ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ชาวไทพวน"

เพิ่มขึ้น 7,006 ไบต์ ,  5 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากแอพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพิ่มข้อความไม่เป็นวิกิขนาดใหญ่
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากแอพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพิ่มข้อความไม่เป็นวิกิขนาดใหญ่
พระองค์ (พระยาแถน) จึงได้ซอกค้นหาที่ปรึกษาภายในของพระองค์ แล้วก็ตัดสินพระทัยเลือกเอาพระเจ้าขุนบูลมผู้ที่มีความฉลาดส่องใส ให้ลงมาเสวยราชย์อยู่เทิงดินแดนแห่งนี้ของโลกมนุษย์ จากนั้น พระเจ้าขุนบูลมพร้อมด้วยพระมเหสี 2 องค์ คือ พระนางเจ้าเอ็ดแคง เอกอัครมเหสีและ พระนางเจ้าโยมะกะระ เทวีซ้าย ก็ปรากฏตัวอยู่เทิงโลกมนุษย์ อยู่บนหลังช้างเผือกขาว ที่มีหูดำทั้งสองก้ำ มีงาที่ประดับด้วยแสงยิบยับแวววาวก่งขว่าย กัน….กล่าวถึงที่มาของพระเจ้าขุนบูลมในทำนองนี้ นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งก็ได้เขียนไว้คล้ายๆคือกัน
ถึงจะมีการยั้งยืนอย่างละเอียด ถึงที่มาของพระเจ้าขุนบูลม จากนักประวัติศาสตร์ตะวันตกทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และอื่นๆอีก จากตำนานต่างๆก็ตาม ยังมีนักประวัติศาสตร์อีกหลายๆท่านได้ลงความเห็นไว้ว่า การปรากฏตัวของพระเจ้าขุนบูลมในทำนองนี้ เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์บ่สามารถรับได้ เพราะพวกเราและนักอวกาศทั้งหลายที่บินอ้อมโลกจักรวาลมาหลายครั้ง หลายหน หลายวันและหลายคืน ยังบ่เคยได้พบเห็นพระยาแถนจักเทื่อ ว่าเพิ่นสถิตอยู่แห่งหนบนฟ้าใด บ่เคยรู้เห็นว่าเพิ่นมีรูปร่างแนวใด น้อยใหญ่ หรือ ต่ำสูงเพียงใด เหมือนมนุษย์ชนเรานี้หรือบ่ ? …..
แนวใดก็ตาม พวกเราขอลงความเห็นว่า พระเจ้าขุนบูลมคงจะแม่นลูกหลานที่เกิดมาจากชนเผ่า “ไต” หรือ “ไท” นั้นแล้ว เพราะว่าในเวลานั้น อยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน ตั้งแต่มณฑลเสฉวนลงถึงมณฑลฮุนนาน ได้มีคนเผ่าไต หรือ ไท ปะปนกันอยู่กับพวกฮ่อ, พวกหาน, พวกเจ็ก และพวกจีน ที่ต่อสู้กันด้วยอาวุธเป็นประจำ เพื่อจะท้อนโฮม ประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ชนะ ด้วยเหตุนั้น จึงมีประวัติศาสตร์ของ “สามก๊ก” เผยแผ่ออกมาให้พวกเราได้รู้ได้เห็นเท่าทุกวันนี้
ชนเผ่า “ไต” หรือ “ไท” ประกอบด้วย ไทลาว, ไทพวน, ไทม้ง, ไทลื้อ, ไทยวน, ไทจวาง,
