ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นิโคลัส สปากส์"

หลังจบการศึกษา สปากส์ต้องตัดสินใจระหว่างหางานทำกับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ หรือเลือกที่จะเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ทำทั้งสองอย่าง 3 ปีต่อมา เขาพยายามทำงานหลายอาชีพ เช่น งานประเมินอสังหาริมทรัพย์ พนักงานเสิร์ฟ งานขายสินค้าทันตกรรมทางโทรศัพท์ และเริ่มธุรกิจการผลิตของตัวเอง
 
ในปี 1990 สปากส์ได้ร่วมมือกับ [[บิลลี่ลี มิลส์]] เขียนเรื่อง ''Wokini: A Lakota Journey to Happiness and Self-Understanding''<ref name=Wokini>{{cite book|author=Billy Mills|author2=Nicholas Sparks |publisher=[[Hay House]]|isbn=978-1-56170-660-0|date=July 1999|page=176|title=Wokini: A Lakota Journey to Happiness and Self-Understanding}}</ref> หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์โดย[[สำนักพิมพ์แรนดอม เฮ้าส์นดอมเฮาส์]] และ [[เฮย์เฮ้าส์เฮย์เฮาส์]] หนังสือเล่มนี้มียอดขายประมาณ 50,000 เล่ม ในปีแรกหลังจากวางแผง<ref>{{cite web |title=Nicholas Sparks |url=http://www.ferrum.edu/thanlon/profwrit/nicholassparksbio.htm |publisher=[[Ferrum College]] |accessdate=August 3, 2014}}</ref>
 
ในปี 1992 สปากส์ได้เริ่มทำงานเป็น[[ยา|ผู้จำหน่ายยา]] และในปี 1993 เขาได้ย้ายไปที่[[วอชิงตัน ดี.ซี.]] และที่นั้นเขาได้เขียนนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งขึ้นในช่วงเวลาว่างของเขา ชื่อเรื่อง ''[[The Notebook]]''<ref>{{cite web | title= Biography for Nicholas Sparks | work= Book Browse |url=http://www.bookbrowse.com/biographies/index.cfm/author_number/310/nicholas-sparks|accessdate= March 26, 2006}}</ref> สองปีต่อมา มีตัวแทนที่ชื่อ เทเรซา ปาร์ค จากสำนักพิมพ์วรรณกรรมมาพบเขาเข้าและบอกว่าชื่นชอบนวนิยายเรื่อง ''The Notebook'' และเสนอที่จะเป็นตัวแทนให้กับเขา ในเดือนตุลาคม ปี 1995 ปารค์ก็วางเงินค้ำประกันจำนวน 1 ล้านเหรียญให้ก่อนล่วงหน้า สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ เพื่อให้[[สำนักพิมพ์ไทม์ วอร์เนอร์ บุ๊ค กรุ๊ป]] ตีพิมพ์ นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม 1996 และติดอับดับหนังสือขายดีของ[[นิวยอร์กไทมส์]]ในสัปดาห์แรกหลังจากวางแผง
13,386

การแก้ไข