ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ลิลิธ"

เพิ่มขึ้น 3,889 ไบต์ ,  5 ปีที่แล้ว
(→‎เรื่องราวของลิลิธในตำนานต่างๆ: ไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิง)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
[[ไฟล์:Lilith (John Collier painting).jpg|thumb|ลิลิธ (1892)ปรากฏในภาพวาดของ จอห์น คอลลีเออร์]]
 
ลิลิธ เป็นผู้หญิงที่พระเจ้าสร้างขึ้นก่อนหน้า'อีฟ' (EVE) ซึ่งไม่ปรากฏเนื้อหาเกี่ยวกับเธอในพระคัมภีร์[[ไบเบิล]]ฉบับ [[พันธสัญญาเดิม]]ของชาว[[ยิว]]มากนัก พบว่ามีชื่อเธอปรากฏอยู่แค่ครั้งเดียวใน พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 34 ข้อที่ 14 แต่กลับพบชื่อและเรื่องราวของเธออยู่มากมายในคัมภีร์อรรถกถา[[ทัลมุด]]แทน ทั้งจากในบท Erubin 18b และ Erubin 100b และ Nidda 24b และ Shab. 151b และ Baba Bathra 73a–b ซึ่งกล่าวในทำนอง[[ปกรณัม]]ว่า ลิลิธ คือผู้หญิงคนแรกของโลกจากการทรงสร้างของพระผู้เป็นเจ้า โดยถูกสร้างขึ้นด้วยดินเช่นเดียวกับอาดัม และเป็นภรรยาคนแรกของ[[อาดัม]] ผู้ชายคนแรกก่อนหน้าที่ พระเจ้าจะสร้างอีฟ เธอถือว่าตนเองมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับอาดัมและเรียกร้องความเสมอภาคเท่าเทียมกับเขา เธอจึงไม่ยอมสนองความต้องการของและอยู่ภายใต้คำสั่งของอาดัมเมื่อเขาบอกให้เธอนอนลงเบื้องล่างเขาในการร่มเพศท่ามิชชันนารี ลิลิธถูกพระเจ้าตัดสินให้ขับออกจากจึงสาปแช่งอาดัมและได้ทิ้งอาดัมและสวนสวรรค์แห่งอีเดนไปอยู่ที่ริมทะเลแดง (Red Sea) เธอได้กลายเป็นคนแรกรักของจอมปีศาจและผลิตลูกวันละ เพราะการกระทำอันชั่วร้าย100 คน ในวงการนักเทววิทยาว่ากันว่าทะเลแดงของเธอเองลิลิธ (Lilith's Red Sea) จากนั้นก็ถูกเนรเทศไปอยู่ภายใต้เงามืดสามารถเปรียบเทียบได้กับมหาสมุทรเลือดของคาลิมา (Kali ก้นบึ้งMa's Ocean of Blood) อันเป็นจุดกำเนิดของโลกแห่งจิตใต้สำนึกสรรพสิ่ง แต่ต้องแลกมาด้วยการสังเวยชีวิต
 
อาดัมโกรธลิลิธมากจึงนำเรื่องไปฟ้องพระเจ้า พระเจ้าจึงได้ส่งเทวทูต 3 องค์ (Sanvi, Sansanvi and Semangelaf) ให้ไปตามลิลิธกลับมายังสวนอีเดน แต่ลิลิธปฏิเสธพร้อมทั้งสาปส่งเทวทูตทั้ง 3 องค์นั้น เทวทูตแจ้งสารจากพระเจ้าถึงลิลิธว่าถ้าเธอไม่ยอมกลับสวนอีเดน พระเจ้าจะพรากลูกๆทั้งหมดของเธอไป แต่ลิลิธก็ไม่ยอมกลับ พระเจ้าจึงได้ทำตามคำขู่นั้น และได้สร้างภรรยาใหม่ให้แก่อาดัม ซึ่งก็คืออีฟ ขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของอาดัม เพื่อที่เธอจะได้อยู่ภายใต้อำนาจของเขา
 
เพื่อตอบโต้การกระทำของพระเจ้า ลิลิธได้กลายเป็นปีศาจ เธอมีปีกและจะออกบินไปลักพาตัวเด็กๆในยามค่ำคืน รวมทั้งล่อลวงเหล่ามนุษย์เพศชายเพื่อที่จะผลิตลูกๆขึ้นมาใหม่ สิ่งนี้เองจึงได้เป็นจุดกำเนิดของตำนานเรื่อง Succubi
 
ในแง่ของปรัชญา สิ่งนี้เป็นการตีค่าว่าการเรียกร้องสิทธิแบบสตรีนิยมคือความชั่วร้ายและมารยา ซึ่งแสดงออกเป็นนามธรรมในภาพของปีศาจสาวที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนล่อลวงผู้ชาย
 
ถึงแม้ลิลิธจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความดื้อรั้นขัดขืน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เธอก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพ ความเท่าเทียมทางเพศ และการยืนหยัดที่จะเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
 
บรรดารับไบในศาสนายิวและพระในศาสนาคริสต์ต่างคัดค้านโดยการอ้างว่า คำเรียกลิลิธไม่ได้มีความหมายบ่งชี้ถึงหญิงคนหนึ่งคนใด แต่อุปมา
9

การแก้ไข