ไทโถ, ไทเหนือ, ไทดำ, ไทแดง, ไทขาว, ไทเขิน, ไทกุลา, ไทอาหม, ไทสาน, ไทเม้ย, ไทย้อ, ไทละว้า, ไทสยาม, ไทส่วย, ไทมะหาไช, ไทตั่งหวาย, ไทสวันผู่ไท, ไทย้าว, ไทก้อ, ไทกุ่ย, ไทลานแตน, ไทมูเซอ และอีกหลายๆเผ่า ไท น้อยๆต่อๆไป
นักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสคนหนึ่ง ก็ได้ยั้งยืนว่า อยู่ในอาณาจักร “น่านเจ้า” หรือ อาณาจักร “หนองแส” ประชาชนได้แบ่งออกเป็น “สาม” ชนเผ่าใหญ่คือ เผ่าใหญ่ที่ 1 เอิ้นว่าเผ่า “อ้ายลาว”, เผ่าใหญ่ที่ 2 เอิ้นว่าเผ่า “พวน” และเผ่าใหญ่ที่ 3 เอิ้นว่าเผ่า “ม้ง” ชนเผ่าอ้ายลาวและชนเผ่าพวน ทำมาหากินในท่งเพียง ด้วยการเฮ็ดนา เพื่อปลูกข้าว และเลี้ยงสัตว์ ส่วนชนเผ่าม้งนั้น มักม้างป่าอยู่เทิงภูดอย เฮ็ดไร่เพื่อปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์คือกัน…
ในศตวรรษที่ 7 ระหว่างปี ค.ศ. 729 – 749 พระเจ้าขุนบูลม หรือ ขุนบูลมราชาธิราช ได้ขึ้นเสวยราชย์เป็นประมุขอาณาจักร “น่านเจ้า” หรือ อาณาจักร “หนองแส” ซึ่งปัจจุบันจีนเอิ้นว่า “ตาลีฟู” และได้สร้างสาพัฒนาอาณาเขตแห่งนี้จนเจริญรุ่งเรืองสุดขีด แต่เนื่องจากว่าการสู้รบกันอย่างบ่หยุดยั้ง แบบเอาเป็นเอาตายระหว่าง “สามก๊ก” เพื่อสร้างระบอบศักดินารวมศูนย์, ฟื้นฟู หรือทดแทนระบอบศักดินาของราชวงศ์ “ฮั่น” ที่ถูกโค่นล้มไป…ในระหว่างการสู้รบกันอย่างร้ายแรงนั้น ทหารที่บ่มีระเบียบของก๊ก “โจโฉ” ซึ่งจีนเอิ้นว่า “ก๊กพวกโจรผ้าเหลือง” เพราะก๊กนี้ ได้ใช้ทุง สีเหลืองเป็นทุงประจำ “ก๊ก” ของตน ทำการเข่นฆ่าและปล้นสดมภ์ประชาชนพร้อมๆกัน จึงเป็นเหตุให้พระเจ้าขุนบูลมต้องได้ยับย้ายถอยลงมาทางภาคใต้ของจีน และได้มาตั้งนครหลวงหนึ่งขึ้น ชื่อว่า เมือง “กาหลง” อันกลายมาเป็นเมือง “เชียงรุ่ง” ของแคว้นสิบสองปันนา เดี๋ยวนี้ แต่ทหารของ “โจโฉ” ที่เป็นทั้งทหารและโจรผ้าเหลือง ยังติดตามและไล่ปล้นสดมภ์ลงมาเรื่อยๆ
พระเจ้าขุนบูลมมีพระมเหสี 2 องค์ ทรงพระนามว่า “พระนางเจ้าเอ็ดแคง” หรือ “พระนางงงฟ้า” และ “พระนางเจ้ายมพาลา”
นักประวัติศาสาตร์ทั้งหลายยังบ่เห็นเป็นเอกภาพกันว่า พระนางองค์ใดเป็นเอกอัคมเหสีและพระนางองค์ใดเป็นเทวีซ้าย เพียงแต่เห็นพ้องนำกันว่า เอกอัคมเหสีเป็นราชธิดาของพระเจ้าจักรพรรดิเมืองจีน และ ประสูติราชโอรส 3 องค์ ทรงพระนามว่า “ขุนลอ”, “หลกกม” และ “เจ็ดเจือง” ส่วนเทวีซ้ายนั้นประสูติราชโอรส 4 องค์ ทรงพระนามว่า “ยี่ผาล้าน”, “สามจุสง”, “สายผง” และ “งัวอิน”
 
==ประวัติ==
ผู้ใช้นิรนาม