ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร"

แก้ไขเพิ่มเติม
(แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูลใหม่จากวัดเจดีย์หลวง)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
(แก้ไขเพิ่มเติม)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
}}
'''วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร''' ({{lang-nod|[[ไฟล์:LN-Wat Chediluang.png|120px]]}}) เป็น[[พระอารามหลวง]]ใน[[จังหวัดเชียงใหม่]] มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ ราชกุฏาคาร วัดโชติการาม สร้างขึ้นในรัชสมัย[[พญาแสนเมืองมา]] พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 แห่ง[[ราชวงศ์มังราย]] ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928 - 1945 และมีการบูรณะมาหลายสมัย โดยเฉพาะพระเจดีย์ ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญอีกองค์หนึ่งในของจังหวัดเชียงใหม่
 
วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่กลางใจเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา ตั้งอยู่เลขที่ 103 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ภายในวัดประมาณ 32 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา
 
ภายในวัดเจดีย์หลวง นอกจากมีเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาและในประเทศไทยแล้ว บนวิหารหลวง ยังประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ อีกองค์หนึ่ง คือ พระอัฎฐารส และพระเจ้าฝนแสนห่าและด้านหน้าวิหารหลวง ยังเป็นที่ประดิษฐานศาลเสาอินทขิล หรือศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ โดยทุกปีจะมีพิธีบูชาเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงปลายเดือน 8 ต่อ ต้นเดือน 9 (เหนือ) ตามจันทรคติ โดยจะตรงช่วงราวๆกลางหรือท้ายเดือน พฤษภาคม ถึง ต้นเดือน มิถุนายน ของทุกปี ในงานบุญประเพณีนี้ถือว่าเป็นงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ อีกงานหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะจัดขบวนแห่พระเจ้าฝนแสนห่ารอบเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และขอฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลทำการเกษตร จากนั้นจะมีพิธีเรีกกว่าเข้าอินทขิลมีการประกอบพิธีแบบล้านนา ณ ศาลเสาอินทขิล(ซึ่งด้านบนศาลจะห้ามมิให้ผู้หญิงขึ้นไปเนื่องจากใต้ศาลได้ฝังเครื่องรางของขลังต่างๆเพื่อปกป้องรักษาเสาอินทขิลและบ้านเมืองเชียงใหม่เอาไว้เนื่องจากผู้หญิงมีประจำเดือนซึ่งเป็นของคาวที่จะทำให้พลังมนต์ตราที่ปกป้องเสาอินทขิลและบ้านเมืองเสื่อมลงและมิอาจสอบถามเรื่องประจำเดือนของผู้หญิงทุกคนได้เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงห้ามผู้หญิงทุกคนขึ้นด้านบนศาลและมีการเตรียมสถานที่ให้ผู้หญิงไหว้เสาอินทขิลตรงหน้าบันไดทางขึ้นศาล) และการบูชาเสาอินทขิลนั้นประชาชนชาวเชียงใหม่ จะนำดอกไม้ธูปเทียนมัดแยกเป็นชุด รวม 32 ชุดเปรียบเสมือนร่างกายคนที่มี 32 ประการ นำมากราบสักการะบูชาเสาอินทขิล และนำดอกไม้ธูปเทียนแต่ละชุดนั้นวางใส่พานขันโตก โดยเรียงจากหน้าศาลเสาอินทขิล ไปทางซ้ายมือของเรา(เมื่อหันหน้าเข้าหาศาล) ใส่ทีละชุดๆ จนครบ 32 ชุด เป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมมาสักการะเสาอินทขิลได้ตลอด ทั้งวันทั้งคืน รวม 7 วัน 6 คืน โดยในช่วงเย็นทุกวันจะมีพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ สมโภช เสาอินทขิลตลอด ณ บน ศาลเสาอินทขิล และในช่วงสายก่อนเพลของวันที่ 7 ในการบูชาเสาอินทขิลจะเรียกว่า วันออกอินทขิล คือจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้บูชาเสาอินทขิลจนถึงเที่ยงวันเท่านั้นและช่วงสายๆจะมีพิธสวดเจริญพุทธมนต์สมโภช ออกอินทขิลและถวายเพลพระเป็นอันเสร็จพิธีบูชาเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ประจำปี
ภายในวัดเจดีย์หลวง นอกจากมีเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาและในประเทศไทยแล้ว บนวิหารหลวง ยังประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ อีกองค์หนึ่ง คือ พระอัฎฐารส และด้านหน้าวิหารหลวง ยังเป็นที่ประดิษฐานศาลเสาอินทขิล หรือศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
 
== ประวัติ<ref>http://www.chiangmainews.co.th/viewnews.php?id=16402&lyo=1</ref> ==