เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
| สังกัด = [[มหานิกาย]]
| วุฒิ =
| ตำแหน่ง = เจ้าอาวาส[[วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร]]
}}
'''สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ''' (นามเดิม: '''โต''') หรือนามที่นิยมเรียก '''"สมเด็จโต"''' '''"หลวงปู่โต"''' หรือ '''"สมเด็จวัดระฆัง"''' เป็นพระสงฆ์ภิกษุ[[มหานิกาย]] เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส[[วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร]]ในสมัยรัชกาลที่ 4-5
 
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน<ref>พระยาทิพโกษา (สอน โลหนันทน์). (2419). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิทยากร. หน้า 66-67</ref> และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย<ref>คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา. (2554). พระเครื่องเบญจภาคี. [ออน-ไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://angsila.cs.buu.ac.th/~it471452/phrathai/page2-5.html</ref> และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท<ref>ข่าวพระเครื่องคมชัดลึก. (2554). สุดยอดการเช่าพระแห่งปี ๕๒. [ออน-ไลน์]. เข้าถึงได้จาก : [http://www.komchadluek.net/detail/20091229/42948/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%95%E0%B9%92สุดยอดการเช่าพระแห่งปี๕๒.html http://www.komchadluek.net/]</ref> ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน
 
== ประวัติ ==
=== ชาติภูมิ ===
[[ไฟล์:วัดไก่จ้น รูปหล่อหลวงพ่อโต.jpg|thumb|left|รูปหล่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ประดิษฐานที่[[วัดไก่จ้น]] [[อำเภอท่าเรือ]] [[จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]] กล่าวกันว่าท่านเกิดในเรือของมารดาซึ่งจอดเทียบท่าอยู่หน้าวัดแห่งนี้]]
สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกิดในสมัยรัชสมัย[[รัชกาลที่ 1พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]] (หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้แล้ว 7 ปี<ref>________. (ม.ป.ป.). พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระหว่างจลาจล จุลศักราช 1129-1130. กรุงเทพฯ : (ม.ป.ท.). หน้าที่ 351.</ref>) เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต (ตรงกับวันที่ [[17 เมษายน]] [[พ.ศ. 2331]]) <ref>พระยาทิพโกษา (สอน โลหนันทน์). (2419). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิทยากร. รองปก</ref> ณ บ้านไก่จ้น (บ้านท่าหลวง) [[อำเภอท่าเรือ]]<ref>จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ต.ท่าหลวง กล่าวว่า สมเด็จโตเกิดในเรือซึ่งขณะนั้นลอยลำอยู่หน้า[[วัดไก่จ้น]]</ref> [[จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]]<ref>สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์” :2466. ไม่ทราบสำนักพิมพ์</ref>
 
มารดาบิดาของท่านเป็นใครไม่ทราบแน่ชัด มีผู้กล่าวประวัติของท่านในส่วนนี้แตกต่างกันไปหลายสำนวนฉบับ เช่น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อนางงุด บุตรของนายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร{{fnref label|reference_name_ก|ก|1}} <ref>พระยาทิพโกษา (สอน โลหนันทน์). (2419). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิทยากร. หน้า 9-13</ref> หรือฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อเกตุ คนท่าอิฐ อำเภอบางโพ<ref>ผู้จัดการออนไลน์. (2545). สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี). [ออน-ไลน์]. แหล่งที่มา : http://forum.uamulet.com/view_topic.aspx?bid=2&qid=517</ref><ref>เฮง อิฏฐาจาโร, พระมหา. (2492). '''ประวัติสังเขปสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) '''. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กฤษณปกรณ์.</ref><ref>วัดระฆังโฆสิตาราม. (2541). ของดีวัดระฆัง. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.ท.. หน้า 214. ISBN 974-89521-3-4</ref> อย่างไรก็ดีมารดาของท่านนั้นเป็นชาวเมืองเหนือ (คำเรียกในสมัยอยุธยา) {{fnref label|2reference_name_ข|ข|ข}} เพราะทุกแหล่งอ้างอิงกล่าวตรงกันว่ามารดาของท่านเป็นชาวเมืองเหนือแต่ได้ลงมาทำมาหากินแถบภาคกลางในช่วงหลัง{{fnref label|3reference_name_ค|ค|ค}}
 
