ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ชะวากทะเล"

เพิ่มขึ้น 13,505 ไบต์ ,  4 ปีที่แล้ว
ย้อนการแก้ไขของ Fanclub35 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย Potapt
(แทนที่เนื้อหาด้วย "{{ลบ|ไม่น่าเชื่อถือ}}")
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
(ย้อนการแก้ไขของ Fanclub35 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย Potapt)
[[ไฟล์:Klamath river estuary.jpg|thumb|300px|right|ชะวากทะเลของแม่น้ำแคลมัท สหรัฐอเมริกา]]
{{ลบ|ไม่น่าเชื่อถือ}}
[[ไฟล์:Estuary-mouth.jpg|thumb|200px|right|บริเวณปากชะวากทะเล]]
[[ไฟล์:Rio de la Plata BA 2.JPG|thumb|200px|right|ชะวากทะเลบริเวณปากน้ำรีโอเดลาปลาตา (Río de la Plata) อเมริกาใต้]]
[[ไฟล์:River Nith estuary.jpg|thumb|200px|right|ชะวากทะเลบริเวณปากแม่น้ำนิท (Nith River) สกอตแลนด์]]
[[ไฟล์:Mouths of amazon geocover 1990.png|thumb|200px|right|ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงลักษณะชะวากทะเล บริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน]]
 
'''ชะวากทะเล''' ({{lang-en|Estuary}}) คือ บริเวณส่วนล่างของปากแม่น้ำที่มีความกว้างมากจนมีลักษณะคล้ายอ่าว ตอนบนของชะวากทะเลนั้นจะตอบแหลมเป็นรูปกรวยและจะค่อยขยายขนาดออกไปเมื่อเข้าหาในส่วนที่เป็นทะเลมากขึ้น บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีการผสมกันระหว่าง[[น้ำจืด]]กับ[[น้ำเค็ม]] เนื่องจากเป็นพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำยุบตัวลงสู่แนวชายฝั่งทะเลจึงได้รับอิทธิพลของน้ำทะเล ตัวอย่างของชะวากทะเลในประเทศไทย ได้แก่ บริเวณปาก[[แม่น้ำกระบุรี]] [[จังหวัดระนอง]], ปากแม่น้ำเวฬุ [[จังหวัดจันทบุรี]] และปากแม่น้ำชุมพร [[จังหวัดชุมพร]] โดยชะวากทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ [[อ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์]] ในประเทศแคนาดา ที่มีความกว้างถึง 145 กิโลเมตร <ref>{{cite web|url=http://tv.ohozaa.com/hourly-rerun/tpbs/2014-12-13/14/|title= สารคดีมุมมองจากฟากฟ้า|date=13 December 2014|accessdate=13 December 2014|publisher=ไทยพีบีเอส}}</ref>
 
ชะวากทะเล เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลที่มีแม่น้ำหรือลำธารไหลผ่านเชื่อมต่อลงสู่ทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างสภาพแวดล้อมแบบทางน้ำและสภาพแวดล้อมแบบทะเล จึงทำให้พื้นที่ในบริเวณนี้ได้รับทั้งอิทธิพลจากทะเลอันได้แก่ น้ำขึ้น - น้ำลง, คลื่นและการไหลเวียนของน้ำเกลือ รวมถึงอิทธิพลจากแม่น้ำอันได้แก่ ตะกอนและการไหลเวียนของน้ำจืด ซึ่งการที่มีน้ำจืดและน้ำเค็มไหลเวียนแบบนี้นั้นส่งผลให้พื้นที่ชะวากทะเลประกอบด้วยธาตุอาหารที่สำคัญจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดได้
 
ชะวากทะเลที่พบในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่เป็นชะวากทะเลที่เกิดขึ้นในช่วง[[ยุคโฮโลซีน]] (Holocene) โดยการไหลท่วมของแม่น้ำหรือการกัดเซาะจากธารน้ำแข็งในช่วงที่มีก่รเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในช่วงประมาณ 10,000 - 12,000 ปีที่ผ่านมา และการจำแนกลักษณะของชะวากทะเลนั้นจะอาศัยลักษณะทางธรณีสัณฐานหรือรูปแบบการไหลของน้ำในการจำแนก ซึ่งหมายถึงการจำแนกเป็น[[อ่าว]] (Bay) หรือ[[ลากูน]] (Lagoon) เป็นต้น
 
ชะวากทะเลเป็นพื้นที่มีประชากรมาอาศัยอยู่จำนวนมาก คือประมาณร้อยละ 60 จากประชากรทั้งหมดของโลกที่ชอบอาศัยตามแนวชายฝั่งทะเลและชะวากทะเล เป็นผลให้พื้นที่ชะวากทะเลนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆได้แก่ การตกตะกอนของตะกอนจากการพังทลายของหน้าดินเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า การเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณสารเคมีในระบบนิเวศจากสิ่งปฏิกูลและมูลสัตว์ (Eutrophication) มลพิษจากโลหะหนัก, สารพีซีบีเอส (PCBs), [[ธาตุกัมมันตรังสี]]และสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากสิ่งปฏิกูล และแนวกั้นน้ำหรือเขื่อนที่ใช้ในการควบคุมปริมาณการไหลของน้ำ
 
