ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วิกฤตการณ์ตัวประกันโรงละครมอสโก"

แก้คำผิด
(แก้คำผิด)
'''วิกฤตการณ์ตัวประกันโรงละครมอสโก''' ({{lang-en|Moscow theatre hostage crisis}}) หรือ '''การล้อมนอร์ด-โอสท์ พ.ศ. 2545''' ({{lang-en|2002 Nord-Ost siege}}) เป็นการยึดโรงละครซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2545 โดยกลุ่มติดอาวุธเชเชนราว 40 ถึง 50 คน ที่อ้างความภักดีต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนอิสลามใน[[เชชเนีย]]<ref name="today">[http://www.russiatoday.ru/spotlight/release/830/video Modest Silin, Hostage, Nord-Ost siege, 2002], [[Russia Today]], 27 October 2007</ref> คนร้ายจับตัวประกัน 850 คน และเรียกร้องให้ถอนกำลังรัสเซียออกจากเชชเนีย และยุติสงรามสงครามเชชเนียครั้งที่สอง การล้อมนี้อยู่ภายใต้การนำอย่างเป็นทางการของมอฟซาร์ บาราเยฟ หลังการล้อมนานสองวันครึ่ง กองกำลัง[[สเปซนาซ]]ของรัสเซียได้สูบสารเคมีไม่ทราบชื่อ (คาดว่าเป็นเฟนตานิล หรือ 3-เมทิลเฟนตานิล) เข้าไปในระบบระบายอากาศของอาคารและโจมตี<ref name="today"/>
 
คนร้าย 39 คนถูกสังหารโดยกองทัพรัสเซีย เช่นเดียวกับตัวประกันอย่างน้อย 129 คน (ซึ่งรวมชาวต่างชาติเก้าคน) ตัวประกันเกือบทั้งหมดที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เสียชีวิตจากสารพิษที่สูบเข้าไปในโรงละครที่ตั้งใจใช้กับคนร้าย<ref>[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2365383.stm Gas "killed Moscow hostages", ibid.]</ref><ref>[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2602945.stm "Moscow court begins siege claims"], [[BBC News]], 24 December 2002</ref> การใช้แก๊สดังกล่าวถูกประณามอย่างกว้างขวางว่า "มือหนัก" แต่รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า ตนมีพื้นที่น้อยมากสำหรับกลวิธี โดยเผชิญหน้ากับกบฏติดอาวุธหนัก 50 คนที่เตรียมฆ่าตัวตายและตัวประกัน<ref>{{cite news| url=http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2371691.stm | work=BBC News | title=Moscow siege gas 'not illegal' | date=29 October 2002}}</ref> แพทย์ในกรุงมอสโกประณามการปฏิเสธที่จะเปิดเผยเอกลักษณ์ของแก๊ส ซึ่งทำให้แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี บางรายงานว่า ยา[[นาลอกโซน]]สามารถใช้ช่วยชีวิตตัวประกันบางคนอย่างได้ผล<ref name="nal">[http://www.newscientist.com/article/dn2979-mystery-of-russian-gas-deepens.html "Mystery of Russian gas deepens"]</ref> รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทั้งสิ้นประมาณ 170 คน
 
== เหตุการณ์การจับตัวประกัน ==
หัวหน้าคนร้ายบอกว่า พวกเขามาจากหน่วยฆ่าตัวตายของ "กองพลที่ 29"<ref name="chechens">[http://query.nytimes.com/gst/fullpage.html?res=9E0CE2D6123CF937A15753C1A9649C8B63&scp=6&sq=Nord+Ost&st=nyt Chechens Seize Moscow Theater, Taking as Many as 600 Hostages], ''[[The New York Times]]'', 24 October 2002</ref> และว่า พวกเขาไม่มีความบาดหมางกับชาวต่างชาติ (ราว 75 คน จาก 14 ประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ยูเครน สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา) และสัญญาจะปล่อยทุกคนที่แสดงพาสปอร์ตต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักเจรจารัสเซียปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอนี้ และยืนยันให้ทุกคนถูกปล่อยตัวพร้อมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชาวต่างชาติกับชาวรัสเซีย<ref>[http://www.moscowtimes.ru/stories/2007/10/22/002.html ''A Foreigner's Nightmare in Dubrovka''], ''[[The Moscow Times]]'', 22 October 2007</ref>
 
