนพญาครุฑก็ถวายสัญญาว่าจะเป็นพาหนะของพระนารายณ์วิษณุ และเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักอยู่บนรถศึกของพระนารายณ์วิษณุอันเป็นที่สูงกว่า
 
เมื่อพญาครุฑได้หม้อน้ำอมฤตนั้น [[พระอินทร์]]ได้ตามมาขอคืน พญาครุฑก็บอกว่าตนต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้นาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส และให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง พญาครุฑจึงเอา[[น้ำอมฤต]]ไปให้นาคโดยวางไว้บน[[หญ้าคา]] (และว่าได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์) ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาแม่ครุฑให้เป็นอิสระ ขณะพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อจะมากินน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็นำหม้อน้ำอมฤตกลับไป ทำให้นาคไม่ได้กิน พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคาด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตหลงเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว (เรื่องนี้กลายเป็นเหตุให้นาคและที่มาว่าทำไมงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้) ตั้งแต่บัดนั้นพญาแต่นั้นครุฑกับนาคจึงเป็นศัตรูกันมาโดยตลอด และพญาครุฑนั้นก็จะจับนาคกินเป็นอาหารเสมอ
 
พญาครุฑมีชายาชื่ออุนนติหรือวินายกา โอรสชื่อ สัมปาติหรือสัมพาที และชฎายุหรือ[[สดายุ]] ตามวรรณคดีพุทธศาสนากล่าวว่าพญาครุฑมีขนาดใหญ่มาก วัดจากปีกข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ 150 โยชน์ เวลากระพือปีกสามารถทำให้เกิดพายุใหญ่ เกิดมืดมนและทำลายบ้านเมืองให้หมดสิ้นไปได้ ที่อยู่ของครุฑเรียกว่า สุบรรณพิภพเป็นวิมานอยู่บนต้นสิมพลีหรือต้นงิ้ว อยู่เชิงเขาพระสุเมรุ
 
== ครุฑในทางพุทธศาสนา ==
146,712

การแก้ไข