== การจำแนกชนิดของชะวากทะเล ==
ชะวากทะเลสามารถจำแนกโดยอาศัยลักษณะทางธรณีสัณฐาน ออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
=== ชะวากทะเลแบบร่องน้ำจมตัว (Drowned river valleys-type estuaries) ===
ชะวากทะเลชนิดนี้ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 6,000 ถึง 15,000 ปีที่ผ่านมา หรือในช่วงปลายของ Wisconsin glaciation (เป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขี้นประมาณ 100 ถึง 130 เมตร) เมื่อระดับน้ำทะเลลดลงจึงได้มีการเกิดลักษณะชะวากทะเลเช่นนี้ขึ้น นอกจากนี้แล้วการทรุดตัวของบริเวณชายฝั่งยังช่วยให้เกิดชะวากทะเลแบบร่องน้ำจมตัวได้อีกด้วย โดยลักษณะเช่นนี้มักเกิดขึ้นในที่ราบต่ำ ขนาดกว้าง มีความลึกไม่มากนัก มักพบได้ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก สหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น Chesapeake Bay, Delaware Bay, Galveston Bay และ Tampa Bay
=== ชะวากทะเลแบบลากูน (Lagoon-type estuaries) ===
ชะวากทะเลชนิดนี้จะได้รับอิทธิพลของน้ำทะเลน้อยมาก เนื่องจากในบริเวณนั้นมีเกาะสันดอน (Barrier islands) หรือจะงอยทราย (Sand spit) เป็นตัวกั้นอิทธิพลจากน้ำทะเลเอาไว้ จะมีช่องแคบๆเท่านั้นที่ติดต่อกับน้ำทะเล โดยมากมักจะพัฒนาอยู่บนบริเวณชายฝั่งที่มีความมั่นคงทางธรณีแปรสัณฐานสูง และมีการสะสมตัวของตะกอนตามแนวชายฝั่ง แต่จะต้องมีอัตราของน้ำขึ้นน้ำลงไม่เกิน 4 เมตร และเกาะสันดอนที่เกิดร่วมกันนั้นมักจะเกิดขึ้นในบริเวณทะเลน้ำตื้นคือลึกไม่เกิน 5 ถึง 10 เมตร และมีกระแสที่มากระทำขนานกับแนวชายหาด โดยมากจะพบตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก สหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น Barnegat Bay นิวเจอร์ซีย์, Laguna Madre เทกซัส และ Pamlico Sound นอร์ทแคโรไลนา
=== ชะวากทะเลแบบฟยอร์ด (Fjord-type estuaries) ===
ชะวากทะเลชนิดนี้เกิดขึ้นในบริเวณที่เป็นร่องลึกเนื่องจากการกัดเชาะของธารน้ำแข็ง ร่องลึกดังกล่าวมีลักษณะเป็นรูปตัวยู บริเวณตื้นของชะวากทะเลชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นปากอ่าว และมักจะได้รับผลจากการไหลเวียนของกระแสน้ำขึ้นน้ำลงจากน้ำลึกไปยังน้ำตื้นบริเวณชะวากทะเล พบได้ตามแนวชายฝั่งของอะแลสกา ตะวันออกของแคนาดา กรีนแลนด์ ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์
=== ชะวากทะเลแบบผลจากธรณีแปรสัณฐาน (Tectonically produced estuaries) ===
ชะวากทะเลชนิดนี้เกิดจากการทรุดตัว หรือแผ่นดินถูกตัดจากทะเลโดยการเคลื่อนที่ของแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับรอยเลื่อน ภูเขาไฟ และแผ่นดินถล่ม น้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นในยุคโฮโลซีนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างชะวากทะเล ตัวอย่างเช่น อ่าวแซนแฟรนซิสโกที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนแซนแอนเดรอัส
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
เนื้อหาโดยส่วนใหญ่ดัดแปลงและแปลมาจาก Estuary ใน [http://en.wikipedia.org/wiki/Estuary]
[http://www.niot.res.in/m5/mbic/me/zones/estuary.htm]
[http://www.rmutphysics.com/CHARUD/naturemystery/sci3/geology/chp_10.pdf]
 
[[หมวดหมู่:แหล่งน้ำ]]
[[หมวดหมู่:ธรณีสัณฐานชายฝั่งและมหาสมุทร]]
[[หมวดหมู่:ชะวากทะเล]]
[[หมวดหมู่:ภูมิศาสตร์ชายฝั่ง]]
[[หมวดหมู่:การประมง]]
[[หมวดหมู่:วิชาที่เกี่ยวกับการวัดรูปร่างและพื้นที่ผืนดิน]]