สำหรับบิดาของท่านนั้น สำนวนฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่าท่านเป็นโอรสนอกเศวตฉัตรของ[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]] ครั้งทรงพระยศเป็น เจ้าพระยาจักรี ส่วนฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล และฉบับของตรียัมปวายกล่าวว่าท่านเป็นพระโอรสของใน[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] และแม้ในสำนวนฉบับของตรียัมปวายจะมีข้อสันนิษฐานเพื่อยืนยันหลายข้อ แต่อย่างไรก็ตาม ประวัติทั้งสองสำนวนฉบับกล่าวตรงกันเพียงว่า ข้อสันนิษฐานว่าด้วยบิดาของท่านนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าซึ่งชาวบ้านในสมัยนั้นกล่าวและเชื่อกันโดยทั่วไป<ref>ห้องสมุดวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร. (2554). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี). [ออน-ไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.watrakang.com/biography.php</ref><ref>ตรียัมปวาย. (2495). '''พระสมเด็จ'''. กรุงเทพฯ : (ม.ป.ท.).</ref>
 
=== บรรพชาและอุปสมบท ===
[[ไฟล์:BKK Wat Rakhang Ho Trai.jpg|thumb|สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์เป็นเจ้าอาวาส[[วัดระฆังโฆสิตาราม]] ในสมัย[[รัชกาลที่ 4]] จวบจนท่านมรณภาพในช่วงต้น[[รัชกาลที่ 5]]]]
เมื่อถึงวัยพอสมควรแล้ว ได้บรรพชาเป็นสามเณรใน[[พระพุทธศาสนา]] เมื่อ พ.ศ. 2343 ต่อมาปรากฏว่า[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]]โปรดและเมตตาสามเณรโตเป็นอย่างยิ่ง ครั้นอายุครบอุปสมบทปี พ.ศ. 2350 จีงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปสมบทเป็น[[นาคหลวง]]ที่ อุปสมบท ณ [[วัดพระศรีรัตนศาสดาราม]] มี[[สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)]] เป็นพระ[[พระอุปัชฌาย์]] มีฉายานามในพุทธศาสนาว่า "พฺรหฺมรํสี"<ref>ห้องสมุดวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร. (2554). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี). [ออน-ไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.watrakang.com/biography.php</ref> เนื่องจากเป็นนาคหลวงจึงเรียกว่า "พระมหาโต" มานับแต่นั้น<ref name="เรื่องตั้ง">{{อ้างหนังสือ|ผู้แต่ง =สมมอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ|ชื่อหนังสือ = เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม ๑|URL = |จังหวัด = กรุงเทพฯ|พิมพ์ที่ = กรมศิลปากร|ปี = 2545|ISBN = 974-417-530-3|จำนวนหน้า = 428|หน้า = 84-86}}</ref> ต่อมา[[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย]] ได้โปรดเกล้าฯ ให้รับพระภิกษุมหาโตรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์
 
=== จริยาวัตร ===
 
ท่านมีอุปนิสัยทำสิ่งใดตามความพอใจของตน ไม่ถือเอาความนิยมขอผู้อื่นเป็นหลัก<ref name="เรื่องตั้ง"/> และไม่ปรารถนายศศักดิ์หรือลาภสักการะใด ๆ แม้ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน ก็ไม่ยอมเข้าสอบ[[เปรียญธรรม]] ครั้นถึงรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]]จะทรงตั้งท่านเป็นพระราชาคณะ แต่ท่านไม่ยอมรับ จึงคงเป็นพระมหาโตมาตลอดรัชกาล
ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 [[พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว]]จะทรงสถาปนาสมณศักดิ์เพื่อยกย่องในกิตติคุณและเกียรติคุณของพระภิกษุโต แต่พระภิกษุโตไม่ยอมรับ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าท่านมีอุปนิสัยไม่ปรารถนายศศักดิ์หรือลาภสักการะใดๆ ทั้งสิ้น อนึ่ง แม้พระภิกษุโตได้ศึกษาพระธรรมวินัยแตกฉาน แต่ด้วยอุปนิสัยดังกล่าวข้างต้น ท่านจึงไม่ยอมเข้าแปลหนังสือเพื่อเป็นพระภิกษุชั้นเปรียญเช่นกัน
 
