ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ลัทธิคอมมิวนิสต์"

เพิ่มเว็บ
(ย้อนการแก้ไขของ 202.44.252.199 (พูดคุย) ไปยังรุ่นก่อนหน้าโดย 125.24.165.214)
(เพิ่มเว็บ)
วิสัยทัศน์ที่มั่นคงของมาร์กซ์ ทำให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับความเป็นไปของสังคมที่เป็นระบบ ภายใต้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง และเป็นทฤษฎีทางการเมืองที่อธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องกระทำการปฏิวัติเพื่อที่จะได้สิ่งใดๆ มาที่มีข้อกังขาเล็กน้อย
 
ในช่วงครึ่งหลังของ[[คริสต์ศตวรรษที่ 19]] นิยามของคำว่า '''ระบอบสังคมนิยม''' และ '''ระบอบคอมมิวนิสต์''' มักถูกใช้แทนกัน อย่างไรก็ตาม มาร์กซ์และเองเกิลส์เห็นว่า สังคมนิยมคือระดับปานกลางของสังคมที่ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จากการผลิตมีมวลชนเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยที่ยังคงความแตกต่างระหว่างชนชั้นไว้เล็กน้อย โดยที่พวกเขาสงวนนิยามของระบอบคอมมิวนิสต์ไว้ว่า เป็นขั้นสุดท้ายของสังคมที่ไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชั้น ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี และรัฐบาลเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
 
หลักเกณฑ์เหล่านี้ต่อมาจึงถูกพัฒนา โดยเฉพาะจาก [[วลาดิมีร์ เลนิน]] ซึ่งมีอิทธิพลในการกำหนดลักษณะของพรรคคอมมิวนิสต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ให้โดดเด่น นักเขียนรุ่นต่อมาเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ของมาร์กซ์โดยมอบอำนาจให้กับรัฐให้เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาสังคมดังกล่าว โดยแย้งว่าการที่จะให้เป็นคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์ได้นั้น ต้องเริ่มมาจากการเป็นสังคมนิยมเสียก่อน จึงค่อย ๆ แปลงสังคมภายใต้ระบอบสังคมนิยม ให้กลายเป็นสังคมคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์
 
== ยุคปัจจุบัน ==
ในช่วงปลาย[[คริสต์ศตวรรษที่ 19]] แนวทฤษฎีของมาร์กซมาร์กซ์เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดพรรค[[สังคมนิยม]]ทั่วยุโรป แม้ว่านโยบายของพวกเขาในเวลาต่อมาจะค่อนข้างคล้อยตามกับระบอบ[[ทุนนิยม]]ที่กำลังปรับเปลี่ยนตัวเอง มากกว่าที่จะก่อ[[การรัฐประหาร]] ยกเว้น[[พรรคแรงงานสังคมประชาธิปัตย์แห่งรัสเซีย]] (Russian Social Democratic Workers' Party) โดยหนึ่งในกลุ่มในพรรค ที่เป็นที่รู้จักในนามของกลุ่ม[[บอลเชวิก]] ซึ่งนำโดย[[วลาดิมีร์ เลนิน]]ที่ประสบความสำเร็จในการปกครองประเทศหลังจากการล้มล้างรัฐบาลรักษาการณ์ใน[[การปฏิวัติรัสเซีย]] (Russian Revolution of 1917) ใน [[พ.ศ. 2460]] (ค.ศ. 1917) ในปีต่อมา พรรคดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจากนั้นมาทำให้เกิดข้อแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างระบอบคอมมิวนิสต์และระบอบสังคมนิยม
 
หลังจากประสบความสำเร็จใน[[การปฏิวัติตุลาคม]] (October Revolution) ใน[[รัสเซีย]] ทำให้พรรคสังคมนิยมในหลายๆ ประเทศเปลี่ยนตัวเองเป็น[[พรรคคอมมิวนิสต์]] ซึ่งมีความภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง[[สหภาพโซเวียต]]ที่แตกต่างกันไป เมื่อ[[สงครามโลกครั้งที่สอง]]สิ้นสุดลง คณะบริหารที่เรียกตนเองว่าคอมมิวนิสต์ก็เข้ายึดอำนาจในยุโรปตะวันออก ในปี [[พ.ศ. 2492]] (ค.ศ. 1949) พวกคอมมิวนิสต์ในประเทศ[[สาธารณรัฐประชาชนจีน|จีน]] นำโดย[[เหมา เจ๋อตุงตง]]ก็ขึ้นสู่อำนาจและก่อตั้ง[[สาธารณรัฐประชาชนจีน]] ระหว่างนั้นบรรดาประเทศโลกที่สามต่างก็รับระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามาเป็นระบอบการปกครองได้แก่[[คิวบา]] [[เกาหลีเหนือ]] [[เวียดนาม]] [[ลาว]] [[แองโกลา]] และ[[โมซัมบิก]] ในต้นทศวรรษที่ 1980 ประชากรหนึ่งในสามของโลกถูกปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
 
ความเชื่อแบบคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามใน[[สหรัฐอเมริกา]] จากประวัติศาสตร์[[การต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์]]มาตั้งแต่สมัยก่อน[[สงครามเย็น]]ของอเมริกา ต่อมาในต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1970 นิยามใหม่ที่เรียกว่า "[[ยูโรคอมมิวนิสต์]]" (Eurocommunism) ก็ถูกใช้ระบุถึงนโยบายใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่ตั้งใจจะปฏิเสธการช่วยเหลือที่ไม่มากนักและไม่คงเส้นคงวาของสหภาพโซเวียต บางพรรคดังกล่าวถือว่าเป็นพรรคใหญ่และเป็นหัวคะแนนในการเลือกตั้งได้แก่ใน[[ประเทศฝรั่งเศส|ฝรั่งเศส]]และ[[อิตาลี]] แต่จากการล่มสลายของรัฐบาล'''คอมมิวนิสต์'''ใน[[ยุโรปตะวันออก]]จากช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 จนไปถึงการล่มสลายของ[[สหภาพโซเวียต]]ใน [[พ.ศ. 2534]] (ค.ศ. 1991) ทำให้อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ลดลงไปอย่างมากใน[[ยุโรป]] อย่างไรก็ตามประชากรหนึ่งในสามของ[[โลก]]ก็ยังคงตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์อยู่ดี
 
รัฐที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้ระบบพรรคการเมืองเดียวในปัจจุบัน ได้แก่
155

การแก้ไข