ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้ามานูแวลที่ 2 แห่งโปรตุเกส"

แทนที่ ‘ตระเวณ’ ด้วย ‘ตระเวน’
(แทนที่ ‘ตระเวณ’ ด้วย ‘ตระเวน’)
{{quote|ท่านไปเถอะถ้าต้องการ ข้าพเจ้าจะอยู่ที่นี่ นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้บทบาทอื่นใดแก่ข้าพเจ้าเลยนอกเหนือจากการให้ข้าพเจ้าถูกฆ่าตาย ข้าพเจ้าก็จะยอมปฏิบัติตามนั้น<ref>{{cite book|url= |first=Rocha |last=Martins |title=D. Manuel II: História do seu Reinado e da Implantação da República |language=Portuguese |edition= |location=Lisbon |publisher=edição do autor |year=1931-1933 |pages=521 |volume= |id=}}</ref>|พระเจ้ามานูเอลที่ 2 แห่งโปรตุเกส}}
 
ด้วยการเคลื่อนมาถึงของกองกำลังจาก[[เกลุซ, โปรตุเกส|เกลุซ]] โดยได้เข้ามาตั้งค่ายในสวนของพระราชวังซึ่งอยู่ในเขตที่สามารถระดมยิงเขตทหารเรือฝ่ายปฏิวัติได้ซึ่งตั้งอยู่ไม่เกิน 100 เมตรจากพระราชวัง อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะได้ปฏิบัติการ ผู้บัญชาการของกองกำลังได้รับคำสั่งให้ยกเลิกการระดมยิงและให้รวมกองกำลังกับกองทัพที่กำลังออกไปจากพระราชวัง เป็นการรวมกองกำลังเป็นขบวนซึ่งจะทำการโจมตีฝ่ายปฏิวัติในกองทหารปืนใหญ่ที่หนึ่งและจัตุรัสโรทุนดา ในเวลาประมาณเที่ยงวัน เรือลาดตระเวณลาดตระเวน ''อดามัสตอร์'' และ ''เซาราฟาเอล'' ซึ่งจอดทอดสมออยู่ตรงหน้าเขตของทหารเรือในชั่วโมงก่อนหน้านี้ ได้เริ่มระดมยิงพระราชวังเนเซสซินาเดสเพื่อลดทอนกำลังใจของกองทัพราชวงศ์ในขณะนั้น พระเจ้ามานูเอลทรงเข้าไปหลบในบ้านเล็กๆบริเวณสวนของพระราชวังซึ่งพระองค์สามารถติดต่อกับนายกรัฐมนตรีอันโตเนียว เทเซรา เดอ เซาซาได้ ซึ่งฝ่ายปฏิวัติได้ตัดเพียงสายโทรศัพท์พิเศษแต่ไม่ได้ตัดสายเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไป พระเจ้ามานูเอลทรงมีพระบัญชาให้นายกรัฐมนตรีส่งกองกำลังมาจากเกลุซมาที่พระราชวังเพื่อให้ขัดขวางการขึ้นบกของทหารเรือ แต่นายกรัฐมนตรีได้ตอบพระองค์ว่าการก่อการหลักๆอยู่ที่จัตุรัสโรทุนดาและทหารทั้งหมดที่ประจำอยู่ที่นั่นเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยได้คำนึงถึงว่ากองกำลังที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะปราบปรามฝ่ายปฏิวัติในจัตุรัสโรทุนดา นายกรัฐมนตรีได้ทางเลือกที่ชัดเจนแก่พระองค์ว่าควรจะเสด็จมายังซินทราหรือมาฟราเพื่อให้กองกำลังประจำการพระราชวังสามารถไปเสริมกำลังทัพที่โรทุนดา
 
เวลา 2 นาฬิกา พระราชพาหนะพร้อมพระเจ้ามานูเอลที่ 2 และคณะที่ปรึกษาของพระองค์ได้ออกเดินทางไปยังมาฟรา ที่ซึ่งโรงเรียนปฏิบัติการทหารราบจะให้กองกำลังมากพอที่จะถวายการอารักขาพระมหากษัตริย์ ในขณะที่จะถึงเขต[[เบ็นฟิกา]] พระเจ้ามานูเอลทรงปล่อยให้กองทหารของเทศบาลที่ซึ่งถวายการอารักขาพระองค์ไปทำการต่อสู้กับฝ่ายปฏิวัติ กองกำลังอารักขาได้มาถึงมาฟราในเวลา 4 นาฬิกาตอนบ่ายและทรงประทับที่[[พระราชวังมาฟรา]] แต่ก็พบปัญหา เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ทำให้ทหารในโรงเรียนปฏิบัติการทหารราบมีเพียง 100 นายเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ว่าจะมีถึง 800 นายและบุคคลที่รับผิดชอบคือ พันเอก ปินโต เดอ โรชา ซึ่งไม่มีความตั้งใจที่จะปกป้องพระมหากษัตริย์<ref>{{cite book|url= |first=Pedro Soares |last=Martínez |title=A República Portuguesa e as Relações Internacionais (1910-1926) |language=Portuguese |edition= |location=Lisbon |publisher=Verbo |year=2001 |pages=40–41 |volume= |isbn=9722220349}}</ref> ในขณะเดียวกัน ที่ปรึกษา ฌูเอา เดอ อเซวีโด โคทินโฮ ได้เดินทางมาถึงและได้แนะนำพระเจ้ามานูเอลทูลเชิญ [[อเมลีแห่งออร์เลออง สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส|สมเด็จพระราชชนนี พระพันปีหลวงอเมลี]]และ[[มาเรีย เพียแห่งซาวอย สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส|สมเด็จพระอัยยิกามาเรีย เพีย]]ผู้ทรงประทับอยู่ที่[[พระราชวังแห่งชาติปีนา|พระราชวังเปนา]]และ[[พระราชวังซินทรา]]ใน[[ซินทรา]] และเพื่อเตรียมการเสด็จไปยัง[[โปร์ตู]]ที่ซึ่งมีความต้านทาน
123,859

การแก้ไข