ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ชุมนุมเจ้าพระฝาง"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
[[ไฟล์:Chao Phra Fang 2.jpg|thumb|160px|รูปหล่อบุคคลในพิพิธภัณฑ์[[วัดพระฝาง]] ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปหล่อของเจ้าพระฝาง (เรือน) อดีตผู้นำชุมนุมอิสระหลัง[[เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง]]<ref>ธีระวัฒน์ แสนคำ. (2559). "'''ศึกเจ้าพระฝาง พ.ศ. 2313 : สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับการปราบ "พวกสงฆ์อลัชชี" ที่เมืองสวางคบุรี'''," ใน ''ศิลปวัฒนธรรม''. ปีที่ 37 ฉบับที่ 5 มีนาคม</ref>]]
 
'''ชุมนุมเจ้าพระฝาง''' เป็น[[สภาพจลาจลหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง|ชุมนุมอิสระ]]ภายหลัง[[การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง]] ในปี [[พ.ศ. 2310]] โดยมีผู้นำชุมนุมเป็นพระสงฆ์ คือ '''พระพากุลเถระ<ref>Smith, S.J., "Brief Sketches of Siamese History, (Facts from H.S.M. the late King Phra Chaum Klau in 1850," Siam Repository, (October, 1869): หน้า ๒๖๕</ref> (มหาเรือน) ''' พระสังฆราชาแห่ง[[วัดพระฝางเมืองสวางคบุรีมุนีนาถคบุรี|เมืองสวางคบุรี (ฝาง)]] ชุมนุมดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อ[[สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี]]ทรงยกทัพมาปราบปราม เมื่อ [[พ.ศ. 2313]]
 
โดยชุมนุมเจ้าพระฝาง เป็นชุมนุมอิสระสุดท้ายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกปราบชุมนุมก๊กเจ้าพระฝางได้นั้น นับเป็นการพระราชสงครามสุดท้ายที่ ทำให้[[สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี]]ทรงบรรลุพระราชภารกิจสำคัญ ในการรวบรวมพระราชอาณาเขตให้เป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวดังเดิมหลังภาวะจลาจลเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ในปี [[พ.ศ. 2310]] และนับเป็นการสถาปนากรุงธนบุรีได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ เมื่อสำเร็จศึกปราบชุมนุมก๊กเจ้าพระฝาง ในปี [[พ.ศ. 2313]]<ref>_________________. (ม.ป.ป.). พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระหว่างจลาจล จุลศักราช ๑๑๒๙-๑๑๓๐. กรุงเทพฯ : (ม.ป.ท.). หน้า 49-51</ref>
14,312

การแก้ไข