การสนทนาด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างตัวประกันที่ถูกจับอยู่ในโรงละครกับครอบครัว เปิดเผยว่า ผู้จับตะวประกันตัวประกันมีระเบิดมือ ทุ่นระเบิดและ[[ระเบิดแสวงเครื่อง]]ผูกรัดอยู่ตามร่างกาย และวางระเบิดเพิ่มไว้ทั่วโรงละคร ระเบิดส่วนใหญ่นี้ (รวมทั้งทั้งหมดที่นักรบหญิงสวม) ถูกพบภายหลังว่าเป็นของปลอมใช้ในทางทหาร<ref name="part1">[http://www.rferl.org/reports/corruptionwatch/2003/12/42-181203.asp The October 2002 Moscow Hostage-Taking Incident (Part 1)] by John B. Dunlop, [[Radio Free Europe]] Reports, 18 December 2003.</ref><ref>[http://www.hudson.org/index.cfm?fuseaction=publication_details&id=3538&pubType=HI_Opeds Slaughter in Beslan], [[Hudson Institute]], 23 November 2004</ref> ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีตัวจุดระเบิดหรือถอดแบตเตอรี[[แบตเตอรี่]]ออกแล้ว<ref>[http://www.echo.msk.ru/programs/albac/55756/ Норд-Ост: 5 лет], [[Echo of Moscow]], 21 October 2007 {{ru icon}}</ref> นักเจรจาและหน่วยรบพิเศษรัสเซียไม่อาจมั่นใจได้ในเวลานั้น แต่ก่อนหน้าการล้อม ขณะที่มีการเตรียมระเบิด เจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย (FSB) ผู้แทรกซึมเครือข่ายขนส่งเชเชนจีฮัดได้บ่อนทำลายอุปกรณ์หลายอย่างด้วยแบตเตอรีใช้หมด และตัวเร่งหรือดินเร่งที่ไม่พอสำหรับจุดระเบิด คนร้ายใช้ชื่อภาษาอาหรับในหมู่พวกเขาเอง และผู้ก่อการร้ายหญิงสวมเสื้อผ้าบุรกาแบบอาหรับ ซึ่งผิดปกติอย่างมากในเขตคอเคซัสเหนือ<ref name="dark">[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2565585.stm Moscow siege leaves dark memories], [[BBC News]], 16 December 2002</ref>
 
โฆษกผู้นำแบ่งแยกดินแดนเชเชนกล่าวว่า เขาไม่มีข้อมูลว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ และประณามการโจมตีต่อพลเรือน ผู้นำเชชเนียนิยมรัสเซียยังประณามเหตุโจมตีดังกล่าวด้วย<ref name="seize">[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2354753.stm Terrorists seize Moscow theatre], [[BBC News]], 23 October 2002</ref>
หลังจากนั้น คนร้ายได้ปล่อยตัวประกันราว 150 ถึง 200 คน รวมทั้งเด็ก หญิงมีครรภ์ ชาวมุสลิม ผู้ชมละครชาวต่างประเทศบางคน และคนที่ต้องการการรักษาในไม่กี่ชั่วโมงหลังคนร้ายยึดโรงละคร มีหญิงสามารถหลบหนีได้สองคน และไม่มีคนใดได้รับบาดเจ็บระหว่างการหลบหนีนั้น<ref name="more">[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2359491.stm Seven hostages freed in Moscow siege], [[BBC News]], 25 October 2002</ref> ผู้ก่อการร้ายว่า พวกเขาพร้อมฆ่าตัวประกัน 10 คน หากสมาชิกของพวกเขาตายไป 1 คน ในกรณีที่กำลังความมั่นคงเข้าแทรกแซง<ref name="seize"/>
 
โอลกา โรมาโนวา วัย 26 ปี ผ่านการล้อมของตำรวจและเข้าโรงละครจากทางด้านหลัง เธอเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายและกระตุ้นให้ตัวประกันยืดหยัดสู้กับคนร้าย กองโจรตัดสินว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ FSB และนำเธอไป เธอถูกยิงและเสียชีวิตแทบทันที ร่างของโอลกาภายหลังถูกนำออกจากอาคารโดยทีมแพทย์รัสเซีย และตำรวจรัสเซียรายงานอย่างผิด ๆ ว่าเป็นร่างของตัวปรกะกันตัวประกันคนแรกที่ถูกสังหารระหว่างพยายามหลบหนี<ref name="more"/>
 