ต่อมากล่าวกันว่า พระภิกษุมหาโตได้ออก[[ธุดงค์]]ไปตามสถานที่ต่างๆ และได้สร้างปูชนียสถานในที่ต่างๆ กัน เช่น สร้างพระพุทธไสยาศน์ไว้ที่วัดสตือ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ [[จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]] สร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อโต วัดไชโย [[จังหวัดอ่างทอง]] เป็นต้น ซึ่งปูชนียสถานทุกแห่งที่ท่านสร้างจะมีขนาดใหญ่โตสมกับชื่อของพระภิกษุโตท่านอยู่เสมอ การจะสร้างปูชนียสถานขนาดใหญ่เช่นนี้ล้วนแต่ต้องใช้ทุนทรัพย์และแรงงานจำนวนมากในการก่อสร้างจึงจะทำได้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความศรัทธาและบารมีของพระภิกษุโตขอท่าน ซึ่งเป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนในย่านที่ท่านได้ธุดงค์ผ่านไปอย่างชัดเจน
 
=== สมณศักดิ์ ===
[[ไฟล์:Wat Intharawihan 01.jpg|180px|thumb|หลวงพ่อโต ([[พระศรีอริยเมตไตรย]]) [[วัดอินทรวิหาร]] กรุงเทพ ปูชนียสถานแห่งสุดท้ายที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ได้สร้างไว้]]
ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] พระองค์โปรดปรานพระภิกษุมหาโตเป็นอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. 2395 พระองค์จึงได้พระราชทานสมณศักดิ์ถวายพระภิกษุมหาโตเป็นครั้งแรก โดยมีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ราชทินนาม "พระธรรมกิติ" และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส[[วัดระฆังโฆสิตาราม]] ขณะนั้นท่านอายุ 65 ปี โดยปกติแล้วพระภิกษุมหาโตมักพยายามหลีกเลี่ยงการรับพระราชทานสมณศักดิ์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ท่านต้องยอมรับพระราชทานสมณศักดิ์ในที่สุด อีก 2 ปีต่อมา (พ.ศ. 2397) ท่านจึงได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ในราชทินนามที่ "พระเทพกวีกระวี" หลังจากนั้นอีก 10 ปี (พ.ศ. 2407) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ในราชทินนามที่ "สมเด็จพระพุฒาจารย์" มีนามราชทินนามตามจารึกตามสุพรรณบัฏในหิรัญบัฏว่า
 
{{quote|[[สมเด็จพระพุฒาจารย์]] เอนกอเนกสถานปรีชา วิสุทธศีลจรรยาสมบัติ นิพัทธุตคุณ สิริสุนทร พรตจาริก อรัญญิกคนฤศรคณิศร สมณนิกรมหาปริณายกปรินายก ตรีปิฎกโกศล วิมลศีลขันธ์ สถิต ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พระอารามหลวงฯ<ref>สมมตอมรพันธ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. (2545). name="เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 1. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.<"/ref>}}
 
สมณศักดิ์ดังกล่าวนี้นับเป็นสมณศักดิ์ชั้นสูงสุดและเป็นชั้นสุดท้ายที่ท่านได้รับตราบจนกระทั่งถึงวันมรณภาพ คนทั่วไปนิยมเรียกท่านว่า "สมเด็จโต" หรือ "สมเด็จวัดระฆัง" ส่วนคนในยุคร่วมสมัยกับท่านเรียกท่านว่า "ขรัวโต"<ref>พระยาทิพโกษา (สอน โลหนันทน์). (2419). ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิทยากร. หน้า 56</ref>
== รูปเหมือนของสมเด็จโต ==
[[ไฟล์:Student pays respect to the Buddha.jpg|thumb|180px|ความศรัทธาในตัวสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทย ทำให้เกิดความนิยมสร้างรูปหล่อเหมือนตัวจริงของท่านประดิษฐานตามวัดต่างๆ โดยทั่วไป (ในภาพนี้ รูปหล่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อยู่ทางด้านซ้ายของภาพ)]]
เนื่องจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นพระมหาเกจิเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพนับถือยิ่งนับแต่เมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จนถึงปัจจุบันผู้ศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ได้ทำการสร้างรูปเหมือน รูปเคารพจำลองของท่านไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย โดยเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "รูปหล่อสมเด็จ" ตามหลักฐานฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) ระบุว่ารูปจำลองรูปแรกของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) คือรูปหล่อที่ประดิษฐานที่วัดเกศไชโยวรวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปั้นหุ่นลงรักปิดทองโดยหลวงวิจิตรนฤมล (พึ่ง ปฏิมาประกร) หน้าตัก 40.2 เซนติเมตร หล่อขึ้นที่[[วัดระฆังโฆสิตาราม]] แต่ได้หล่อเมื่อปีใดไม่ปรากฏ แต่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปี พ.ศ. 2444<ref>พระมหาเฮง อิฏฐาจาโร, . (2492). ประวัติสังเขปสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กฤษณปกรณ์. หน้า 152</ref> ดังความในสำเนาพระราชหัตถเลขา [[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] รัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ พุทธศักราช 2444 ดังนี้
 
