ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จักรพรรดิเจิ้งถ่ง"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
==ครองราชย์ครั้งแรก==
 
จู ฉีเจิ้น เป็นโอรสของ[[จักรพรรดิเซฺวียนเต๋อ|จู จานจี]] (朱瞻基) หรือ[[จักรพรรดิเซฺวียนเต๋อ]] (宣德) กับเมียคนที่สอง คือ [[จักรพรรดินีซุน]] (孫)
 
ขณะพระชนม์ได้ 8 ชันษา จู ฉีเจิ้น ได้สืบราชสมบัติสมบัติต่อจากเซฺวียนเต๋อพระบิดา ใช้พระนามว่า "เจิ้งถ่ง" เมื่อแรกเสวยราชย์นั้น ราชวงศ์หมิงรุ่งเรืองถึงขีดสุดเพราะการปกครองอันชาญฉลาดในรัชกาลพระบิดา แต่เพราะจู ฉีเจิ้น ทรงพระเยาว์นัก เหล่าขันทีพี่เลี้ยง โดยเฉพาะ[[หวัง เจิ้น]] (王振) จึงมีอิทธิพลเหนือพระองค์มาก พระองค์ทรงอาศัยความคิดความเห็นของขันทีเป็นหลักในการว่าราชกิจ
 
==เชลยมองโกล==
 
ครั้น ค.ศ. 1449 พระชนม์ได้ 21 ชันษา จู ฉีเจิ้น นำทัพหลวงออกรบกับชาว[[มองโกล]]ซึ่งนำโดย[[ราชครูเหย่เซียน]] (也先太師; Esen Taishi) จากเผ่า[[หว่าล่า]] (瓦剌; Oirat) ณ ปราการถู่มู่ (土木) เสด็จไปครั้งนั้นมีขันที[[หวัง เจิ้น]] เป็นที่ปรึกษาประจำทัพ แต่เกิดโกลาหล ทัพหลวงแตกพ่าย หวัง เจิ้น ถูกฆ่าตาย และจู ฉีเจิ้น ถูกมองโกลจับเป็นเชลย เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ [[วิกฤติถู่มู่]] (土木之變)
 
แม้จู ฉีเจิ้น จะอยู่แคว้นมองโกลในฐานะเชลย แต่ก็ได้เป็นมิตรสนิทสนมกับราชครูเหย่เซียน และข่าน[[ทัวทัวปู้ฮวา]] (脱脱不花)
 
อย่างไรก็ดี การที่พระมหากษัตริย์ถูกจับเป็นเชลย ทำให้เกิดภาวะไร้ผู้นำจนแผ่นดินจีนสั่นคลอน เพื่อระงับสถานการณ์ [[จักรพรรดิจิ่งไท่|จู ฉี-อฺวี้]] (朱祁鈺) พระอนุชาของจู ฉีเจิ้น จึงขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ ใช้พระนามว่า "[[จักรพรรดิจิ่งไท่|จิ่งไท่]]" (景泰) แปลว่า "มองไกล" กับทั้งได้เสนาบดี[[ยฺหวี เชียน]] (于谦) ช่วยประคับประคองกิจการบ้านเมือง ราชวงศ์หมิงจึงดำเนินต่อไปด้วยดี
 
จู ฉี-อฺวี้ จักรพรรดิพระองค์ใหม่ ประทานสมัญญา[[ไท่ช่างหฺวัง|พระเจ้าหลวง]] (太上皇) ให้แก่จู ฉีเจิ้น พระเชษฐา
 
==อ้างอิง==
8,317

การแก้ไข