=== 24 ตุลาคม ===
รัฐบาลรัสเซียเสนอผู้จับตัวประกันให้โอกาสในการลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม<ref name="more"/> ตัวประกันที่ถูกยุยงวิงวอน อาจด้วยอยู่ภายใต้คำสั่งหรือถูกข่มขู่ ให้ปูตินเลิกความเป็นปรปักษ์ในเชชเนียและขอให้เขาระงับการโจมตีอาคาร ด้วยวิกฤตการณ์นี้ ปูตินได้ยกเลิกการเดินทางเยือนต่างประเทศซึ่งรวมไปถึงการพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา [[จอร์จ ดับเบิลยู. บุช]] และผู้นำโลกคนอื่น ๆอื่นๆ<ref>[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2357729.stm Two hostages flee Moscow theatre], [[BBC News]], 24 October 2002</ref>
 
บุคคลสาธารณะและนักการเมืองที่มีชื่อเสียง อย่างอัสลัมเบค อัสลาฮานอฟ, อีรีนา ฮาคามาดา, รุสลัน ฮัสบูลาตอฟ, อีโอซิฟ คอบซอน, โบริส เนมซอฟ และกรีโกรี ยัฟลินสกี<ref>[http://www.moscowtimes.ru/article/850/49/242402.htm Yavlinsky Describes His Role In Crisis], ''[[The Moscow Times]]'', 4 November 2002</ref> มีส่วนในการเจรจากับผู้จับตัวประกัน อดีตประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียต [[มิฮาอิล กอร์บาชอฟ]] ยังประกาศความเต็มใจในการเป็นคนกลางระหว่างช่วงการเจรจรา ผู้ก่อการร้ายยังต้องการให้ผู้แทน[[กาชาดสากล]] และ[[องค์การแพทย์ไร้พรมแดน]] มายังโรงละครเพื่อนำการเจรจาด้วย
เมื่อการยิงกันเริ่มต้นขึ้น ผู้ก่อการร้ายบอกให้ตัวประกันเอนไปข้างหลังในเก้าอี้โรงละครแล้วป้องกันศีรษะของตนเองหลังที่นั่ง<ref name="how"/> ตัวประกันรายงานว่าบางคนในหมู่ผู้ชมหลับไป และมือปืนบางคนหยิบหน้ากากกันแก๊สขึ้นมาสวม ขณะที่ผู้ก่อการร้ายและตัวประกันเริ่มหมดสติไป ผู้ก่อการร้ายหญิงหลายคนได้โผไปยังระเบียง แต่หมดสติก่อนจะไปถึงบันได ภายหลังพวกเขาถูกพบเป็นศพถูกยิง แม้แต่ทหารหน่วยอัลฟาที่เป็นผู้โจมตีเองก็พ่ายให้กับแก๊สนั้น<ref name="how"/> และรองนายกเทศมนตรีกรุงมอสโกต้องได้รับการรักษาจากการได้รับพิษแก๊ส<ref name="bbcvows">[http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/2368023.stm Putin vows to crush terrorists], [[BBC News]], 28 October 2002.</ref>
หลังการยิงปะทะกันประปรายนานเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หน่วยรบพิเศษรัสเซียระเบิดประตูหน้าห้องโถงใหญ่และกรูกันเข้าไปในโรงละคร ในการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ทหารรัฐบาลได้ยิงกองโจรนั้น ทั้งที่ยังมีสติอยู่และที่ได้รับแก๊สนั้น<ref name="how"/><ref name="troops">[http://www.guardian.co.uk/world/2002/oct/27/russia.chechnya Troops bring freedom and death to theater of blood], ''[[The Guardian]]'', 27 October 2002</ref>
 
ตามข้อมูลของรัฐบาลรัสเซีย การต่อสู้ระหว่างทหารและนักสู้เชเชนที่ยังมีสติอยู่ดำเนินไปในบางส่วนของอาคารอีกสามสิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง ตอนแรกมีรายงานว่า มีผู้ก่อการร้ายถูกจับเป็นได้สามคน และสองคนสามารถหลบหนีไปได้ ภายหลัง รัฐบาลอ้างว่าผู้จับตัวประกันถูกสังหารทั้งหมดระหว่างการโจมตี
ผู้ใช้นิรนาม