{{คำพูด|
 
== เชิงอรรถ ==
; หมายเหตุ
{{fnb|1}} ตำบลท่าอิฐในที่นี้ หมายถึงตำบลเมืองท่าค้าขายของเมืองเหนือในสมัยปลาย[[กรุงศรีอยุธยา]]ต่อต้น[[กรุงรัตนโกสินทร์]] ซึ่งปัจจุบันคือแถบ 3 หมู่บ้านโบราณริม[[แม่น้ำน่าน|น้ำน่าน]]คือ บ้านท่าอิฐ บ้านท่าเสา และ[[บ้านคุ้งตะเภา]] ในเขต[[อำเภอเมืองอุตรดิตถ์]] (สมัยนั้นชื่ออำเภอบางโพ) [[จังหวัดอุตรดิตถ์]] (สมัยนั้นชื่อแขวงพิไชย) ในปัจจุบัน<ref>เทวประภาส มากคล้าย. (2553). คุ้งตะเภา จากอดีตสู่ปัจจุบัน : พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ISBN 9789743648847</ref>
{{เริ่มอ้างอิง}}
{{fnbfs|1130%|{{note label|reference_name_ก|ก|ก}}}} ตำบลท่าอิฐในที่นี้ หมายถึงตำบลเมืองท่าค้าขายของเมืองเหนือในสมัยปลาย[[กรุงศรีอยุธยา]]ต่อต้น[[กรุงรัตนโกสินทร์]] ซึ่งปัจจุบันคือแถบ 3 หมู่บ้านโบราณริม[[แม่น้ำน่าน|น้ำน่าน]]คือ บ้านท่าอิฐ บ้านท่าเสา และ[[บ้านคุ้งตะเภา]] ในเขต[[อำเภอเมืองอุตรดิตถ์]] (สมัยนั้นชื่ออำเภอบางโพ) [[จังหวัดอุตรดิตถ์]] (สมัยนั้นชื่อแขวงพิไชย) ในปัจจุบัน<ref>เทวประภาส มากคล้าย. (2553). คุ้งตะเภา จากอดีตสู่ปัจจุบัน : พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ISBN 9789743648847</ref>
 
{{fnbfs|2130%|{{note label|reference_name_ข|ข|ข}}}} เมืองเหนือในที่นี้หมายถึงคำเรียกของชาวเมืองเหนือในสมัยอยุธยาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งหมายถึงเมืองสุโขทัย พิษณุโลก พิชัย (อุตรดิตถ์ในปัจจุบัน) พิจิตร กำแพงเพชร อันเป็นกลุ่มหัวเมืองเหนือในสมัยอยุธยา หรือบ้านเมืองที่เคยอยู่ในเขตแคว้นของสุโขทัยแต่เดิม <ref>__________. (2543). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดอุตรดิตถ์. กรุงเทพฯ : กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร. หน้า 104.</ref>
 
