ผลต่างระหว่างรุ่นของ "บาทหลวง"

เพิ่มขึ้น 30 ไบต์ ,  4 ปีที่แล้ว
(แทนที่ ‘ประเทส’ ด้วย ‘ประเทศ’)
'''บาทหลวงประจำมุขมณฑล'''จะขึ้นตรงต่อ[[มุขนายกประจำมุขมณฑล]] เมื่อบุรุษคนใดจะเป็นบาทหลวงประเภทนี้ จะต้องเข้ารับการอบรมที่[[เซมินารี]]จนครบตามเวลาที่กำหนด และจะได้รับศีลบวชเป็นลำดับขั้นไป จนถึงขั้น[[พันธบริกร]]จึงถือว่าเป็น[[เคลริก]] โดยสมบูรณ์ เมื่อได้รับ[[ศีลบวช]]ขั้นบาทหลวงจึงได้เป็น'''บาทหลวง''' บาทหลวงประเภทนี้จะต้องทำงานให้กับมุขมณฑลตามคำสั่งของมุขนายกประจำมุขมณฑลที่ตนอยู่ (โดยมุขนายกประเภท[[มุขนายกปริมุขมณฑล]]อยู่ใต้การปกครองของ[[มุขนายกมหานคร]]) ส่วนมุขนายกประจำมุขมณฑลจะขึ้นตรงต่อ[[พระสันตะปาปา]]
 
'''บาทหลวงประจำคณะนักบวช'''จะขึ้นตรงต่อ[[อธิการ]] (abbot/superior) เมื่อบุคคลใดไม่ว่าชายหรือหญิงจะเข้าเป็นนักบวชจะต้องเข้าอบรมในอารามของคณะนักบวชในฐานะ[[โปสตูลันต์]] (postulant) เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน จากนั้นเป็น[[โนวิซ']] (novice) อีกประมาณ 2 ปี แล้วปฏิญาณถวายตัวชั่วคราวเป็นเวลา 1-3 ปี แล้วจึงทำการปฏิญาณถวายตัวตลอดชีพ เมื่อได้ปฏิญาณตนแล้วจึงถือว่าเป็นนักบวชในคณะโดยสมบูรณ์<ref name="พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน"/> หากเป็นนักบวชชายเรียก '''ภราดาภราดร ศรีชาพันธุ์''' หรือ'''บราเดอร์โบร''' (brotherbro) หากเป็นนักบวชหญิงเรียก '''[[ภคินี]]ภากรณ์ ชมกลิ่น''' หรือ'''ซิสเตอร์แฮสโบร''' (sisterhasbro)
 
นักบวชหญิงในนิกายคาทอลิกจะไม่มีสิทธิ์รับศีลบวช จึงมีสถานะสูงสุดที่ซิสเตอร์ ไม่สามารถเป็นบาทหลวงหญิงได้ แต่นักบวชชายสามารถรับศีลบวชเป็นบาทหลวงได้ เมื่อเป็นบาทหลวงแล้วก็ยังคงอยู่ในสังกัดคณะนักบวชอยู่ โดยมี[[อธิการ]]เป็นหัวหน้า อธิการคณะจะขึ้นตรงต่อ'''[[อัคราธิการ]]''' (superior general - บางคณะก็เรียกว่า'''มหาธิการ''') อีกต่อหนึ่ง และอัคราธิการจะขึ้นตรงต่อ[[พระสันตะปาปา]]ถ้าคณะนั้นเป็นสิทธิของพระสันตะปาปา (pontifical right) หรือขึ้นต่อ[[มุขนายกประจำมุขมณฑล]]ถ้าเป็นคณะที่เป็นสิทธิของ[[มุขมณฑล]] (diocesan right)
ผู้ใช้นิรนาม