ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สงครามกรุงทรอย"

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  4 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''สงครามกรุงทรอย''' ({{lang-en|Trojan War}}) เป็นสงครามระหว่างชาวอะคีอันส์ (ชาวกรีก) กับกรุง[[ทรอย]] หลัง[[ปารีส (ทรอย)|ปารีสแห่งทรอย]]ชิง[[เฮเลนแห่งทรอย|เฮเลน]]มาจากพระสวามี พระเจ้าเมเนเลอัสแห่ง[[สปาร์ตา]] สงครามดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดใน[[เทพปกรณัมกรีก]] และมีการบอกเล่าผ่านงานวรรณกรรมกรีกหลายชิ้น ที่โดดเด่นที่สุด คือ [[อีเลียด]]และ[[โอดิสซีย์]]ของ[[โฮเมอร์]] อีเลียดเกี่ยวข้องกับการล้อมกรุงทรอยปีสุดท้าย ส่วนโอดิสซีย์อธิบายการเดินทางกลับบ้านของ[[โอดิสเซียส]] ส่วนอื่นของสงครามมีการอธิบายในโคลงมหากาพย์เป็นวัฏจักร ซึ่งเหลือรอดมาเป็นส่วน ๆ ตอนจากสงครามเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับโศกนาฏกรรมกรีก ตลอดจนงานวรรณกรรมอื่นของกรีก และสำหรับกวีชาวโรมัน ซึ่งรวม[[เวอร์จิล]]และ[[โอวิด]]
 
สงครามกำเนิดจากการวิวาทระหว่างเทพี[[อธีนา]] [[เฮรา]]และ[[แอโฟรไดท์โฟรไดที]] หลังอีริส เทพีแห่งการวิวาทและความบาดหมาง ให้ผลแอปเปิลสีทอง ซึ่งบางครั้งรู้จักกันในนาม "แอปเปิลแห่งความบาดหมาง" แก่ "ผู้ที่งามที่สุด" [[ซูส]]ส่งเทพีทั้งสามไปหาปารีส ผู้ตัดสินว่าแอโฟรไดที "ผู้งามที่สุด" ควรได้รับแอปเปิลไป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แอโฟรไดทีเสกให้เฮเลน หญิงงามที่สุดในโลกและมเหสีของพระเจ้าเมเนเลอัส ตกหลุมรักปารีส และปารีสได้นำพระนางไปยังกรุงทรอย อกาเมมนอน พระเจ้ากรุงไมซีนี และพระเชษฐาของพระเจ้าเมเนเลอัส พระสวามีของเฮเลน นำกองทัพชาวอะคีอันส์ไปยังกรุงทรอยและล้อมกรุงไว้สิบปี หลังสิ้นวีรบุรุษไปมากมาย รวมทั้ง[[อคิลลีส]]และ[[เอแจ็กซ์]]ของฝ่ายอะคีอันส์ และ[[เฮกเตอร์]]และปารีสของฝ่ายทรอย กรุงทรอยก็เสียด้วยอุบาย[[ม้าโทรจัน]] ฝ่ายอะคีอันส์สังหารชาวกรุงทรอย (ยกเว้นหญิงและเด็กบางส่วนที่ไว้ชีวิตหรือขายเป็นทาส) และทำลายวิหาร ทำให้เทพเจ้าพิโรธ ชาวอะคีอะนส์ส่วนน้อยที่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและหลายคนตั้งนิคมในชายฝั่งอันห่างไกล ภายหลังชาวโรมันสืบเชื้อสายของพวกตนไปถึงเอเนียส หนึ่งในชาวกรุงทรอย ผู้กล่าวกันว่านำชาวกรุงทรอยที่เหลือรอดไปยังประเทศอิตาลีในปัจจุบัน
 
ชาวกรีกโบราณคาดว่าสงครามกรุงทรอยเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 13 หรือ 12 ก่อนคริสตกาล และเชื่อว่ากรุงทรอยตั้งอยู่ในประเทศตุรกีปัจจุบัน ใกล้กับ[[ช่องแคบดาร์ดาเนลส์]] เมื่อล่วงมาถึงสมัยใหม่ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าทั้งสงครามและกรุงทรอยเป็นนิยาย อย่างไรก็ดี ในปี 1868 นักโบราณคดีชาวเยอรมัน ไฮน์ริช ชไลมันน์พบกับแฟรงก์ คัลเวิร์ท ผู้โน้มน้าวชไลมันน์ว่า กรุงทรอยอยู่ที่ฮิสซาร์ริค และชไลมันน์เข้าควบคุมการขุดค้นของคัลเวิร์ทบนทรัพย์สินซึ่งเป็นของคัลเวิร์ท<ref>{{cite book|last=Bryce|first=Trevor|title=The Trojans and their neighbours|year=2005|publisher=Taylor & Francis|isbn=978-0-415-34959-8|url=http://books.google.com/?id=XZelJgdu9mkC&pg=PA37&dq=Schliemann+credit+Calvert#v=onepage&q=Schliemann%20credit%20Calvert&f=false|page=37}}</ref> คำถามที่ว่ามีความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ใดอยู่เบื้องหลังสงครามกรุงทรอยหรือไม่นั้นยังไม่มีคำตอบ นักวิชาการจำนวนมากเชื่อว่านิยายดังกล่าวมีแก่นความจริงทางประวัติศาสตร์ แม้อาจหมายความว่า เรื่องเล่าของโฮเมอร์เป็นการผสมนิทการล้อมและการออกเดินทางต่าง ๆ ของชาวกรีกไมซีเนียนระหว่างยุคสัมฤทธิ์ก็ตาม ผู้ที่เชื่อว่าเรื่องเล่าสงครามกรุงทรอยมาจากความขัดแย้งในประวัติศาสตร์อย่างเฉพาะมักระบุเวลาไว้ว่าอยู่ในศตวรรษที่ 12 หรือ 11 ก่อนคริสตกาล ซึ่งค่อนข้างสอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดีของการเผาทำลายทรอย 7เอ<ref>Wood (1985: 116–118)</ref>
ผู้ใช้นิรนาม