{{fnbfs|3130%|{{note label|reference_name_ค|ค|ค}}}} หากถือตามหลักฐานของพระครูกัลยาณานุกูลที่กล่าวว่ามารดาของท่านเป็นคนท่าอิฐ นางเกตุ ที่ขึ้นล่องเรือลงมาทำมาหากินแถบภาคกลางในช่วงหลังตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ย่อมมีความสอดคล้องกับประวัติของเมืองอุตรดิตถ์<ref>วิบูลย์ บูรณารมย์. (2540). ตำนานเมืองอุตรดิษฐ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. อุตรดิตถ์: โรงพิมพ์พี.ออฟเซ็ทอาร์ท.</ref> ที่กล่าวว่าช่วงกรุงศรีแตก แถบอุตรดิตถ์ไม่ได้รับผลกระทบเพราะอยู่นอกทางเดินทัพ ทำให้แถบนี้มีคนแถบเมืองเหนือมาอาศัยหลบภัยมาก จนมีการตั้งชุมนุมพระฝางเป็นเมืองใหญ่ ในช่วงหลังชุมนุมเจ้าพระฝางแตกในปี พ.ศ. 2313<ref>__________. (ม.ป.ป.). พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระหว่างจลาจล จุลศักราช 1129-1130. กรุงเทพฯ : (ม.ป.ท.).</ref> เมืองท่าอิฐได้โรยราไปพักหนึ่งจนถึงช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เมืองพระฝางซึ่งอยู่เหนือท่าอิฐที่เคยเป็นชุมนุมใหญ่ก็ได้ทรุดโทรมจนหมดความสำคัญลง<ref>จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2465). พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5 นับในหนังสือเรื่องเที่ยวที่ต่าง ๆเปนภาคที่ 5. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ไทย. หน้า 47</ref> ทำให้ช่วงหลังครอบครัวมารดาของท่านจึงอพยพย้ายถิ่นมาทำมาหากินทางแถบเมืองใต้ (ภาคกลาง) แต่ช่วงหลัง ตำบลท่าอิฐก็เริ่มมีความเจริญสืบมาจนสมัยรัชกาลที่ 5
{{จบอ้างอิง}}
 
==; อ้างอิง ==
<div style="overflow:scroll;height:300px;">
{{รายการอ้างอิง|2}}
 
* [http://www.buddhakhun.org/main//index.php?topic=1749.0 ภาพยนตร์ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)]. เว็บไซต์พุทธคุณ (www.buddhakhun.org)
* [http://vdo.palungjit.com/video/1818/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B9%82%E0%B8%95ภาพยนตร์ชีวประวัติสมเด็จโต ภาพยนตร์ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)]. เว็บไซต์พลังจิต (www.palungjit.com.com)
{{ล่าง}}
----
{{คอมมอนส์-หมวดหมู่|Somdej Phra Buddhacarya (Toh Brahmaramsi)}}
 
{{เริ่มกล่อง}}
{{สืบตำแหน่ง
| สี1 = #FFCC00
| ก่อนหน้า = [[สมเด็จพระพนรัต (ฤกษ์)]]
| สี2 =
| สี3 = #FFCC00
| รูปภาพ = Dharmacakra flag (Thailand).svg
| ตำแหน่ง = [[เจ้าคณะอรัญวาสี]]
| จำนวนตำแหน่ง =
| ก่อนหน้า = [[สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)]]
| จำนวนก่อนหน้า =
| ถัดไป = [[หมวดหมู่:สมเด็จพระพุฒาจารย์|พุฒาจารย์ (พุก)]]
| จำนวนถัดไป =
| ช่วงเวลา = [[พ.ศ. 2407]] - [[พ.ศ. 2415]]
}}
{{สืบตำแหน่ง
| สี1 = lightsalmon
| สี2 =
| สี3 = lightsalmon
| รูปภาพ = Dharmacakra flag (Thailand).svg
| ก่อนหน้า = [[สมเด็จพระพนรัตพนรัตน (ฤกษ์)]]
| ตำแหน่ง = [[เจ้าอาวาส]][[วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร]]
| ปี = [[พ.ศ. 2395]] - [[พ.ศ. 2415]]
| ถัดไป = [[หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ. ทัด เสนีวงศ์)]]
}}
{{จบกล่อง}}
 
{{พระสังฆาธิการเจ้าอาวาส}}
 
{{เกิดปี|2331}}
{{เรียงลำดับ|พุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)}}
{{เสียชีวิตปี|2415}}
{{อายุขัย|2331|2415}}
[[หมวดหมู่:สมเด็จพระพุฒาจารย์|พุฒาจารย์]]
[[หมวดหมู่:เจ้าอาวาสสมเด็จพระพุฒาจารย์|ต พฺรหฺมรํสี]]
[[หมวดหมู่:พระภิกษุในนิกายเถรวาท (มหานิกาย)เจ้าคณะอรัญวาสี]]
[[หมวดหมู่:เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร]]
[[หมวดหมู่:ภิกษุในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย]]
[[หมวดหมู่:บุคคลจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา‎‎]]
[[หมวดหมู่:บุคคลจากจังหวัดกำแพงเพชร‎]]