ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นิโคลัส สปากส์"

ขณะที่เขาอายุได้ 19 ปี<ref>"Your problem is that you're bored. You need to find something to do....Then she looked at me and said the words that would eventually change my life. 'Write a book.'... I was nineteen years old and had become an accidental author." From ''[[Three Weeks with My Brother]]'', pp. 183-184</ref> สปาร์คได้เริ่มเขียนนวนิยายชิ้นแรก (ซึ่งไม่เคยได้รับการตีพิมพ์) ชื่อว่า ''The Passing'' เขากลับไปอยู่บ้านในช่วงวันหยุดพักฤดูร้อนระหว่างปีหนึ่งจะขึ้นปีสองที่นอเตอร์เดม เขาเขียนนวนิยายขึ้นอีกเรื่องหนึ่งในปี ค.ศ. 1989 ชื่อว่า ''The Royal Murders'' ซึ่งไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เช่นกัน
 
หลังจบการศึกษา สปาร์คต้องตัดสินใจระหว่างหางานทำกับสำนักพิมพ์ต่างๆ หรือเลือกที่จะเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ทำทั้งสองอย่าง 3 ปีต่อมา เขาพยายามทำงานหลายอาชีพ เช่น งานประเมินอสังหาริมทรัพย์ พนักงานเสิร์ฟ และงานขายสินค้าทันตกรรมทางโทรศัพท์ และเริ่มธุรกิจการผลิตของตัวเอง
 
ในปี 1990 สปาร์คได้ร่วมมือกับ [[บิลลี่ มิลส์]] เขียนเรื่อง ''Wokini: A Lakota Journey to Happiness and Self-Understanding''<ref name=Wokini>{{cite book|author=Billy Mills|author2=Nicholas Sparks |publisher=[[Hay House]]|isbn=978-1-56170-660-0|date=July 1999|page=176|title=Wokini: A Lakota Journey to Happiness and Self-Understanding}}</ref> หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์โดย[[สำนักพิมพ์แรนดอม เฮ้าส์]] และ [[เฮย์เฮ้าส์]] หนังสือเล่มนี้มียอดขายประมาณ 50,000 เล่ม ในปีแรกหลังจากวางแผง<ref>{{cite web |title=Nicholas Sparks |url=http://www.ferrum.edu/thanlon/profwrit/nicholassparksbio.htm |publisher=[[Ferrum College]] |accessdate=August 3, 2014}}</ref>
13,386

การแก้ไข