ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อานัมสยามยุทธ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
 
== สาเหตุ ==
[[ประเทศ]]ในภูมิภาค[[เอเชีย]]ที่มีอำนาจและอิทธิพลเป็นคู่แข่งกับ[[ไทย]]ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้น มิได้จำกัดที่[[พม่า]]เพียงแห่งเดียว ยังมีญวนซึ่งถือเป็นชาติใหญ่อีกแห่งหนึ่ง การที่ไทยขยายอิทธิพลเข้าไปใน[[ลาว]]และเขมรในสมัยกรุงธนบุรีได้ก็เนื่องจากความแตกแยกในภายในญวนเองจาก[[กบฏ]]เต็ยเซิน (ไกเซิน) ซึ่งทำให้ผู้ปกครองญวนทางใต้ต้องเข้ามาพึ่งไทยและขอกำลังไปช่วยปราบกบฏ ซึ่งไทยก็รับปกป้องคุ้มครอง แต่ไม่สามารถแบ่งกำลังไปช่วยได้ ญวนจึงต้องพยายามขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรเพื่อแสวงยุทธปัจจัย เช่น พาหนะและส่วยต่าง ๆ จนสร้างความตึงเครียดระหว่างไทยกับญวนสมัยปลายกรุงธนบุรี
 
เมื่อขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ ไทยไม่ต้องการทำสงครามกับพม่าและญวนในเวลาเดียวกัน จึงเลือกอุปถัมภ์องเชียงสือ ผู้นำตระกูลสำคัญของญวนในการรวบรวมชาติญวน จนองเชียงสือสามารถปราบปรามกบฏได้และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ญวนเรียกว่า [[สมเด็จพระจักรพรรดิซา ล็อง|จักรพรรดิซา ล็อง]] (พระเจ้าเวียดนามยาลอง) อย่างไรก็ดี ฝ่ายญวนเองต้องการทรัพยากรจากลาวและเขมรเพื่อเลี้ยงตัวเองและสร้างความเข้มแข็ง จึงต้องขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรและลาวด้วย ฝ่ายไทยเองถึงแม้จะไม่พอใจ แต่ไม่ต้องการทำศึกหลายด้าน จึงทำเป็นไม่รับรู้ ทำให้ญวนขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรได้อย่างเปิดเผยและมีท่าทีขยายเข้าไปในลาว การขยายอิทธิพลและท่าทีไม่เป็นมิตรของญวน ดังประจักษ์จากการที่ญวนมีส่วนสนับสนุนอย่างลับ ๆ ในกรณีกบฏเจ้าอนุวงศ์เมือง[[เวียงจันทน์]] รวมทั้งกรณี[[กษัตริย์เขมร]]ต่อต้านอำนาจของไทย ทำให้ไทยไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
 
== อันนัมสยามยุทธ ==
ต่อมาบางส่วนของพม่าต้องตกเป็น[[จักรวรรดิอังกฤษ|อาณานิคมของอังกฤษ]] ประกอบกับไทยเลือกที่จะไม่ปะทะกับอังกฤษด้วยการขยายอิทธิพลลงไปในแหลมมลายู ทำให้ในรัชกาลที่ 3 สามารถเลือกที่จะเผชิญหน้ากับญวนทางตะวันออกได้อย่างเต็มที่ โดยทำสงครามกับญวนที่เรียกว่า สงครามอานัมสยามยุทธ หรือสงครามไทย-ญวน ระหว่าง พ.ศ. 2376–2390 ซึ่งเป็นสงคราม 14 ปี ระหว่างสองชนชาติใหญ่ที่เหลืออยู่ในขณะนั้นของ[[เอเชียตะวันออกเฉียงใต้]] สงครามครั้งนั้นเกิดขึ้นเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในเขมร อันเป็นดินแดนกั้นกลางระหว่างไทยกับญวน สงครามที่เนิ่นนานเช่นนี้ได้ก่อความเสียหายให้ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างมาก
 
ใน พ.ศ. 2376 เมือง[[โฮจีมินห์|ไซง่อน]]ก่อการจลาจลโดยฝ่ายกบฏ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้[[เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)]] เป็นแม่ทัพบกยกกองทัพไปตีเขมรและหัวเมืองญวนลงไปถึงเมืองไซง่อนเพื่อช่วยฝ่ายกบฏ และให้[[เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค)]] เป็นแม่ทัพ[[เรือ]]ไปตีหัวเมือง[[เขมร]]และ[[ญวน]]ตามชายฝั่งทะเล โดยไปสมทบกับกองทัพบกที่เมือง[[ไซง่อน]] ในส่วนของกองทัพเรือต้องยกกำลังไปหลายครั้งเช่นเดียวกับการรบทางบก
 
ในสงครามกับญวนครั้งนี้ เจ้าพระยาบดินทรฯ ได้สั่งให้ตัดศีรษะนายขำ บุตรคนที่ 18 ของท่านในข้อหาขลาดกลัวต่ออริราชศัตรู อันเป็นการลงโทษอย่างรุนแรง เป็นมาตรการที่ให้ไพร่พลเกิดความยำเกรงต่อกฎข้อบังคับและคำสั่ง จนเป็นกำลังไปสู่ชัยชนะได้
 
== ผลสรุป ==
ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถรบชนะอีกฝ่ายได้เด็ดขาด ทำให้ต้องทำ[[สนธิสัญญา]]สงบศึกกัน โดยไทยยังคงไว้ซึ่งสิทธิในการสถาปนา[[กษัตริย์เขมร]] แต่เขมรก็ยังคงต้องส่งเครื่องบรรณาการแก่ญวนทุก ๆ 3 ปี ถือเป็นข้อตกลงที่น่าพอใจทั้ง 2 ฝ่าย สงครามจึงยุติลง
 
== หนังสืออ่านเพิ่มเติม ==
ผู้ใช้นิรนาม