ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร"

แก้ไขเพิ่มเติมโดยได้ข้อมูลใหม่ จากวัดพระสิงห์
(ได้ข้อมูลใหม่จากวัดพระสิงห์ฯ)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยได้ข้อมูลใหม่ จากวัดพระสิงห์)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
 
== ประวัติ ==
[[พญาผายู]] กษัตริย์เชียงใหม่ราชวงศ์มังราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี [[พ.ศ. 1888]] ขั้นแรกให้ก่อสร้างเจดีย์สูง 23 วา เพื่อบรรจุพระอัฐิของ[[พญาคำฟู]] พระราชบิดา ต่อมาอีก 2 ปี จึงได้สร้างพระอาราม เสนาสนวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฏิสงฆ์ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทรงตั้งชื่อว่า "วัดลีเชียงพระ" เนืี่องจาก ลี ในภาษาล้านนาโบราณแปลว่าตลาด ซึ่งสมัยนั้นหน้าวัดพระสิงห์ ยาวไปจนถึงสี่แยกกลางเวียงเชียงใหม่ เป็นตลาด วัดนี้จึงได้ชื่อเมื่ิอครั้งแรกสร้างว่า วัดลีเชียงพระ ต่อมาสมัย[[พระเจ้าแสนเมืองมา]] ขึ้นครอง[[นครเชียงใหม่]] โปรดให้อัญเชิญ[[พระพุทธสิหิงค์]]มาจากเมืองเชียงราย เพื่ิอมาประดิษฐาน ณ วัดสวนดอก แต่ปรากฎว่าเมื่อขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ มาถึงหน้าวัด ลีเชียงพระ รถบุษบกแบบล้านนา ที่อัญเชิญพระสิงห์ กลับลากไม่ขยับ พระเจ้าแสนเมืองมา โปรดให้ใช้คน ใช้ช้าง ใช้ม้า เพื่อลากรถบุษบก ไปยังวัดสวนดอกแต่รถบุษบกก็มิขยับไปไหน พระเจ้าแสนเมืองมา เห็นเหตุเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก จึงได้จัดพิธีแบบล้านนา อัญเชิญพระสิงห์ มาประดิษฐาน ณ วิหารหลวง วัดลีเชียงพระ และต่อมาจึงสร้างวิหารลายคำ เพื่ิอประดิษฐานพระสิงห์ จนถึงปัจจุบัน ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระสิงห์ของชาวเชียงใหม่และล้านนา และเหตุแห่งความอัศจรรย์ที่รถบุษบกอัญเชิญพระสิงห์ มิยอมขยับไปไหนในครั้งนั้นแพร่สะพัดไปทั่ว นครเชียงใหม่ และล้านนา ชาวนครเชียงใหม่และล้านนา จึงเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดพระสิงห์ มาจนถึงปัจจุบัน
 
==การประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน==