ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอ็ม1 เอบรามส์"

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  5 ปีที่แล้ว
แทนที่ ‘น้ำมันก๊าซ’ ด้วย ‘น้ำมันก๊าด’
(แก้แม่แบบ {{dead link}}/{{ลิงก์เสีย}})
(แทนที่ ‘น้ำมันก๊าซ’ ด้วย ‘น้ำมันก๊าด’)
[[ไฟล์:AGT1500 engine and M1 tank.JPEG|right|thumb|นาวิกโยธินสหรัฐขณะกำลังบรรจุเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ ฮันนีย์เวลล์ อีจีที1500 ลงไปที่ด้านท้ายของรถถังในคูเวต พ.ศ. 2546]]
 
เอ็ม1 เอบรามส์นั้นมีขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ [[ฮันนีย์เวลล์]] เอจีที-1500 และระบบส่งกำลัง อัลลิสัน เอ็กซ์-1100-3บี ซึ่งมีความเร็วหกระดับด้วยกัน (เดินหน้าสี่และถอยหลังสอง) ทั้งสองอย่างนี้ทำให้มันสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนน และ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนพื้นผิวทั่วไป มันสามารถทำความเร็วได้เกินสมรรถนะเป็น 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่การวิ่งเร็วเกิน 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะสร้างความเสียหายให้กับตีนตะขาบและทำให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บได้ มีการสร้างถังสารพัดประโยชน์ขึ้นไว้รอบเครื่องยนต์<ref>{{cite web|url=http://www.accessmylibrary.com/coms2/summary_0286-17629659_ITM |title=Heavy duty: overhaul under way for Abrams tank engine |publisher=Accessmylibrary.com |date=2006-09-01 |accessdate=2009-06-09}}</ref> ถังดังกล่าวจะสามารถบรรจุได้ทั้ง[[น้ำมันดีเซล]] [[น้ำมันก๊าซก๊าด]] เชื้อเพลิงเจพี-4 หรือเจพี-8 ของเครื่องบินไอพ่น กองทัพบกสหรัฐใช้เชื้อเพลิงเจพี-8 เพื่อทำให้พลาธิการทางทหารง่ายขึ้น กองพันยานเกราะของออสเตรเลียใช้น้ำมันดีเซล เพราะว่ามันถูกกว่าและดูเหมาะสมกว่าในทางพลาธิการของกองทัพออสเตรเลีย
 
จากสงครามอิรัก กองทัพบกสหรัฐจึงเริ่มมองหาเครื่องยนต์มาแทนที่เอจีที-1500 เพราะปัญหาการใช้เชื้อเพลิง เครื่องยนต์เทอร์ไบน์นั้นให้การเร่งกำลังที่ดีกว่า แต่ใช้เชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลถึงสองเท่า เครื่องยนต์เทอร์ไบน์นั้นมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็ใช้พื้นที่และถังเชื้อเพลิงที่ใหญ่กว่า
123,859

การแก้ไข